บทที่ 13 13

สิ่งที่เธอเจอยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่มัทนาเจอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ “ไปกันเถอะค่ะ ไลลาหิวจนตาลายแล้วนะ”

ความกังวลหายไปทันทีที่หญิงสาวโพร่งออกมาว่าหิวข้าว ให้ตายเถอะ…เธอไม่มีท่าว่าจะกลัวอัมภาป้าของเขาเลยสักนิด อีกทั้งยังกล้าที่จะเดินจ้ำก้าวไปคนเดียวไม่รอเขาสักนิด เห็นทีแผนนี้คงราบรื่นเมื่อได้ไลลามาแสดงเป็นคนรัก

สรุปแล้วปัญหาจะตกมาอยู่ที่เขาสินะ…ที่ต้องเล่นไปตามน้ำกับไลลาก็พอ หวังว่าหญิงสาวคงไม่เล่นอะไรแรงๆ หรอกนะ ยิ่งแก่นๆเซี้ยวๆ อยู่ด้วย

“ว้าว…อาหารน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ ไลลาขอนุญาตทานด้วยนะคะ”

ไลลาแอบขำกับสีหน้าของผู้หญิงทั้งสอง คงไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำอะไรแบบนี้สินะ

‘สามล้านท่องเอาไว้ไลลา’

อัมภาพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ ถึงอย่างไรเธอก็เป็นผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะมากกว่าใครในนี้ แม้จะไม่พอใจกับหญิงสาวคนรักของหลานชายมากเพียงใดก็ได้แต่เก็บเอาไว้ เพราะไม่อยากดูร้ายในสายตาของศุภณัฐเอาไว้ให้ลับสายตาของหลานจะดีกว่า คงจะพูดและทำอะไรได้ถนัดๆ

“ถ้าหิวมากขนาดนั้น ก็นั่งทานด้วยกันสิคะ” มารตีพยายามกัดฟันพูดทั้งที่ในใจแทบอยากจะกรีดร้องออกมา เธอเกลียดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ศุภณัฐ เธอตั้งหน้าตั้งตารีบเรียนให้จบเพื่อที่จะเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขาซึ่งมีดีกรีเป็นหมอ

สาวนักเรียนจบจากนอกกับคุณหมอก็ดูเข้ากันได้ดีไม่ใช่หรือยังไง

“ขอบคุณมากค่ะ ไลลาหิวมากจริงๆ”

ไลลายิ้มกริ่มและหันไปมองศุภณัฐข้างๆ ส่งสายตาไปตรงเก้าอี้เพื่อให้เขาลากมันออกมาเธอจะได้นั่งลง

“อะไรเหรอครับ” คนเป็นหมองุนงงกับสายตาของหญิงสาว ยื่นหน้าไปถามใกล้ๆ ซึ่งยิ่งจุดชนวนความริษยาให้กับมารตีถึงที่สุด ส่วนอัมภาเอามือทาบอกแทบจะเป็นลม เพราะมองจากมุมนี้เหมือนกับสองคนนั่นกำลังหอมแก้มกันก็ไม่ปาน

“ลากเก้าอี้ออกมาสิคะ” ไลลากัดฟันพูดเสียงเบาๆ ชายหนุ่มถึงกับร้องอ้อในใจ เขาขำออกมาเล็กน้อย

“ทานข้าวกันเถอะครับ”ศุภณัฐพูดกับทุกคนหลังจากที่ไลลานั่งลงเรียบร้อย และแน่นอนที่ข้างๆ ก็ควรจะเป็นเขา

“ไลลาค่อยๆ ทานนะครับเดี๋ยวติดคอ” อันนี้เขาเตือนด้วยความสัตย์จริงเพราะคราวที่แล้วเห็นเธอกินข้าวแล้วเสียวจะติดคอแทน เขาไม่อยากให้เธอขายหน้ากลางโต๊ะอาหารนี้

เพราะรู้ว่าหากมีโอกาสมารตีและอัมภาคงไม่รีรอที่จะซ้ำเติมสิ่งที่ผิดพลาดที่ไลลาเผลอทำ

“อะแฮ่ม... พายมานั่งข้างๆ หนูมินนี่สิลูก” อัมภาพูดเสียงเรียบ เธอโกรธจนตัวแทบสั่นไปหมดแล้วที่ศุภณัฐกล้าพาผู้หญิงที่ชื่อไลลาเข้าบ้าน หนำซ้ำหญิงสาวแลดูไม่เกรงกลัวหรือประหม่าสักนิด ที่สำคัญเธอเห็นศุภณัฐยิ้มและหัวเราะซึ่งเป็นสิ่งที่นานๆ ครั้งถึงจะเกิดขึ้น

คนเป็นแฟนกำมะลอคุณหมอได้ยินถึงกับหน้าตึง รีบคว้ามือหนาของชายหนุ่มเอาไว้ซึ่งอยู่ใต้โต๊ะจึงไม่มีใครเห็น ศุภณัฐหันมามองหญิงสาวที่ไม่ได้มองหน้าเขาถึงกับยกยิ้มมุมปาก ถึงเธอไม่ทำแบบนี้เขาก็ไม่ลุกไปนั่งข้างๆ มารตีอย่างที่อัมภาสั่งหรอก

“ขอผมนั่งกับไลลานะครับ” ด้วยความที่เป็นคนนิ่งขรึมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จึงไม่กล้ามีคนต่อปากต่อคำด้วยสักเท่าไหร่เพียงแค่ศุภณัฐปรายตามองก็ทำให้คำพูดที่มารตีและอัมภาเตรียมไว้กลายเป็นหมันไป

มารตีนั่งกำมือแน่นจิกตาใส่ไลลาเต็มที่บอกให้รู้ว่าศึกนี้เธอจะไม่มีวันยอมเป็นคนแพ้ แต่ทว่า...ศัตรูหัวใจกับยักคิ้วยียวนส่งมาให้เธอ แต่พอศุภณัฐหันมาเธอกลับทำตาใสๆ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เจ็บใจนัก...ยัยผู้หญิงคนนี้ช่างกวนประสาท !!

หลังจากทานข้าวเสร็จอัมภายังไม่ยอมปล่อยให้ศุภณัฐพาไลลาไปส่ง เพราะอยากจะรู้เรื่องราวและประวัติของคนที่เป็นคนรักของหลานชาย นับว่ายังโชคดีที่มารตียังยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ถอดใจง่ายๆ ต้องรีบสลัดผู้หญิงที่ชื่อไลลาออกจากชีวิตของศุภณัฐให้ไวที่สุด เพราะเลือกเอาไว้แล้วว่าหลานสะใภ้จะต้องเป็นมารตีเท่านั้น !

“พายลูก...ลุงเขาเรียกหาน่ะ รออยู่ที่ห้องหนังสือ” อัมภาชี้นิ้วให้เด็กรับใช้วางของหวานบนโต๊ะ มันเป็นสิ่งที่เธอแสนจะภูมิใจเพราะบัวลอยไข่หวานนั้นเป็นฝีมือของมารตีแถมรสชาติยังอร่อยเสียด้วย

แม่บ้านแม่เรือนแบบนี้หายากยิ่งนักในยุคสมัยนี้ และเธอเชื่อว่าแม่คนหน้าหวานอย่างไลลาต้องทำไม่เป็นแน่ๆ

“แต่...” ศุภณัฐอึกอักรู้ทั้งรู้ว่าเป็นแผนของอัมภาที่จะกันเขาออกห่างจากไลลา แต่ก็กังวลว่าศุกิจอาจจะเรียกหาเขาจริงๆ

“ไลลาอยู่ได้ค่ะคุณพาย รีบไปหาคุณลุงสิคะ ให้ผู้ใหญ่รอนานแบบนี้ไม่ดี” มือบางแตะท่อนแขนแข็งแรงเบาๆ แล้วส่งยิ้มหวานชนิดที่สามารถทำให้คนมองตาลุกเป็นไฟได้

“แล้วผมจะรีบมานะครับ” ในเมื่อไลลายืนยันเขาก็หมดห่วง

แม้จะแอบกังวลเล็กน้อยก็ตามแต่เชื่อว่าคนอย่างไลลาสามารถเอาตัวรอดได้ เธอดูฉลาดและมีไหวพริบ

ขิงก็ราข่าก็แรง...คนกลางอย่างเขาอาจจะต้องปวดหัวไปอีกนานแน่ๆ

“เอาล่ะ ฉันจะไม่พูดอ้อมค้อม ตาพายมีคู่หมั้นอยู่แล้ว...ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือหนูมินนี่” คราวนี้อัมภาแสดงออกด้วยคำพูดตรงๆ ว่าไม่ต้องการไลลา มารตีแสยะยิ้มใส่ไลลาที่จ้องอยู่ก่อนแล้ว

“คือ...” ไลลาแสร้งทำหน้าเสียอกเสียใจที่ได้ยินอะไรแบบนี้ หญิงสาวช้อนตามองผู้เป็นป้าของศุภณัฐด้วยความเว้าวอน

“คำที่ฉันต้องการก็คือตกลงไม่ใช่ปฏิเสธ คนอย่างหมอพายเขาต้องคู่ควรกับผู้หญิงชั้นเดียวกัน” อัมภามองไลลาศีรษะจรดปลายเท้า “เธอเองก็สวยอยู่หรอกนะไลลา เป็นลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป