บทที่ 24 24
จะผิดไหมถ้าเธอจะรู้สึกอิจฉาน้องสาวของตัวเอง อิจฉาที่ผู้หญิงคนที่กวินทร์นึกถึงไม่ใช่เธอ แต่เป็นไลลา...คนใกล้ตัวของเธอ
“คุณมัทคะ เสร็จหรือยังคะ” เสียงของส้มโอที่ตะโกนถามหน้าห้องทำให้มัทนาหยุดคิดเรื่องเศร้าใจ หญิงสาวสำรวจการแต่งกายของตัวเองจนแน่ใจว่ามันเรียบร้อยดีแล้วจึงกล้าที่จะไปหามารดา โชคดีที่เมื่อคืนกวินทร์ไม่ได้กระทำกับเธอรุนแรงและเธอดีใจมากที่เขาไม่ได้ทำรอยแดงๆ เหมือนที่เคยชอบทำเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะหาคำตอบให้มารดาได้ยากแน่
“เสร็จแล้วจ้ะส้มโอ เอ่อ...ส้มโอจะไปด้วยเหรอ” มัทนาถามอย่างแปลกใจหลังจากที่เดินมาเปิดประตูแล้วเจอส้มโอยืนยิ้มแฉ่งให้โดยที่สาวร่างท้วมใส่ชุดแปลกไปจากทุกวัน เหมือนชุดที่จะออกไปข้างนอก
“คุณวินสั่งให้ส้มโอไปกับคุณมัทค่ะ”
ส้มโอตอบเสียงอ่อย ซึ่งมัทนาก็ไม่ได้ว่าอะไร...เธอเข้าใจดี
“รีบไปเถอะจ้ะ กว่าจะรอรถอีกไม่รู้จะถึงโรงพยาบาลกี่โมง” มัทนารีบก้าวเดินออกไปพร้อมกับจูงมือส้มโอไปด้วย
“เดี๋ยวค่ะคุณมัท คุณวินกำชับไว้อีกว่าให้พี่ก้องไปรับไปส่งค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ” กวินทร์ไม่ใช่คนที่จะยอมเสียเปรียบอะไรง่ายๆ เธอคิดไว้ว่าเธอจะได้ไปเองจึงตั้งใจว่าจะขออยู่กับมารดานานๆ เสียหน่อย แต่ถ้าหากชายหนุ่มสั่งให้ก้องไปรับไปส่งแบบนี้แสดงว่าเขากำหนดเวลากลับบ้านให้เธอไว้แล้ว
มัทนาคุ้นเคยกับโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เป็นอย่างดีเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มารดาของเธอต้องนอนพักรักษาตัว ท่านมีโรครุมเร้าหลายโรคจึงจำเป็นต้องแอดมิดที่นี่บ่อยๆ แต่ลูกสาวอย่างเธอรู้ดีว่าอะไรที่ทำให้ท่านเลือกที่จะนอนโรงพยาบาลมากกว่าที่บ้านทั้งที่มีพยาบาลพิเศษคอยดูแลอยู่แล้ว หากเป็นเธอก็คงตัดสินใจเหมือนท่านเพราะไม่อาจทนดูคนที่เรารักเอาใจใส่ผู้หญิงคนอื่นนอกจากตัวเอง มารดาของเธอท่านเป็นโรคความดันโลหิตสูงมักจะปวดศีรษะอยู่บ่อยครั้งซึ่งเกิดจากความเครียดด้วยส่วนหนึ่ง
“ส้มโอรออยู่ข้างนอกนะคะ ส้มโอรู้ว่าคุณมัทต้องการจะคุยกับคุณแม่เป็นการส่วนตัว”
“ขอบคุณส้มโอมากนะจ๊ะ ที่เข้าใจมัท”
สาวร่างท้วมส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินเลี่ยงไปนั่งมุมหนึ่งที่มีโทรทัศน์ตั้งอยู่ ซึ่งมีทั้งผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยบางคนนั่งอยู่ด้วย
มัทนาหลับตานับหนึ่งถึงสามในใจเรียกความกล้าให้กับตัวเอง ผู้ที่เลี้ยงดูเธอด้วยความรักอย่างคนเป็นแม่ย่อมสังเกตเห็นความผิดปกติจากลูกเช่นเธอได้ดี เธอไม่อยากให้ท่านต้องมารับรู้เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นอาการของท่านจะแย่ลง หญิงสาวพยายามเปลี่ยนแววตาของตัวเองให้มีความร่าเริงเหมือนตอนที่ยังไม่เกิดเรื่อง ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้ดีแค่ไหนกับการแสดงครั้งนี้ แต่เพื่อความสบายใจของมารดาเธอจะพยายามทำให้ดีที่สุด มือบางผลักประตูเข้าไปในห้องผู้ป่วยระดับวีไอพี อย่างน้อยพศวิตก็ดูแลมารดาของเธอเป็นอย่างดี
“แม่ขา...” ทันทีที่เห็นมารดานั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย โดยข้างๆ มีไลลากำลังปอกผลไม้ให้อยู่ มัทนารีบส่งเสียงเรียกก่อนสาวเท้าเข้าไปหาแล้วกอดท่านด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
“มัทลูกแม่” มาลินีกอดลูกสาวด้วยความคิดถึงเช่นกัน “หนูไปทำงานที่ต่างจังหวัดทำไมไม่บอกแม่สักคำ รู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงหนูมากแค่ไหน โทรหาก็ไม่ติด” ลูบศีรษะลูกสาวด้วยความรัก
มัทนาผละตัวออกมา เธอไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ เมื่อมองหน้ามารดาชัดๆ แล้วยิ่งอยากจะร้องไห้ให้หนักกว่าเดิม ผู้เป็นแม่ใช้นิ้วปาดน้ำตาเธอออกจากใบหน้าอย่างอ่อนโยน
“มัทขอโทษค่ะแม่ มันกะทันหันมาก”
“ถึงยังไงหนูก็ควรจะบอกแม่ก่อน แล้วมานี่เจ้านายเขาไม่ว่าเอาเหรอลูก”
เจ้านายที่มารดาเธอพูดถึงทำให้มัทนาชะงักไปชั่วครู่...
“มัทขออนุญาตเขาแล้วค่ะ แต่เย็นนี้มัทต้องกลับไปเพราะพรุ่งนี้มีงานด่วน” จำเป็นต้องพูดโกหกออกไปเพื่อไม่ให้ท่านสงสัย หญิงสาวเลื่อนสายตามองใครอีกคนที่เธอนึกอิจฉาเล็กๆ ในใจ
“พี่มัททานข้าวมาหรือยังคะ” ไลลาถามพี่สาวน้ำเสียงสดใส
ดวงตากลมโตที่ทอประกายนั่นทำเอาผู้เป็นพี่สาวยิ้มออกมา ขนาดเธอเป็นผู้หญิงยังอดชื่นชมในความน่ารักของไลลาไม่ได้เลย ไม่แปลกหรอก...หากกวินทร์จะต้องการไลลามากขนาดนี้
“พี่ทานมาเรียบร้อยแล้วจ้ะ ขอบคุณไลลามากนะที่ดูแลแม่” มัทนาขอบคุณด้วยความจริงใจ หากไม่มีไลลาท่านคงจะเหงาน่าดู
“ไลลาเต็มใจค่ะ แม่นิลก็คือแม่ของไลลาคนหนึ่งเหมือนกัน แล้วพี่มัทก็คือพี่สาวของไลลา” ไลลาเดินไปกุมมือพี่สาวด้วยความคิดถึง “พี่มัทไปทำงานที่ต่างจังหวัด ไลลาไม่มีเพื่อนคุยด้วยเลยค่ะ”
“พี่ก็เหงาเหมือนกัน อยู่ที่นั่นเหมือนพี่อยู่ตัวคนเดียว” มันทั้งอ้างว้างและว้าเหว่ยามที่ต้องห่างจากกายกวินทร์ เธอโหยหาความอบอุ่นจากผู้ชายคนนั้นทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่เคยมีจริง
“ถ้าอย่างนั้นพี่มัทหางานที่กรุงเทพฯ ทำไม่ดีกว่าเหรอคะ ทำไมไม่ทำที่บริษัทของเราล่ะ” ไลลาลาพยายามหาคำตอบที่ตัวเองสงสัยหลังจากวันนั้นที่ได้เห็นรูปพี่สาวของตัวเองอยู่ในหนังสือพิมพ์หน้าธุรกิจ
“พี่อยากลองไปหาประสบการณ์ข้างนอกน่ะจ้ะ” มัทนาตอบเลี่ยงๆ ซึ่งไลลาก็พยักหน้าตามเออออไปด้วย แต่เธอสังเกตจากแววตาของพี่สาวได้ว่าแฝงความเศร้าอยู่ลึกๆ
หลังจากที่นั่งพูดนั่งคุยกับมารดาเรื่อยเปื่อยส่วนมากท่านจะถามความเป็นอยู่ของเธอ มัทนาจำต้องโกหกออกไปเป็นบางเรื่องซึ่งเธอไม่ชอบเอาเสียเลยที่จะต้องพูดปดกับท่าน และตอนนี้ผู้เป็นแม่ก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยาได้ราวสิบนาทีแล้ว ไลลาจึงชวนเธอไปเดินเล่นข้างล่าง ม้านั่งสวนหย่อมด้านหลังของโรงพยาบาลเป็นตัวเลือกที่ดีในเวลาเช่นนี้ แถมยังมีบึงน้ำทำให้ลมเย็นพัดผ่านหอบเอาความสดชื่นมาด้วย ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ที่ตึงเครียดไปได้มาก
“เจ้านายของพี่มัทเขาเป็นคนดีหรือเปล่าคะ” ไลลาเปิดประเด็นคำถาม ทำให้มัทนามีสีหน้าตื่นตระหนกจนน้องสาวจับผิดได้ “พี่มัทเป็นอะไรคะ”
“เอ่อ...ไม่จ้ะ พี่ไม่ได้เป็นอะไร”
