บทที่ 19 19
กวินทร์เดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในมือถือโทรศัพท์เคลื่อนที่แนบหูอยู่ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องสั่งให้วรวิชเตรียมรถเพื่อจะกลับบ้านทั้งที่ไม่เคยกลับบ้านก่อนเวลาเลยสักครั้ง ป้านวลเหมือนรู้ล่วงหน้าว่าเขาจะกลับมาเร็วกว่าปกติจึงมายืนรอหน้าประตูอยู่ก่อนแล้ว หญิงชรายื่นมือออกไปรับกระเป๋าทำงานอย่างเช่นทุกวันก่อนที่กวินทร์จะใช้มือคลายเนคไท ร่างสูงเดินไปนั่งบนโซฟาแล้วกรอกเสียงเข้มพูดกับปลายสายที่เพิ่งโทรมาเมื่อครู่
“โทรมาหาผม มีธุระอะไรที่สำคัญเหรอครับคุณพศวิต หรืออยากจะเพิ่มวงเงินมากกว่าเดิม ถ้าอยากได้เงินเพิ่มคงต้องส่งลูกสาวคนเล็กมาให้ผมตามสัญญาครั้งแรกแล้วล่ะ” เริ่มต้นด้วยการเย้ยหยันอีกฝ่ายแทนที่จะเอ่ยคำทักทายอย่างคนทั่วไป
‘ผมไม่ได้อยากจะมาขอกู้เงินเพิ่ม แต่ผมอยากจะถามเรื่องรูปในข่าว มันเกิดขึ้นได้ยังไง’
น้ำเสียงของพศวิตทำเอากวินทร์หัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดีปนความขมขื่นบางอย่างที่แวบเข้ามาวูบหนึ่งก่อนที่จะรีบสลัดมันออกไป
“ใครเขาก็อยากทำข่าวผมทั้งนั้นแหละครับ ประจวบเหมาะกับที่คุณส่งมัทนามาแทนตัวไลลาพอดี นักข่าวเลยสนใจจับข่าวนี้ขึ้นมา ผมว่าดีออกนะ คุณตัดรูปนั่นเก็บไว้เป็นที่ระลึกสิ จะได้รู้ว่าช่วงหนึ่งผมเคยละเลงลูกสาวคุณมาตลอดหนึ่งปีเต็มๆ”
‘คุณกวินทร์ !! มันจะมากเกินไปแล้วนะ คุณมันเลือดเย็นเกินไปแล้ว อย่างน้อยมัทนาก็มีเลือดเนื้อ มีหัวใจ’
“เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะต้องสนใจ เพราะถ้าคุณยอมเอาตัวไลลามาให้ผมตั้งแต่แรกมัทนาคงไม่เป็นแบบนี้ อ้อ…ไม่สิ มัทนาบอกว่าเสนอตัวมาเองนี่ แล้วคุณจะเดือดร้อนแทนทำไมครับคุณพศวิต”
‘ขอร้องล่ะ ได้โปรดเมตตามัทนาด้วยคุณกวินทร์’
กวินทร์หัวเราะเยาะในใจ มันสายไปแล้วล่ะ…มัทนาไม่หลงเหลือความภาคภูมิใจอะไรแล้วนอกจากเรือนร่างที่เขายังต้องการขยี้ในจมดินอีกหลายๆ ครั้ง
“เอาตัวไลลามาแลกสิครับ ผมอาจจะลองเก็บคำขอร้องของคุณไปคิดดู” ปลายสายเงียบไปจนกวินทร์ส่ายหน้าอย่างรำคาญใจ “คุณมีอะไรจะพูดอีกหรือเปล่า เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง”
‘ผมแค่อยากจะคุยกับมัทนาบ้าง ผมโทรเข้าเครื่องลูกแล้วแต่โทรไม่ติด’
“ได้” ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ ก่อนจะกดตัดสายไปโดยไม่รออีกฝ่ายได้พูดอะไรต่อ
กวินทร์พิงศีรษะกับพนักโซฟาโดยโยนโทรศัพท์มือถือไปด้านข้าง วันนี้ทั้งวันแค่เผลอหลับตาใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของผู้หญิงไร้ค่าคนนั้นก็ลอยเข้ามาในหัว คิดแล้วเจ็บใจนัก...มัทนาทำให้เขาต้องยกเลิกการประชุมกลางคันเพราะไม่มีสมาธิที่จะรับฟังอะไรจากพนักงานที่มารายงานงบการเงินประจำไตรมาสของบริษัทได้เลย แต่แล้วหางตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างสูงของชายคนหนึ่งยืนอยู่ชิดกำแพงก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน ถ้าจำไม่ผิดผู้ชายคนนั้นคือศุภณัฐ
“สวัสดีครับคุณศุภณัฐ” ทักทายด้วยเสียงราบเรียบด้วยท่านั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจ
ศุภณัฐเห็นดังนั้นก็รู้ตัวว่าถึงอย่างไรคงหลีกเลี่ยงไม่ได้จึงยอมเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเอง ความจริงเขายืนอยู่ตรงนี้มาสักพักแล้ว นานพอที่จะได้ยินคำพูดของกวินทร์ช่วงที่คุยโทรศัพท์และพอจะเดาเรื่องออก ที่สำคัญมันมีชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในการสนทนาด้วย
“สวัสดีครับ” ศุภณัฐรักษาสีหน้าตัวเองได้ดีพอ อาชีพหมออย่างเขาไม่ควรใจร้อนไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม แม้จะไม่พอใจการกระทำของกวินทร์ที่กระทำต่อมัทนามากแค่ไหนก็ตาม
“วันนี้ที่โรงพยาบาลไม่มีคนไข้เหรอครับ คุณถึงได้ลักลอบเข้าบ้านผมโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้” กวินทร์จ้องหมอหนุ่มด้วยสายตาดุดัน สมองอันปราดเปรื่องนึกไปถึงคนป่วยที่ทำให้ศุภณัฐต้องถ่อมารักษาที่นี่ด้วยความไม่พอใจลึกๆ
“ถ้าผมไม่มา...ก็คงไม่รู้ว่าคุณโหดร้ายทำกับมัทนาได้ถึงขนาดนี้”
คนที่ควบคุมสติได้ดีกว่าตอกหน้ากวินทร์ด้วยสีหน้านิ่งๆ ต่างจากคนที่ถูกกล่าวหาเพราะชายหนุ่มยืดตัวลุกขึ้นและเดินมาประจันหน้าศุภณัฐ
ยิ่งได้ยินศุภณัฐเรียกชื่อมัทนาแล้วด้วย เหมือนมีไฟลุกในตัวแล้วโดนน้ำมันราดซ้ำจนเพลิงโหมแรงกว่าเดิม
“ผู้หญิงคนนั้นคือของเล่นส่วนตัวของผม และผมมีสิทธิ์จะทำยังไงกับเธอก็ได้” กวินทร์พูดลอดไรฟัน ขบกรามเข้าหากันแน่น “ถึงผมจะสั่งให้เธอไปตาย เธอก็ต้องทำ !”
“คุณรู้ตัวบ้างไหมว่าคุณกำลังทำร้ายผู้หญิงดีๆ คนหนึ่งอย่างสาหัส” ถ้าไม่ติดว่ามัทนาห้ามไม่ให้เขายุ่งเรื่องนี้ละก็ เขาจะรีบยื่นมือเข้าไปช่วยโดยเร็วที่สุด
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณหมอนะครับ เชิญออกไปจากบ้านผมได้แล้ว !” กวินทร์กำหมัดแน่น ถือว่าโชคดีที่ครอบครัวของศุภณัฐรู้จักกับบิดาและมารดาเขาเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นอาจจะมีการนองเลือดเกิดขึ้น
“ผมเชื่อว่าสักวันคนอย่างคุณจะต้องได้รับบทเรียน” คุณหมอหนุ่มพูดแค่นั้นแล้วเดินจากไป ภายในสมองยังนึกย้อนไปถึงบทสนทนาของกวินทร์ช่วงที่คุยโทรศัพท์
‘ไลลา’ ผู้หญิงคนนั้นคือสาเหตุที่ทำให้มัทนาต้องมาอยู่บ้านหลังนี้อย่างนั้นเหรอ ถ้าคิดลึกลงไปอีกก็คือครอบครัวของหญิงสาวคงจะประสบปัญหาทางการเงิน กวินทร์ถึงมีส่วนเกี่ยวข้องแบบเต็มๆ แบบนี้
ถึงอย่างไรเขาก็คือคนนอกอยู่ดี แม้อยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยมัทนามากแค่ไหน แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่ต้องการ เขาก็คงได้แต่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ
