บทที่ 24 24
ห้าวันต่อมา
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ช่วงกลางวันรุ้งพราวมีหน้าที่ช่วยรับรองลูกค้าที่เข้ามาพักที่รีสอร์ท ซึ่งเธอเพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอถูกหลอกว่าเรือจะเข้ามาอาทิตย์ ละครั้ง แม้จะโกรธแต่ก็ไม่อยากแสดงท่าทีที่ไม่พอใจออกไปให้อัครเดชเสียหน้า ท่านบอกว่าท่านขอโทษที่ต้องบอกแบบนั้นเพราะว่าทั้งอาทิตย์ว่างแค่วันเดียว ซึ่งอัครเดชนั้นอยากจะขึ้นฝั่งไปกับเธอและริคคาโดด้วย
ไม่รู้ทำไมท่านถึงได้เอ็นดูและอยากให้เธอเป็นลูกสะใภ้ของท่านนัก ไม่อยากจะพูดตามความรู้สึกที่อยู่ข้างในว่าเธอเกลียดลูกชายของท่านมากถึงมากที่สุด นิ้วเรียวแตะแผลที่หน้าผากของตัวเองแล้วก็ยิ่งเจ็บใจ
ความโกรธหายไปนิดหน่อยเมื่อวันนั้นตอนที่เธอหยุดร้องไห้แล้วเดินออกมาจากบ้านพัก กลับเจอผู้ชายใจยักษ์อย่างริคคาโดยืนรออยู่หน้าบ้าน หน้าตาคนบ้าคนนั้นบึ้งตึงราวกับแบกโลกเอาไว้
‘เดี๋ยวจะพาไปหาหมอ’
เพิ่งรู้วันนั้นว่าคนอย่างริคคาโดมีความสามารถมากกว่าการพูดเหน็บแนมคนอื่นได้ด้วย เขาขับเรือพาเธอขึ้นฝั่งไปคลินิกสรุปแล้วว่าเย็บตั้งสองเข็ม มันเจ็บจนเธอต้องร้องไห้ออกมาอีกรอบ
‘ร้องอย่างกับโดนตัดคอ จะแหกปากอะไรนักหนาอายหมอบ้าง !’ เธอได้แต่เม้มปากแน่นส่วนคุณหมอนั้นตกใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก ที่ได้ริคคาโดตะคอก แบบนั้น
เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้นแหละ
แต่ก็นะ…ไม่รู้ว่าเธอคิดมากไปเองหรือเปล่าว่าเขาเองก็ ‘อาจจะ’ รู้สึกผิดบ้างนิดหน่อย เพราะระหว่างที่หมอเย็บแผลให้เธอ ไม่รู้ว่าฝ่ามือบางของตัวเองถูกรวบไปกุมตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาบีบมือเธอเบาๆ เหมือนกำลังจะปลอบ
ถึงยังไงก็ไม่ลืมหรอกนะ ว่าต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวแบบนี้คือใคร ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจ็บตัวหนักขนาดนี้มาก่อนด้วยซ้ำ แต่พอได้มาเจออีตาปีศาจหนวดเฟิ้มนี่มีแต่เรื่องซวยๆ ตลอด
“คุณรุ้งรู้หรือเปล่าคะว่าคืนนี้เขามีงานกัน” รุ้งพราวส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อดีดี้ยื่นหน้าเข้ามาถาม หญิงสาวคือพนักงานฝ่ายต้อนรับของรีสอร์ทที่เธอมาช่วยงานช่วงกลางวัน
ดีดี้เป็นผู้หญิงที่หน้าตาสวยคมคนหนึ่งแต่นิสัยของเธอค่อนข้างจะจัดจ้านเล็กน้อย แอบเห็นบ่อยๆ เวลาที่แขกหล่อๆ เข้ามาพักเธอมักจะหลิ่วตายิ้มหวาน ให้เสมอ
‘โธ่…คุณรุ้ง เขาเรียกว่ายิ้มสยามค่ะ’ ดูเหมือนดีดี้จะเป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อย ขนาดเธอถามหญิงสาวยังป้องปากหัวเราะราวกับมันเป็นเรื่องปกติ
“วันนี้วันครบรอบที่ตั้งรีสอร์ทนี้ขึ้นมาค่ะ จัดงานทุกปีสนุกมากกกก” ดีดี้ลากเสียงยาว แน่ล่ะ…เธอเองคิดว่าดีดี้น่าจะชอบงานแบบนี้ ขนาดตอนพูดตายังวาววับเหมือนกับรอวันนี้มานาน
“รุ้งคงไม่…” เธออยากอยู่เฉยๆ มากกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นเช้าไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายด้วย ความจริงจะได้กระจ่างสักทีว่าจริงๆ แล้วเธอและริคคาโดไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน
“ไม่ได้ค่ะ จะบอกว่าไม่ไปหรือไงคะ ไม่ได้เด็ดขาด” รุ้งพราวยิ้มแหยๆ ทำไมดีดี้ต้องทำไมเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ด้วยแค่เธอจะไม่เข้าร่วมงาน
“ถ้าคุณรุ้งไม่ไปนายริคโดนคาบแน่ค่ะ ยัยพวกผู้หญิงข้างนอกต้องแอบสวมรอยมาเป็นแขกของที่นี่แน่ๆ งานฟรีเหล้าฟรี…แถมยังอาจจะมีสิทธิ์ได้กินลูกชายของเจ้าของเกาะฟรีๆ ด้วย เป็นใครจะไม่มา”
“อ้อ…ถ้าอย่างนั้นรุ้งยิ่งควรนอนอยู่ในห้องเฉยๆ เลย ปล่อยให้นายริคของดีดี้ไปสังสรรค์คงจะดีกว่า” มีคนต้องการผู้ชายพันธุ์บ้าอย่างริคคาโดมากขนาดนั้นเลยเหรอ
“ตายแล้ว ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ เราเป็นเมียเราต้องคอยควบคุมสามีตัวเองสิคะ” รุ้งพราวแทบสำลักอากาศเมื่อดีดี้พูดแบบนี้
“ไม่ใช่แบบนั้นดีดี้ เฮ้อ…ใครจะอยากได้ผู้ชายแบบนั้นมาเป็นสามี” ใครจะเอาก็เอาไปเถอะ เธอล่ะขอโบกมือลาคนแรกเลย
“อ๋อเหรอ…” รุ้งพราวแทบผงะ เธอก้าวถอยหลังแทบไม่ทันเมื่อจู่ๆ ใบหน้าของคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุด กลับอยู่ใกล้เธอแค่คืบเดียว
“อุ๊ย ! นายริคนี่เล่นอะไรก็ไม่รู้ ดีดี้ไม่รู้ไม่เห็นแล้วกันนะคะ” ดีดี้พูดแล้วหัวเราะอย่างมีจริต นี่ถ้าบอกว่าทั้งริคคาโดและดีดี้เป็นพี่น้องกันละก็เธอจะเชื่อเต็มร้อย
เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนในเรื่องกวนประสาท !
“ไม่ได้เจอกันนาน สวยขึ้นนะดีดี้ของเฮีย” ริคคาโดปากหวานชมพนักงานของตัวเอง ดีดี้ยิ้มรับหน้าบานก่อนจะขยิบตาให้ จนคนมองอย่างรุ้งพราวตาโตอย่าบอกนะว่าสองคนนี้เคย…
“แหม…นายริคก็”
ดีดี้ตีแขนแกร่งเบาๆ แก้เขินเมื่อคนตัวโตส่งจูบให้
รุ้งพราวหน้าร้อนผ่าวแต่มันไม่ใช่อาการเขินอายแต่อย่างใด บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ากำลังรู้สึกยังไง รู้เพียงว่าเธอไม่อยากเห็นอยากจะเดินออกจากตรงนี้ด้วยซ้ำ เธอไม่ทนคิดนานไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ดูเลยตัดสินใจเดินออกมาเพราะมองนาฬิกาแล้วตอนนี้ก็เวลาเที่ยงพอดี
‘เรากำลังรำคาญ กับท่าทีเสแสร้งของผู้ชายคนนั้นมากกว่า’
