บทที่ 16 16

“ไลลามาหาแม่หน่อยสิลูก” มาลินีที่นั่งอยู่บนเตียงกวักมือเรียก ไลลารีบสาวเท้าเข้าไปหาทันทีด้วยความเป็นห่วง

“ช่วงนี้หนูได้ติดต่อกับพี่มัทเขาบ้างหรือเปล่า เห็นบอกว่าไปทำงานต่างจังหวัด แต่ทำไมไม่โทรมาหาแม่บ้างเลย”

“เอาไว้ไลลาจะโทรถามคุณพ่อให้นะคะแม่นิล งานของพี่มัทอาจจะยุ่งๆ อยู่ เพิ่งเริ่มงานใหม่ก็แบบนี้แหละค่ะ อีกไม่นานไลลาเชื่อว่าพี่มัทจะโทรมาหาแม่นิลแน่นอน” หญิงสาวตอบอย่างไม่แน่ใจเพราะคนเป็นพี่ไม่ได้โทรมาหาเธอเลย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับมัทนาถือว่าไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น อาจจะเป็นเพราะคนละแม่เลยทำให้มีช่องว่าง ในความคิดของเธอพี่สาวอย่างมัทนาเป็นผู้หญิงที่ดีคนหนึ่งแต่ก็มีโลกส่วนตัวนิดหน่อยที่เธอเข้าไปไม่ถึง

“ไลลาขอตัวออกไปโทรหาคุณพ่อก่อนนะคะ” ขอตัวออกมาโทรศัพท์หาบิดาข้างนอกห้อง เกือบเดือนแล้วที่เธอไม่ได้กลับบ้านเลยเนื่องจากโดนคำสั่งของบิดาว่าให้เฝ้ามาลินีที่นี่ แม้ห้องที่ใช้รักษาตัวจะเป็นห้องพิเศษที่ดีที่สุดของโรงพยาบาลแห่งนี้แต่มันก็ไม่สะดวกสบายเท่ากับที่บ้าน ส่วนพวกเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้จำเป็นคนในบ้านก็ขับรถนำมาให้เธอ แม้ออกจะแปลกใจกับประกาศิตของบิดาแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปเพราะดูเหมือนช่วงนี้ท่านจะเครียดๆ

“ฮัลโหลคุณพ่อคะ ไลลาอยากจะถามเรื่องของพี่มัท” เธอเองก็ไม่สบายใจที่เห็นรูปในหนังสือพิมพ์ มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่นอนเพราะคนอย่างมัทนาไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่อยู่ในภาพ ทั้งการแต่งตัวและการกระทำบัดสีคล้ายถูกบีบบังคับ

‘ทำไมเหรอลูก’

“พี่มัทไปทำงานที่ไหนกันแน่คะ ทำไมไม่เห็นโทรติดต่อกลับมาบ้างเลย แม่นิลท่านเป็นห่วงอยากจะคุยกับพี่มัทค่ะ”

‘ไว้พ่อจะโทรบอกพี่เขาให้นะลูก โทรศัพท์พี่มัทเขาพังเพิ่งใช้โทรศัพท์ที่ทำงานโทรมาบอกพ่อเมื่อวานนี้นี่เอง’ ปลายสายตอบเสียงเครียด เนื่องจากพศวิตเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์แล้วเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นไลลาขอเบอร์ที่ทำงานของพี่มัทได้หรือเปล่าคะ”

‘พ่อจำเบอร์ไม่ได้แล้วต้องไล่หาอีกที ถ้ายังไงเดี๋ยวพ่อโทรบอกพี่เขาเอง ไลลาอยู่ที่โรงพยาบาลก็ดูแลแม่ใหญ่ดีๆ นะลูก อ้อ…ช่วงนี้อย่าให้แม่ใหญ่ท่านอ่านข่าวนะลูก มันมีแต่ข่าวการเมืองเครียดๆ เดี๋ยวอาการจะทรุดเอา’

“ค่ะ ไลลาจะดูแลแม่นิลเอง คุณพ่อคะแล้วคุณแม่จะกลับมาวันไหนคะ” น่าแปลกที่เธอไม่สนิทกับมารดาแท้ๆ ของตัวเองเท่าที่ควรแต่กลับสนิทและเทิดทูนแม่ใหญ่อย่างมาลินีมากกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าบุษรามารดาของเธอไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน ท่านชอบไปทำธุระที่ต่างประเทศบ่อยๆ

‘อีกไม่กี่วันเดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วล่ะลูก แค่นี้ก่อนนะพ่อกำลังทำงาน’

ชายวัยกลางคนเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ในห้องทำงานอย่างเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่ามัทนาต้องทนทุกข์ทรมานมากขนาดไหน เขาเชื่อว่ารูปที่ถูกถ่ายมาลงหนังสือพิมพ์เป็นฝีมือของกวินทร์อย่างแน่นอน หญิงสาวถูกบังคับอย่างไม่มีทางเลือกและรูปนั่นก็เป็นวันเดียวกับเมื่อวานทั้งชุดและสถานที่มันชัดเจนขนาดนี้ พศวิตได้แต่กำหมัดแน่นแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะยกสิทธิ์ทุกอย่างในตัวมัทนาให้กับกวินทร์ไปแล้ว หากเลือกได้เขาคงไม่เลือกหนทางน่ารังเกียจเช่นนี้ แต่ในเมื่อทางมันตันก็ต้องหาตัวช่วยใกล้มือเท่านั้น

กวินทร์ตื่นสายกว่าทุกวันเพราะเมื่อคืนกว่าจะนอนหลับเขาเล่นซัดเหล้าหมดไปหลายแก้ว สาเหตุจากผู้หญิงชั้นต่ำอย่างมัทนาคนเดียวที่ทำให้เขาอารมณ์เสียแบบนั้น หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบลงมาชั้นล่างเพราะสายแล้วเขาต้องรีบไปทำงาน อาหารเช้าถูกเตรียมไว้บนโต๊ะแต่ปราศจากเจ้าของใบหน้าหวานที่ต้องคอยยืนรับใช้เขาประจำในทุกวัน ข้าวต้มคำแรกที่ถูกตักเข้าปากทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วจนสาวใช้หลายคนที่ยืนอยู่เริ่มหน้าซีดเผือดกลัวถูกจับได้

“ใครเป็นคนทำข้าวต้มนี่” วางช้อนลงและถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่สบอารมณ์

“เอ่อ…ป้าเองค่ะคุณวิน” ป้านวลพูดเสียงอ่อย กวินทร์เหลือบมองคนเก่าคนแก่อย่างป้านวลแล้วหลับตาข่มอารมณ์เพราะเขายังนับถือท่านเพราะเป็นคนที่มารดาเขาสั่งกำชับให้คอยดูแลเขา ทำให้ไม่กล้าอาละวาดหรือวางอำนาจกับป้านวลมากนัก

“ทำไมมัทนาไม่ทำอาหารเช้าวันนี้”

“เธอไม่สบายค่ะ เคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น” ป้านวลเองก็ตอบด้วยความไม่สบายใจ ใช้ให้ส้มโอไปเรียกมัทนาเพื่อจะดูอาการว่าทุเลาลงบ้างหรือยังแต่ไร้เสียงตอบรับ

“เอากุญแจสำรองไปไข ถ้าเข้าไปปลุกแล้วยังไม่ตื่นอีกก็เอาน้ำสาดซะ มีหน้าที่ทำงานบ้านเหมือนทุกคนจะมานอนสบายๆ แบบนั้นไม่ได้ วิชเตรียมรถเดี๋ยวนี้ฉันจะไปทำงาน !” กวินทร์ลุกขึ้นโดยไม่สนใจข้าวต้มชามนั้นอีกเลย

“คุณวินไม่ทานข้าวต้มก่อนเหรอคะ” คนทำข้าวต้มอย่างป้านวลถามด้วยความแปลกใจ ถึงจะสายแค่ไหนกวินทร์ไม่เคยละเลยอาหารมื้อเช้าเพราะการทำงานต้องใช้สมอง ดังนั้นอาหารมื้อเช้าจึงสำคัญที่สุด แต่นี่…ทานเข้าไปคำแรกก็ลุกพรวดขึ้นทันที

“ไม่ล่ะครับ ผมรีบ” ว่าแล้วร่างสูงก็ก้าวออกจากบ้านขึ้นรถไปทันที

“ส้มโอแกไปเอากุญแจสำรองไปไขห้องคุณมัทดูซิว่าเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า ฉันล่ะไม่สบายใจเลยจริงๆ” ป้านวลรีบดึงแขนส้มโอเข้ามา “ส่วนพวกเอ็งก็เก็บโต๊ะแล้วแยกย้ายไปทำงานเสีย” หันไปสั่งสาวใช้อีกสองคนที่ยืนอยู่อีกมุม

“นั่นสิ ไอ้ฉันก็ไม่กล้าขึ้นไปขอกุญแจสำรองกับคุณวิน กลัวจะโดนเอ็ดเอาอีกไม่รู้ป่านนี้คุณมัทโดนไข้กลับมาเล่นงานหรือเปล่า”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป