บทที่ 8 8
“แล้วนี่อะไรคะ ทำไมยังปล่อยให้มันนอนแอ้งแม้งอยู่แบบนี้” คนที่เดินตามเข้ามาถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อทุกอย่างยังคงอยู่สภาพเดิมเรียกได้ว่าเละเทะ
“ทำไม...สงสัยอะไร มันไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ถ้ามันรกหูรกตาเธอก็เก็บเสียสิ” คนพูดนั่งกระดิกเท้าบอกอย่างอารมณ์ดี แขนแกร่งวางพาดพนักพิงโซฟาสบายใจแถมยังยักคิ้วให้หญิงสาวที่ยืนมองอย่างอึ้งๆ อีกด้วย
“คุณเป็นคนทำลายของพวกนี้ เพราะฉะนั้นคุณต้องเป็นคนเก็บ ที่สำคัญฉันไม่ใช่คนใช้ของคุณค่ะริคคาโด” รุ้งพราวบอกอย่างไม่แยแส เธอรู้แล้วว่าต่อไปนี้จะยกอะไรมาต่อรองกับผู้ชายคนนี้ได้ เห็นปากร้ายๆ ท่าทีไม่กลัวใครแต่เธอมองออกว่าชายหนุ่มค่อนข้างเกรงใจคนเป็นพ่ออย่างอัครเดช
แน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมให้คนโรคจิตอย่างริคคาโดโขกสับตลอดระยะเวลาที่เธออยู่ที่นี่หรอก !
“ว่าไงนะ !” คนฟังกัดฟันกรอดๆ ที่เจ้าของเสียงหวานนั่นพูดอย่างไม่แยแส ไอ้ท่าทีเกรงกลัวนั่นมันหายไปไหนกัน เหลือแต่เพียงความหยิ่งยโสมองแล้วน่าจับมาสั่งสอนเหลือเกิน
ดี ! จะได้รู้กันว่าคนอย่างนายริคไม่ใช่ขี้ๆ ไม่ได้ดีแต่ปากแต่พูดจริง…ทำจริงทุกอย่าง !
“นี่คุณ…อะไร จะทำอะไร” รุ้งพราวร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ ร่างสูงลุกขึ้นพรวดแล้วก้าวขาเข้ามาหาเธออย่างไว จนไม่ทันได้ตั้งตัว “ฉัน…ฉันสู้คนจริงๆ นะ”
“สู้เหรอ ทำได้ก็เอาเลยยัยหน้าจืด ไปหัดทำให้หน้าตัวเองมีสีสันก่อนดีไหม ค่อยริอ่านจะมาสู้กับคนอย่างฉัน” นิ้วเรียวจิ้มเข้ากับหน้าผากของหญิงสาวที่ความสูงน้อยกว่าเขามากโข มายืนเทียบใกล้ๆ ยัยบ้านี่อย่างกับลูกไก่ตัวเล็กๆ
“ดูๆ ไปแล้ว เธอนี่ก็…พอใช้ได้นะ ถึงมันจะไม่ใหญ่มากแต่ก็พอแก้ขัดได้” ริคคาโดก้มมองหน้าอกของร่างบางก่อนจะแสดงสีหน้ากรุ้มกริ่มพลางลูบคางตัวเองราวกับกำลังใช้ความคิด แวบหนึ่งภาพเมื่อเช้าที่รุ้งพราวลุกขึ้นนั่งแล้วขยี้ตาตัวเองจนทรวงอกทั้งสองข้างกระแทกตาเขาเต็มๆ ทำให้ชายหนุ่มถึงกับต้องรีบสลัดความคิดบ้าๆ นั่นออกไป
“ไอ้บ้า ห้ามมองนะ” รุ้งพราวหวีดเสียงแหลม ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อเช้าที่เผลอเปลือยกายให้ชายหนุ่มเห็นเธอยิ่งอับอาย
“ทำไมจะมองไม่ได้ มากกว่ามองก็น่าจะทำมาแล้ว เผลอๆ คืนก่อนเธอเองนั่นแหละที่เป็นคนขย่มฉัน นี่รู้ไหมแค่นึกถึงฉันยังขนลุก” ริคคาโดแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเมื่อคนตรงหน้าเม้มปากเข้าหากันแน่น เหมือนกำลังพยายามข่มความโกรธเอาไว้ภายใต้ใบหน้าจืดๆ นั่นสุดฤทธิ์
“นึกว่ารู้สึกแค่คนเดียวหรือยังไงกัน ฉันเองก็ขยะแขยงเหมือนกันคุณนั่นแหละ” มือบางผลักอกแกร่งออกจากตัวสุดแรง
“รู้อะไรไหม เธอน่ะ…โกหกไม่เก่งเอาซะเลย หน้าอย่างฉันหุ่นอย่างฉัน เธอไปหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนะยัยจืด จุดธูปไหว้พระขอพร พระยังไม่อยากประเคนผู้ชายดีๆ อย่างฉันให้เธอเลย” รุ้งพราวหลับตาปี๋เมื่อจู่ๆ ไอ้คนโรคจิตถอดเสื้อตัวนอกออกแล้วเดินเข้าใกล้เธออีกครั้ง จะวิ่งหนีก็วิ่งไม่ได้เพราะตอนนี้แข้งขาของเธอมันสั่นไปหมด
คิดจะตอบโต้คนร้ายกาจอย่างริคคาโดเธอคงจะรวบรวมความกล้ามากกว่านี้
ยิ่งเห็นท่าทางตลกๆ ของหญิงสาวตรงหน้า คนเจ้าเล่ห์ยิ่งอยากสั่งสอนให้เธอหลาบจำว่าครั้งหน้า ปากจิ้มลิ้มนั่นไม่ควรต่อปากต่อคำกับเขาอีก “หรือเรา…จะลองกันอีกสักรอบดีไหม”
“กรี๊ดดด ปล่อยฉันนะคนบ้า”
หลับหูหลับตาร้องกรี๊ด ไม่รู้ตอนนี้มือเธอไปสัมผัสกับอะไรรู้แค่ว่ามันต้องเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายของเขา
“โว้ย ! แสบแก้วหู แต่ก็สะใจฉิบเป๋ง !” ริคคาโดปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น แค่จับมือบางนั่นมาทาบเข้ากับหน้าท้องของเขา ทำทีว่าจะเลื่อนลงต่ำไปอีกรุ้งพราวก็ดีดดิ้นร้องโวยวายจนน้ำตาไหลออกมาแบบนี้ หญิงสาวรีบดึงมือตัวเองกลับมาแล้วตวัดตามองชายหนุ่มด้วยความเกลียดชัง
เธอเกลียดเขา...ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจที่ไม่สามารถทำอะไรผู้ชายคนนี้ได้เลย
“มองหน้า ? คิดจะหาเรื่องกันหรือไงฮะยัยจืด แล้วนี่อะไรร้องไห้ด้วย ฮ่าๆ” นิ้วเรียวจิ้มหน้าผากหญิงสาวอีกรอบ เสียงหัวเราะยังดังออกมาให้ได้ยินจนคนฟังต้องเม้มปากเข้าหากันแน่น
“คิดว่าฉันกล้าให้มือของเธอแตะสิ่งล้ำค่าหรือไงกัน”
“คนบ้า ใครจะไปอยากจับ น่าเกลียดที่สุด” เสียงหวานตะโกนใส่คนหน้าเข้มอย่างสั่นเครือ ตอนนี้เธอโกรธริคคาโดมากแต่ไม่สามารถทำอะไรผู้ชายคนนี้ได้เลย น้ำตาที่ไหลลงมาไม่ใช่เพราะความกลัวแต่เธอกำลังโมโหสุดขีดต่างหากโกรธจนตัวสั่นไปหมดแล้ว
“เอ้า ! ไม่อยากจับแล้วร้องไห้ทำไม เสียใจที่ไม่ได้แตะก็บอกมาเถอะ นี่คือรางวัลที่อยากจะมอบให้เธอเลยนะยัยซีด...” ริคคาโดท้าวเอวมองหน้าหญิงสาวแล้วหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“คนอย่างคุณมันน่ารังเกียจที่สุดริคคาโด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอลิสถึงได้ดูขยาดแบบนั้น” อย่าว่าแต่อลิสราเลย ทุกคนบนเกาะดูเหมือนจะรับกับพฤติกรรมของผู้ชายคนนี้ไม่ได้เหมือนกัน
“ปากดีนักนะ”
ยิ่งได้ยินคำดูถูกที่รุ้งพราวว่าเข้าให้ริคคาโดเดือดพล่านขึ้นมา เรื่องของ อลิสราคือปมในใจของเขามาตลอด หญิงสาวคนนั้นไม่เคยแสดงท่าทีรักใครหรือชอบพอเขาสักนิด แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อแม่ของลูกในอนาคตจะต้องเป็นอลิสราเพียงคนเดียวเท่านั้น
ไม่ใช่ยัยผู้หญิงที่ยืนต่อปากต่อคำตรงนี้ !
“โอ๊ย !” รุ้งพราวร้องเสียงหลง มือบางพยายามแกะฝ่ามือหนาที่บีบคางไว้แน่นจนรู้สึกระบมไปทั้งหน้า
