บทที่ 3 3
จะบอกว่าเต็มใจที่จะทำหรือเปล่าก็พูดไม่ได้เต็มปาก เธอรู้ว่ามันเสี่ยงอยู่เหมือนกันกับการที่ต้องอยู่ใกล้ๆ ผู้ชายคนนี้ เอาเถอะ...เธอจะพยายามท่องเอาไว้ก็แล้วกันว่าที่ทำลงไปก็เพื่อเงินก้อนนั้น เพื่อช่วยมัทนาพี่สาวที่แสนดีของเธอ...
“ถ้าอย่างนั้นคุณกลับกรุงเทพกับผมวันนี้เลยได้หรือเปล่า ผมอยากให้คุณเริ่มงานตอนนี้เลย”
ศุภณัฐบ้าไปแล้วเธอไม่ใช่กิ้งก่านะ ถึงจะได้เปลี่ยนสีได้รวดเร็วขนาดนั้น !
ภายในไม่กี่ชั่วโมงเธอต้องเดินทางมากรุงเทพฯ ตามความต้องการของศุภณัฐ มองจากภายนอกแล้วเธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายเงียบๆ ใจเย็นๆ เพราะว่าเขาเป็นหมอ แต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนที่เอาแต่ใจอยากได้อะไรก็ต้องได้เดี๋ยวนั้น ผิดกับที่แอบคิดไว้ลิบลับเลย
แต่ก่อนที่จะออกเดินทางเธอได้บอกมัทนาเอาไว้แล้วว่าจะขอกลับกรุงเทพฯ ก่อน โดยบอกความจริงไปว่ากลับพร้อมกับศุภณัฐซึ่งพี่สาวของเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แม้จะอดกังวลใจไม่ได้ที่ต้องปล่อยให้มัทนาเผชิญหน้ากับผู้ชายร้ายกาจอย่างกวินทร์ แต่เพื่อ ‘เงิน’ มันเป็นสิ่งเดียวที่จะนำพาให้พี่สาวของเธอออกจากกรงมัจจุราชนั้นได้ จำเป็นต้องเดินหน้าตามที่คิดเอาไว้ !
อย่างน้อย...ตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่ามัทนาพักอยู่ที่ไหน เพราะแอบขอแผนที่กับวรวิชลูกน้องของกวินทร์มาเรียบร้อย หวังแต่ว่ากวินทร์คงจะทำตัวดีๆ กว่าแต่ก่อนเพราะอย่างน้อยเขาก็ได้รู้แล้วว่า มัทนา...คือผู้หญิงคนๆ นั้น คนสำคัญที่เขาตามหามานานแสนนาน
“คุณห้ามบอกใครเด็ดขาดกับเรื่องที่ผมจ้างคุณมา” จู่ๆ เสียงเข้มๆ ของคนที่กำลังขับรถก็พูดขึ้น ศุภณัฐไม่ได้หันมามองเธอ สายตาของเขายังคงจ้องมองอยู่ถนนเบื้องหน้า
แหงล่ะสิ... คนมียศมีเกียรติอย่างเขา ถ้าใครรู้ว่าขาดแคลนผู้หญิงจนต้องจ้างเธอมาสวมรอยเป็นแฟนกำมะลอ คงจะขายหน้าแย่แน่ๆ
“รู้แล้วล่ะค่ะ คุณพายเองก็อย่าบอกแม่นิลนะคะ ไลลาไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง” แม้มาลินีจะไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเธอ แต่ท่านทั้งรักและเป็นห่วงเธอราวกับลูกในไส้ ก็เหมือนเธอที่มีความรู้สึกผูกพันกับท่านราวกับแม่แท้ๆ
“ผมบอกคุณรึยังว่า...คุณอาจจะต้องย้ายที่อยู่” คราวนี้ชายหนุ่มปรายตามองเธอเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองถนนข้างหน้าต่อ “คุณต้องมาอยู่ใกล้ๆ ผม อาจจะเป็นคอนโดที่ผมอยู่”
“คอนโด ?...” หญิงสาวอุทานอย่างตกใจ “มันต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เขากำลังแสดงละครอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนั้น
คนเสียหายเนี่ย...มันเธอนะ ไม่ใช่เขา !!
“มันจะได้สมจริง ผมอยากให้ทุกคนเชื่ออย่างสนิทใจ”
โดยเฉพาะป้ารัมภา
“แต่ไลลาจะเสียหายเอานะคะ” แย้งเสียงหวานก่อนจะบ่นอุบอิบ “การที่ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันแบบนี้ คนเสียเปรียบก็มีแต่ฝ่ายหญิงฝ่ายเดียว” ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ ความจริงแล้วไม่อยากจะปฏิเสธด้วยซ้ำหากมีโอกาสได้อยู่ใกล้ๆ ชายในฝันอย่างศุภณัฐ
แต่ไม่ใช่การอยู่ร่วมชายคาแบบนี้ โบราณเขาว่ามันผิดผี !!
“คุณเสียหายตั้งแต่ตกปากรับคำกับผมไปแล้ว” เขาพูดเนือยๆ เหมือนกับว่าไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องที่เธอพูด
“แต่คุณพายเป็นคนขอร้องไลลาเองนี่คะ” ไลลาอยากจะเอื้อมมือออกไปแล้วบิดหูคนหล่อๆ อย่างเขาดูสักครั้ง ศุภณัฐในคราบของคุณหมอใจดียามที่คุยกับคนไข้ กับคนที่กำลังขับรถอยู่ตอนนี้มันคนๆ เดียวกันจริงๆ น่ะเหรอ ไอ้ตอนที่ขอร้องก็พูดจาดีอยู่หรอกนะ ถอนคำพูดตอนนี้จะดีหรือเปล่า หญิงสาวถามตัวเองในใจ แต่เงินที่เขาเสนอมามันทำให้เธอคิดหนัก
เงินนั่นมันจะสามารถช่วยให้มัทนาออกมาจากชีวิตของกวินทร์ได้เร็วขึ้น
มัทนาทำเพื่อน้องสาวอย่างเธอ แล้วเธอจะมานั่งคิดเล็กคิดน้อยทำไม ? มัทนาเจอทั้งสายตาและคำพูดดูถูกจนร่างกายและหัวใจแทบแหลกสลาย เธออาจจะได้รับแค่คำพูดถากถางจากผู้คนที่ไม่รู้จักนินทาว่าร้าย แต่ถ้าหากไม่ไปสนใจกับคำพูดพวกนั้นมันก็คงจะเป็นเรื่องปกติ
คนที่ไม่ถูกนินทาไม่มีในโลกหรอก ต่อให้ดีแสนดีเป็นแม่พระแค่ไหนก็ตาม
“แต่ผมก็ให้เงินตอบแทนคุณนี่ครับ ไม่มีใครเหนือกว่าใครหรอกนะ แล้วก็อย่าเพิ่งคิดมากหรือกังวลใจอะไร ผมแค่คิดเผื่อๆ เอาไว้” เขาเองก็ไม่อยากให้คนแปลกหน้าย่างก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขาเหมือนกัน “แต่ก็เตรียมตัวเอาไว้ก็ดี เผื่อมีเรื่องฉุกเฉิน”
“ฉุกเฉินอะไรคะ” ยิ่งฟังเธอก็ยิ่งงงกับผู้ชายคนนี้ ศุภณัฐดูเหมือนกับมีความลับอยู่ในใจเต็มไปหมด จนเธอไม่สามารถคาดเดาบางสิ่งบางอย่างภายใต้ภายใบหน้าหล่อๆ สีหน้านิ่งๆ ได้เลย
“เราจะคุยรายละเอียดกันที่ร้านอาหารร้านนั้น คุณลงจากรถแล้วเข้าไปนั่งรอผมสักพัก” ไลลามองออกไปตามที่ศุภณัฐว่า มันคือร้านอาหารไทยใต้ตึกโรงพยาบาลของเขา เผลอแปปเดียวเธอนั่งมาถึงที่นี่แล้วเหรอ
เวลาแห่งความสุขนี่มันสั้นจริงๆ
“เลือกโต๊ะในๆ มุมๆ หน่อยก็ดีนะครับ คุณเองก็คงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้เหมือนกันใช่ไหม” เขาจอดหน้าร้านอาหารแล้วพูดกับเธอเบาๆ แต่สายตากลับไม่มองมาที่เธอนี่สิมันคืออะไร...
“ให้ไลลาสั่งอาหารรอเลยไหมคะ”
“สั่งเลยก็ได้ครับ แต่ไม่ต้องเผื่อผมนะ” หญิงสาวกำลังจะท้วงถามหลังจากที่เขาพูดจบและเธอก็ลงจากรถไปแล้ว แต่ทว่า...ชายหนุ่มกับเคลื่อนรถไปก่อนทิ้งให้เธอหน้าเหวอ
“เหลือเชื่อเลยแฮะ เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์เลวร้ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลย จะให้เราสั่งอาหารมานั่งกินคนเดียวหรือไงกัน ชิ...”
ไลลากระชับกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นก่อนจะหมุนตัวกลับเพื่อที่จะเดินเข้าร้านอาหารไปนั่งรอศุภณัฐ
