บทที่ 2 2
พศวิตหลับตาลง บอกตัวเองว่าเขาทำถูกแล้ว เขาจะไม่ยอมให้ไลลาลูกสาวในไส้ของตัวเองต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้
“เงื่อนไขที่ว่ามันคืออะไรเหรอคะ” ถ้าเธอเดาไม่ผิด เงื่อนไขที่ว่านั่นคงเป็นสิ่งที่ท่านอยากให้เธอทดแทนบุญคุณสินะ
“เธอต้องไปเป็นผู้หญิงของเขา คุณกวินทร์เขาต้องการตัวเธอมัทนา”
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะ น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาอย่างน้อยอกน้อยใจ เธอเคยแอบคิดว่าถึงแม้ท่านจะไม่เคยเห็นเธอเป็นลูก แต่ก็ยังมีความหวังอันน้อยนิดว่าท่านจะแบ่งเศษเสี้ยวของความรักมาให้เธอบ้าง แต่ทุกอย่างที่คิดไว้มันไม่ใช่สักนิด ท่านกำลังให้เธอเอาตัวเข้าแลกกับเม็ดเงินมหาศาล เพื่อมาลงทุนธุรกิจในครอบครัว คุณค่าในตัวเธอคงมีแค่นี้สินะ !
“คุณท่านคะ” เสียงหวานสั่นเครือ ร้องเรียกบิดาด้วยความเสียใจ
“ถือเสียว่าเธอทำเพื่อครอบครัวเถอะนะมัทนา ทำเพื่อแม่ของเธอที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล เธอก็รู้ว่าค่ารักษาของแม่เธอแต่ละเดือนใช้เงินมากขนาดไหน ไหนจะแม่รองกับไลลาและคนในบ้านอีกล่ะ” แต่ถ้าเธอถามกลับไปบ้างล่ะ ทำไมไม่เป็นไลลา ทำไมถึงต้องเป็นเธอ มัทนาสะอื้นในอกเพราะทำได้แค่คิด หญิงสาวเก็บคำถามโง่ๆ นี้ไว้ในใจ คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว คงไม่ต้องถามอะไรให้มากความและสร้างความน้อยเนื้อต่ำใจเข้าไปอีก
“ถือว่าทำเพื่อพ่อเป็นสิ่งสุดท้ายนะลูก หากเราได้กำไรกลับคืนมาพ่อจะรีบเอาเงินไปใช้คุณกวินทร์ มัทก็จะได้กลับมาอยู่กับครอบครัวของเราเหมือนเดิม” พศวิตทิ้งไพ่ตายใบสุดท้ายกับคำว่าพ่อ และเขามั่นใจว่ามัทนาจะต้องยอมทำตามอย่างแน่นอน และก็เป็นอย่างที่พศวิตคาดหวังเมื่อคนเป็นลูกพยักหน้าตกลงทั้งน้ำตา
“ตกลงค่ะ มัทจะทำเพื่อทุกคน” พศวิตเบือนหน้าหนีเมื่อมัทนาร่ำไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา ถึงจะไม่ใช่ลูกสาวไม่เคยอุ้มไม่ได้เลี้ยงมากับมือแต่ก็เห็นกันมาตั้งแต่เล็ก มันทำให้เขาอดรู้สึกผิดในใจไม่ได้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อทางออกของเรื่องนี้มีเพียงทางเดียวเท่านั้น
ไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว มัทนาไม่มีเวลาแม้แต่จะเหลือบตามองนาฬิกาด้วยซ้ำ หญิงสาวพยายามฝืนตัวเองตื่นมาตีห้าเพื่อทำความสะอาดบ้านอย่างเช่นทุกวัน ดูเหมือนวันนี้อาการจะหนักกว่าทุกครั้งเธอรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวแต่ก็ต้องกัดฟันทน เพราะหากสายเพียงแค่วินาทีเดียวนั่นหมายความว่าลมหายใจของเธออาจถูกหยุดลงได้ทันที หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายโชกเหงื่อจากการปัดกวาดเช็ดถู มัทนามองหาเสื้อผ้าที่พอจะดูดีแม้ว่ามันอาจจะดูเก่าซอมซ่อในสายตาใครๆ แต่ทว่ากลับเป็นตัวที่เธอรักและหวงแหนมากที่สุดเพราะเป็นตัวที่มารดาซื้อให้ในวันเกิดเมื่อหลายปีก่อน หญิงสาวส่องกระจกอีกรอบเพื่อความมั่นใจ เธอเลือกใช้แป้งฝุ่นและลิปกลอสในการแต่งหน้า หวีผมพอให้ไม่พันกันก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องทันที หวังว่าคงไม่สายหรอกนะ ไม่เช่นนั้นเธอเองก็ไม่อยากคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น
“คุณมัทมาแล้วครับคุณวิน” วรวิชรายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนโซฟาหลุยส์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นรอยยิ้มของกวินทร์ วรวิชมองมัทนาที่วิ่งหน้าตื่นด้วยความสงสาร แต่ลูกน้องอย่างเขาคงไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้
“มัทไม่ได้มาสายไปใช่ไหมคะ” คนตัวเล็กพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น สองมือประสานกันอยู่ด้านหน้าอย่างไม่รู้ว่าควรจะวางไว้ตรงไหน
กวินทร์พ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นการแต่งตัวของมัทนา ชุดเดรสเก่าๆ สีขาวที่เริ่มกลายเป็นสีเหลืองอ่อนๆ
“วิชไปเตรียมรถ !” ชายหนุ่มขยี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่และลุกขึ้น ดวงตาคมเข้มมองสำรวจร่างบางที่ยืนก้มหน้าประสานมืออยู่ก่อนจะละสายตาเมื่อเห็นว่าวรวิชเคลื่อนรถมาจอดเทียบแล้ว
มัทนาเดินตามร่างสูงออกไป เธอไม่กล้าถามว่าสถานที่ที่จะไปคือที่ใด แล้วทำไมเขาถึงต้องพาเธอไปด้วย ! กวินทร์สั่งให้เธอมานั่งด้านหลังข้างๆ เขา หญิงสาวจึงต้องปิดประตูข้างคนขับเบาๆ แล้วเดินคอตกมานั่งด้านหลังแทน บรรยากาศในรถอึมครึมไม่มีเสียงพูดคุยสักคำ คนที่อยู่ในสภาวะกดดันได้แต่มองออกนอกหน้าต่างและถามตัวเองในใจว่าเมื่อไหร่อิสระจะมาหาเธอบ้าง
เธอต้องทนอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่...ไม่มีวี่แววว่าบิดาจะหาเงินมาคืนกวินทร์ได้เลย หากท่านไม่สนใจ เธอจะต้องอยู่ที่นี่ไปจนวันตายเลยหรือเปล่า แล้วมารดาของเธอล่ะ ?
“แวะห้างข้างหน้าก่อน” ความคิดของมัทนาหยุดลงเมื่อเสียงเข้มออกคำสั่งให้วรวิชแวะห้างสรรพสินค้าข้างหน้าที่จะถึง
“รออยู่ที่รถนี่แหละไม่ต้องตามมา ส่วนเธอมัทนาลงมากับฉันเดี๋ยวนี้ !”
หญิงสาวลนลานรีบลงจากรถพยายามเดินตามหลังคนตัวสูงที่เดินนำอยู่ ไม่นานกวินทร์ก็พาเธอเข้าร้านเสื้อผ้ายี่ห้อดัง แวบหนึ่งหัวใจของมัทนาแอบสั่นไหวเมื่อคิดว่าเขาพาเธอมาซื้อชุดใหม่ด้วยตัวเอง
“ต้องการชุดประมาณไหนคะคุณลูกค้า ดูแล้วสำหรับคุณผู้หญิงที่มีผิวขาวอมชมพูควรจะ…” พนักงานรีบกระวีกระวาดเข้ามาบริการเมื่อเห็นว่าเขาเดินเข้ามาในร้าน ไม่มีใครไม่รู้จักกวินทร์เจ้าของสถาบันการเงินที่ทรงอิทธิพลติดอันดับโลก แต่เลือกที่จะมาลงหลักปักฐานที่ประเทศไทยเพราะมารดาเขานั้นเป็นคนไทยและกวินทร์นั้นก็รักมารดาของเขามาก พนักงานสาวเห็นผู้หญิงที่เดินควงมากับกวินทร์แล้วก็ได้แต่อิจฉา
