บทที่ 7 7
“ช่วงนี้บุษเขาไม่อยู่ ต้องไปธุระที่ฮ่องกงน่ะ”
“มัทวานคุณท่านช่วยบอกคุณแม่ให้ทีว่ามัทต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด มัทกลัวว่าคุณแม่จะสงสัยหากไม่พูดออกไปแบบนี้”
“ไม่ต้องห่วง ฉันบอกทุกคนในบ้านไปแล้วว่าเธอได้งานที่ต่างจังหวัด เรื่องที่เธอมาอยู่กับกวินทร์มีเพียงฉันกับบุษเท่านั้นที่รู้”
ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าไลลาไม่รู้เรื่องนี้สินะ เพราะถ้าหากรู้คงไม่ยอมให้เธอมาทำอะไรแบบนี้แน่ ถึงจะสนิทกันไม่มากนักแต่มัทนาก็รับรู้ถึงความห่วงใยที่น้องสาวมีให้ตลอดมา
ไลลาและบุษราแม่รองของเธอช่างเป็นแม่ลูกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“ขอบคุณค่ะ”
“อีกอย่างเธอช่วยทำให้กวินทร์เลิกสนใจในตัวไลลาได้หรือเปล่า อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะมัทนา ยังไงเธอก็ตกเป็นของกวินทร์แล้ว ช่วยหาทางกีดกันอย่าให้เขารู้เรื่องไลลาหรือขัดขวางไม่ให้เขาเจอไลลา ฉันรู้ว่าคนระดับกวินทร์หากจะเข้าถึงตัวไลลาเขาคงทำได้ง่ายๆ และคนอย่างไลลาคงตามเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายคนนั้นไม่ทัน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมกวินทร์ถึงได้ดูถูกใจไลลานัก แต่ฉันไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น เธอเข้าใจใช่ไหมมัทนา”
“ค่ะ” ตอบได้แค่นั้นเพราะเปล่งเสียงออกมามากกว่านี้ได้ยากเหลือเกิน หญิงสาวไม่รู้ว่าทำไมพศวิตถึงได้แบ่งแยกและยกระดับระหว่างเธอกับไลลาอย่างชัดเจน ไหนแม่ของเธอบอกว่าเขาคือพ่อ แต่ทำไมคนเป็นพ่อถึงได้ทำร้ายลูกแบบนี้ หรือว่าจริงๆ แล้วพศวิตไม่ใช่พ่อของเธอกัน !
มัทนาเดินเข้าห้องของตัวเองซึ่งอยู่ชั้นล่างของบ้านอย่างเหนื่อยล้าไปทั้งตัวและจิตใจ สิ่งแรกที่หญิงสาวทำหลังจากเข้าห้องมาก็คือถอดชุดน่ารังเกียจที่สวมใส่อยู่ออกจากร่างทันที เพียงแค่มองเธอยังรู้สึกหดหู่และขยะแขยงร่างกายตัวเองเหลือเกิน ร่างบางจัดการสวมเสื้อยืดตัวสบายและกางเกงขาสั้นเหมือนทุกที
‘ฉันชอบให้เธอใส่ชุดแบบนี้นะมัทนา เหมาะสมกับคนอย่างเธอดี’ คำพูดที่แสนร้ายกาจของกวินทร์ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในหู
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้อง มัทนาพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะเดินไปเปิดมัน เป็นส้มโอสาวใช้ของที่นี่นั่นเองที่มายืนเคาะประตูอยู่
“คุณวินเรียกค่ะ รออยู่ข้างบน” ส้มโอพูดเสียงอ่อย รู้สึกสงสารมัทนาแต่ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้และไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายของตนถึงได้โหดเหี้ยมกับหญิงสาวตรงหน้าเช่นนี้
“ขอบใจมากนะส้มโอ” ใจคอกวินทร์จะไม่ให้เธอพักเลยหรืออย่างไร เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอนเพราะกว่าชายหนุ่มจะปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระก็เข้าสู่วันใหม่ไปหลายชั่วโมงแล้ว
“คุณมัทดูหน้าซีดๆ นะคะ ไม่สบายหรือเปล่า ส้มโอหายาให้เอาไหม” สาวใช้ถามอย่างห่วงใยเพราะตอนนี้ใบหน้าหวานของมัทนากำลังซีดเซียว ปากเรียวบางที่แสนจะน่าอิจฉาแลดูแห้งเผือดไม่เหมือนทุกวัน “หรือจะให้ส้มโอไปเรียนคุณวินให้ดีคะ”
ร่างบางหัวเราะเยาะตัวเองในใจอย่างอดสู หากกวินทร์รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังไม่สบายสิ่งที่หวังเอาไว้ว่าเขาจะเห็นใจหรือมีความปรารถนาดีนั้นเลิกคิดไปได้เลย
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ มัทไม่ได้เป็นอะไรมาก” ปฏิเสธความหวังดีของสาวใช้ร่างอวบ
ไวน์แดงถูกรินใส่แก้วก่อนที่จะถูกจิบทีละนิดๆ อย่างใจเย็น ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ พศวิตเลือกที่จะให้มัทนาอยู่กับเขาที่นี่ต่อไปแลกกับการยืดเวลาในการคืนเงิน หรือมันมีอะไรมากกว่านั้นหญิงสาวถึงได้ยอมอยู่ที่นี่ในฐานะนางบำเรอที่เขาเสนอให้ หลายจุดที่เขามองแล้วมันผิดสังเกต หลายครั้งที่พศวิตอ้ำอึ้งตอบตะกุกตะกักแต่มัทนากลับช่วยคลี่คลายได้ทุกครั้ง
“คุณวินคะ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากมือเล็กของหญิงสาว ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหวานไม่แพ้ใบหน้างาม มัทนาเป็นผู้หญิงที่สวยจับใจ ทว่าเธอกลับมีดวงตาที่เศร้าแต่แปลกที่มันสะกดใจเขายามเผลอมอง
“เข้ามา” นัยน์ตาสีเทาเข้มจองมองนางบำเรอส่วนตัวที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องอย่างว่าง่าย ไม่ว่าเขาสั่งอะไรมัทนาจะรีบทำตามคำสั่งของเขาทันที และตอนนี้เขาอยากให้เธอเริ่มทำหน้าที่ของนางบำเรอ !
ร่างบางรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นว่ากวินทร์กำลังอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงในขณะที่จิบไวน์ไปด้วย และทั้งเนื้อทั้งตัวของชายหนุ่มมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่ปกปิดส่วนล่างเอาไว้เท่านั้น เธออยากจะอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยดลบรรดาลพาเธอออกไปจากมัจจุราชตนนี้สักที แต่ความหวังช่างริบหรี่และเลือนรางเหลือเกินเพราะสัญญาที่เขาร่างขึ้นทำให้เธอดิ้นไม่หลุด เพียงแค่คิดจะก้าวขาออกจากคฤหาสน์หลังงามของชายหนุ่มก็ไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำไปหากเขาไม่อนุญาต
“ยืนบื้ออยู่ทำไม มาทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว !” พูดอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นคนตัวเล็กเอาแต่ยืนหน้าซีดอยู่มุมห้องตั้งแต่เดินเข้ามา “ถอดเสื้อผ้าออกซะ”
เสียงตวาดของกวินทร์ยิ่งทำให้ร่างบางก้าวขาไม่ออก รู้ดีว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น หน้าที่บ้าๆ ที่ชายหนุ่มเป็นคนร่างขึ้นมามันตอกย้ำอยู่กลางใจไม่อาจลบไปได้ มัทนาถามตัวเองว่าเธอเรียนจบมาเพื่อมาเป็นนางบำเรอให้เขาหรืออย่างไร เหตุผลอะไรที่ทำให้กวินทร์เลือกที่จะเหยียบย่ำผู้หญิงอย่างเธอให้จมดินแบบนี้
“เธอกำลังทำให้ฉันโมโหนะมัทนา !!”
