บทที่ 5 5

“โกรธเหรอ ทำไมเธอจะทำอะไรฉัน ยัย…ชื่ออะไรนะยัยหน้าจืด”      ออกแรงจับหน้าเธอหันซ้ายขวาไปมา ริคคาโดชอบใจที่เห็นดวงตากลมโตถลึงใส่อย่างนี้ ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจในลำคอพึงพอใจกับผลงานของตัวเอง

ยิ่งบิดาดูชื่นชอบในตัวรุ้งพราวยิ่งทำให้เขาประสาทเสีย คนที่เขาต้องการให้มาเป็นภรรยาและอยากใช้ชีวิตไปด้วยตลอดชีวิตคืออลิสรา หญิงสาวที่มีแต่ความสวยงามเดินไปทางไหนก็มีแต่คนมองตามเป็นผู้หญิงที่สวยงามทุกท่วงท่า

ไม่ใช่…เด็กกะโปโลอย่างแม่นี่ !

รุ้งพราวกำมือเข้าหากันแน่น ริคคาโดเป็นผู้ชายปากเน่ามากที่สุดคนหนึ่ง เขารู้...ว่าเธอชื่ออะไรแต่ที่ทำลอยหน้าลอยตาเพราะอยากจะแกล้งและ ดูถูกเธอเท่านั้นแหละ

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะตัดสินใจ โต้ตอบคนตรงหน้าเธอปัดคว้าหมับเข้าที่แขนแกร่งก่อนจะฝากรอยเขี้ยวงามๆ ฝังเข้าไปอย่างแรงอย่างน้อยมันก็ทำให้เธอสะใจได้เล็กๆ น้อยๆ

“โอ๊ย ! ยัยบ้า นี่เธอ…กล้ากัดฉันอย่างนั้นเหรอ !” ริคคาโดสลัดแขนตัวเองออกจากคนตัวเล็กเหมือนกับโดนน้ำร้อนลวก มองไปตรงที่โดนกัดก็แทบพะอืดพะอม “น้ำลายเธอยัยหมาบ้า เอาเสื้อเธอเช็ดออกเดี๋ยวนี้ !”

“สมควรแล้วคนบ้า คนอย่างคุณนะอย่าฝันสูงไปถึงอลิสเลย แม้แต่หมาตามข้างถนน พวกนั้นยังไม่อยากจับคุณมาเป็นคู่ชีวิตเหมือนกัน !” รุ้งพราวตะโกนสุดเสียงแต่ถึงกระนั้นตัวเธอเองก็ยังรู้สึกได้ว่าเสียงของเธอนั้นสั่นมากขนาดไหน ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้าขบกรามแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูด ขาเรียวเสลาค่อยๆ เขยิบออกจากร่างสูงก่อนจะรีบวิ่งออกไปโดยมีเสียงเข้มๆ ที่แฝงไปด้วยความเคียดแค้นดังตามหลังมา

“เธอตายแน่รุ้งพราว ! กลับมาเดี๋ยวนี้ !”

รุ้งพราววิ่งออกมาจากตัวบ้านหลังใหญ่จนเหนื่อยหอบ หันกลับไปมองก็ไม่พบว่าร่างสูงใหญ่ของริคคาโดวิ่งตามมาแต่อย่างใด หญิงสาวทรุดตัวนั่งลงกับพื้นไม่สนใจว่าตัวเองจะเปื้อนเศษทรายหรือไม่

บอกตามตรงนะให้เธอนอนตรงนี้ เธอยอมดีกว่าที่จะก้าวขาเข้าไปนอนในบ้านหลังนั้นอีก

ทำไมอัครเดชต้องสั่งให้เธอไปนอนกับไอ้หมาบ้านั่นด้วย ชีวิตของเธอตอนนี้มันดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัดเวรกรรมอะไรกันนะ คิดแล้วก็ได้แต่ท้อในใจ        จะกลับไปก็ยังกลับไม่ได้ ไม่กล้าบอกเรื่องบ้าๆ นี่กับครอบครัวด้วยซ้ำ นี่ถ้าติณสูรพี่ชายของเธอรู้เรื่องเข้าคงต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

ถ้ามาเจอกับริคคาโดก็เหมือนไฟเจอกับไฟ อีกคนร้ายอีกคนก็แรง เธอไม่อยากให้พี่ชายของเธอเจ็บตัว แน่ล่ะ…เธอเชื่อว่าคนบ้าๆ อย่างริคคาโดไม่ยอมใครง่ายๆ แน่

ยังไงก็จะขอแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองไปก่อนก็แล้วกัน ร่างกายของเธอมันไม่มีอาการผิดปกติ นี่ถ้ามีอะไรกับผู้ชายป่าเถื่อนแบบนั้นไปจริงๆ

เธอก็น่าจะมีความรู้สึก…เจ็บ

แต่นี่ไม่มีเลยสักนิดมันยังปกติดีทุกอย่าง บางที…เธออาจจะลองขอร้องให้อัครเดชไม่ก็ริคคาโดพาเธอไปตรวจร่างกายยืนยันว่าทั้งเธอและเขาไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ

“อ้าวนายหญิง ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะคะ เปื้อนหมดแล้วดูสิ” ชบาเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้าเลยแอบมาสอดส่องแต่เห็นอะไรแวบๆ วิ่งผ่านมาเลยรีบมาดู      ก็พบกับรุ้งพราวที่นั่งอย่างหมดสภาพ แสดงว่าเสียงโหวกเหวกโวยวายเมื่อครู่คงไม่พ้นเสียงของริคคาโดแน่ๆ

“ชบา…” รุ้งพราวถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นคือชบา “นายของชบา…ต้องฆ่าฉันแน่ๆ” อะไรเข้าสิงเธอตอนนั้นกันนะถึงได้กล้าตะโกนใส่หน้าคนป่าเถื่อนอย่างริคคาโด

แล้วทีนี้จะทำยังไง ไม่กล้าเดินเข้าบ้านหลังนั้นด้วยซ้ำ ข้าวของก็อยู่ในนั้นยกเว้นเสื้อผ้าที่สกปรกเนื่องจากโดนคนใจร้ายเทกระจาดไปอย่างนั้น

“ถึงนายริคจะดูปากร้าย แต่ก็ไม่เคยฆ่าคนนะคะ จะมีก็แต่เกือบๆ” ชบาบอกขำๆ ทุกคนรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นคนจริงใจคนหนึ่ง เสียแต่โผงผางและเสียงดังไปหน่อย

“บางที…ฉันอาจจะเป็นคนแรก” เขาดูโกรธจนแทบฆ่าเธอด้วยสายตาได้เลยเมื่อกี้น่ะ “ว่าแต่ที่ชบาบอกว่าเกือบๆ นี่หมายถึงใคร นายริคของชบาเคยเกือบฆ่าคนด้วยเหรอ”

“เอ่อ…ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจหรอกค่ะ เรื่องมันก็เกิดขึ้นมานานแล้วตอนที่นายริคยังวัยรุ่นอยู่” ดูเหมือนชบาจะไม่อยากเล่าสักเท่าไหร่เธอจึงไม่ซักไซ้มาก

“ชบาช่วยไปเอาเสื้อของรุ้งที่กองไว้ตรงนั้นใส่ตะกร้าให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ แล้วพอจะมีที่ซักที่อื่นนอกจากบ้านของนายริคไหม รุ้งไม่อยากเจอหน้าเขา”

บอกตรงๆ ว่าเธอกำลังกลัว เกิดริคคาโดหักคอเธอขึ้นมาจะว่าอย่างไร

“เดี๋ยวชบาเอาไปซักให้ดีกว่าค่ะ บ้านของชบาต้องเดินออกไปอีก ถ้ามันแห้งแล้วจะรีบเอามาให้นายหญิงเลยค่ะ รับรองคืนนี้มีชุดนอนใส่แน่นอน ไม่ต้องเกรงใจนะคะความจริงมันเป็นหน้าที่ของชบาอยู่แล้ว” ริคคาโดคงไม่กล้าว่าอะไรแล้วกระมัง หากเธอบอกไปว่ามันเป็นคำสั่งของอัครเดช

“เอาตามนั้นก็ได้จ้ะ ขอบคุณมากนะชบา” หากไปซักที่บ้านของชบาคงไม่สะดวก เพราะชบาคงไม่ได้อยู่คนเดียวถ้าไปด้วยคงเกะกะเปล่าๆ

“ตายแล้ว นายหญิงคะ นายริคเดินหน้าบึ้งมาแต่ไกลเลยค่ะ ยังไงชบาขอตัวไปซักผ้าให้นายหญิงก่อนนะคะ” รุ้งพราวรีบลุกขึ้นยืนมองไปด้านหลังของชบาก็พบกับร่างสูงใหญ่ของริคคาโดที่กำลังเดินมาด้วยหน้าตาบึ้งตึงจริงๆ

“เดี๋ยวสิชบา อย่าเพิ่งไป…” เตรียมจะคว้าชบา อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อน    แต่ก็ไม่ทันเมื่อชบาเดินลิ่วๆ ออกไปก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป