บทที่ 14 14

มัทนานั่งพิงกับหมอนที่ส้มโอจัดไว้ให้ก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ทันทีที่ความมืดครอบคลุมใบหน้าดุดันของผู้ชายใจร้ายก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ถามตัวเองว่าทำไมถึงเกลียดเขาไม่ลงทั้งที่ตัวเองถูกทำร้ายทุกด้านไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจ หัวใจไม่รักดีมันทรยศทุกครั้งที่เผลอสบตากวินทร์ รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เพราะเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่งที่เขามีไว้บำบัดความใคร่ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ชายหนุ่มจะยกย่องให้เกียรติเหมือนใครอีกคนหนึ่งที่อยู่ในใจของเขาเสมอมา ใครคนนั้นคือน้องสาวของเธอเอง...ไลลา

“มาแล้วค่ะ คุณมัทลุกขึ้นมาทานโจ๊กร้อนๆ ก่อนนะคะ” ส้มโอเดินยิ้มมาพร้อมกับโจ๊กในชามที่มีควันลอยออกมา

“มัทปวดไปทั้งตัวเลยส้มโอ แต่พรุ่งนี้จะพยายามตื่นมาช่วยนะ”

“โอ๊ย ไม่เป็นไรค่ะ คุณมัทนอนพักผ่อนดีกว่าค่ะจะได้หายไวๆ”

คนป่วยมองสาวร่างท้วมอย่างเกรงใจ เธอไม่อยากเอาเปรียบใครเลยแต่ร่างกายมันไม่เอื้ออำนวยเพราะถูกทำร้ายมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม

“ทานข้าวทานยาก็คงจะดีขึ้นแล้วล่ะ” มัทนาพยายามฝืนร่างกายด้วยการตักโจ๊กเข้าปากตัวเอง อย่างน้อยเธอก็ควรให้ส้มโอไปพักผ่อนเหมือนกัน “ส้มโอไปนอนเถอะนะ มัทไม่เป็นอะไรแล้ว”

“อย่าลืมทานยาด้วยนะคะ ส้มโอเตรียมไว้ให้แล้ว” ส่งยิ้มให้อย่างขอบคุณก่อนที่ส้มโอจะหาวออกมาแล้วยิ้มแหยๆ  “ถ้าอย่างนั้นส้มโอขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

มัทนาวางชามลงบนโต๊ะข้างเตียงเมื่อไม่สามารถกลืนโจ๊กได้อีก อาจเป็นเพราะพิษไข้กำลังรุมเร้าเข้าอีกครั้งทำให้เธอรู้สึกหนักศีรษะมากกว่าเดิม มือบางป้อนยาลดไข้สองเม็ดใส่ปากตัวเองก่อนจะหยิบแก้วน้ำที่ส้มโอเตรียมไว้ให้ยกขึ้นดื่มแล้วฝืนกลืนยาขมๆ นั่นลงคอ เธอไม่ชอบทานยาเลยแต่อยู่ในสภาวะเช่นนี้ต้องอดทนเพราะกวินทร์คงไม่ยินดีนักหากเธอยังป่วยไม่หาย

“ถ้ายอมเสนอตัวเองแทนน้องสาว ทำไมไม่ฟิตร่างกายให้ดีกว่านี้ฮะ !”

เสียงตวาดนั่นยังก้องอยู่ในหูไม่จาง

“คนใจร้าย คนไม่มีหัวใจ” ความกล้าของเธอมีแค่นี้แหละ ได้แต่ต่อว่าคนใจร้ายลับหลัง “สักวันคุณวินจะได้รับบทเรียน”

“คนอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้ มัทนา !” ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงเข้มคุ้นหูดังขึ้น กวินทร์ยืนอยู่ข้างประตูซึ่งไม่รู้ว่ามันถูกเปิดเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ !

“คะ คุณวิน...” หน้าซีดเผือดปากบางสั่นระริก ไม่อยากเดาเลยว่าการที่กวินทร์เข้ามาในห้องเธอยามนี้เขามีจุดประสงค์อะไรกันแน่

“เห็นหน้าฉันแล้วทำจะเป็นจะตาย หายจากโรคสำออยแล้วหรือไง” มือแกร่งปิดประตูก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้เตียงของหญิงสาวที่นั่งแข็งทื่อ “ถึงจะไม่สบายแต่เธอก็ไม่ได้รับข้อยกเว้นนะมัทนา ทำหน้าที่ของเธอซะ”

คนไม่สบายเม้มปากเป็นเส้นตรงทั้งร่างเหมือนถูกแช่แข็ง ทั้งที่ร่างกายเธอไม่พร้อมแค่แรงจะลุกขึ้นจากเตียงยังมีไม่พอ ทำไมกวินทร์ต้องทำกับเธอถึงเพียงนี้ เขาเป็นเหตุให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้ไม่ใช่หรือไง หากเป็นเวลาอื่นที่ร่างกายพร้อมกว่านี้เธอจะไม่น้อยใจเลย

ใช่...เธอกำลังน้อยใจผู้ชายตรงหน้า คนที่ไม่เคยเมตตาเธอสักครั้ง

“มัทปวดหัวค่ะ” ช้อนตามองอย่างอ้อนวอน “เห็นใจมัทเถอะนะคะ มัทไม่ไหวจริงๆ”

“ไม่ได้ !!” บีบเข้าที่ต้นแขนเรียวก่อนชะงักไปชั่วครู่เพราะสัมผัสไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว แต่ตอนนี้ความต้องการของเขามีมากจนล้นออกมาและมัทนาต้องเป็นคนช่วยเขาปลดปล่อยมันออกไป “เธอจะกลืนน้ำลายตัวเองหรือไง ไหนบอกว่ายอมทำทุกอย่างไม่ใช่เหรอ กะอีแค่ไม่สบายแล้วหลับตาให้ฉันกระแทกไม่กี่นาทีแค่นี้คงไม่ถึงตายหรอกใช่ไหม”

มัทนานั่งนิ่งหลับตาลงอย่างอดสู วาจาแสนร้ายกาจของกวินทร์ทำเอาเธอหาทางช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย “ถ้ามันเป็นความต้องการของคุณวิน มัทคงขัดคุณไม่ได้” จริงอย่างที่กวินทร์บอกเพียงแค่หลับตาลงปล่อยให้เขาย่ำยีร่างกายจนหนำใจ เวลาแค่แปปเดียวชายหนุ่มคงพอใจและกลับไปเอง “มัทพร้อมแล้วค่ะ”

“เธอประชดฉันหรือไง” ปากดี ! นี่คือสิ่งที่กวินทร์คิด มัทนาเป็นผู้หญิงที่ทำให้เขาอารมณ์เสียได้ทุกเวลาจริงๆ จะตายอยู่รอมร่อยังปากกล้าอวดเก่ง

“มัทไม่มีแรงจะสู้กับคุณหรอกนะคะ” หญิงสาวพูดเสียงเศร้า คนอย่างเธอน่ะเหรอจะกล้าประชดเขา…

“งั้นก็ดี นอนเฉยๆ ฉันจะได้สั่งสอนไอ้ความอวดดีของเธอ” ผลักร่างบางลงบนเตียงกระชากชุดนอนที่ถูกเปลี่ยนด้วยฝีมือส้มโอ แม้จะไม่รุนแรงเหมือนครั้งก่อนๆ แต่ก็สร้างความเจ็บให้กับหญิงสาวได้เช่นเคยจนน้ำตาแทบเล็ด

มัทนาเบือนหน้าหนีคนใจร้ายที่กำลังจัดการกับเนื้อตัวของเธอ น้ำตาไหลลงหางตาจนกระทบกับผ้าปูที่นอนในที่สุด สองมือเริ่มโอบกายตัวเองเมื่อรู้สึกถึงความเย็นปะทะกับผิวเนื้อ บัดนี้ร่างทั้งร่างของเธอเปล่าเปลือยด้วยฝีมือผู้ชายตรงหน้าที่กำลังคร่อมเธออยู่

“อยากจัดถึงกับน้ำตาไหลเลยหรือไง หืม ?” ก้มลงกระซิบข้างใบหู เยาะเย้ยกับการเอาชนะเล็กๆ น้อยๆ “อย่าเพิ่งตายนะ ให้ฉันหายอยากก่อน”

มัทนาไม่แม้แต่จะหันหน้ามองกวินทร์ เธอทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ ไม่มีเสียงสะอื้นหรือเสียงอะไรที่เล็ดลอดออกมาให้ชายหนุ่มขัดใจ แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งเธอเงียบแบบนี้ยิ่งปลุกปั่นอารมณ์ของเขาให้ลุกโชนมากกว่าเดิม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป