บทที่ 4 4

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ไลลาไม่ทันมอง ขอโทษจริงๆ นะคะ” เพราะมัวแต่ขุ่นเคืองกับศุภณัฐจึงไม่ทันได้ระวัง หันขวับมาอีกทีก็ไปชนคนอื่นเข้าอย่างเสียมารยาท

“ไม่เป็นไรครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เสียงนุ่มฟังแล้วรื่นหูทำให้ไลลาเงยหน้ามอง เจ้าของร่างสูงที่เธอชนเขานั้น...ราวกับเทพบุตรลงมาปานก็ไม่เชิง น้ำเสียงและใบหน้าดูดีไม่แพ้กันเป็นผู้ชายที่หล่อเอามากๆ หนำซ้ำเขายังถามไถ่เป็นห่วงเธอทั้งที่เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายชนเขา

“ไม่ค่ะ ไม่เจ็บ ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ” ก้มศีรษะขอโทษเขาอีกครั้ง แต่พอเธอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าชายหนุ่มไม่อยู่ตรงที่เดิมแล้ว ไลลางุนงงกับผู้ชายสมัยนี้เสียจริงคิดจะไปก็ไม่ยอมบอกกันสักนิด หันซ้ายหันขวาก็ไม่พบวี่แววไม่รู้ว่าเขาเดินไปทางไหนแล้ว

ทำไมกันนะ…เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกิดใจ ทันที่ได้ได้เห็นหน้าผู้ชายคนเมื่อกี้ บางอย่างที่เธอตอบไม่ถูกว่ามันคืออะไรกันแน่

“คิดมากไปแล้วไลลา…” หญิงสาวตัดสินใจทิ้งความค้างคาใจไป แล้วเดินเข้าร้านเลือกมุมที่ไม่ค่อยมีผู้คนแล้วตรงไปนั่งทันที พนักงานเดินเข้ามาต้อนรับและยื่นเมนูให้กับเธอเพื่อสั่งอาหาร เหมือนกับทุกๆ ครั้งตามร้านอาหารทั่วไป

‘ให้ไลลาสั่งอาหารรอเลยไหมคะ’

‘สั่งเลยก็ได้ครับ แต่ไม่ต้องเผื่อผมนะ’

ฉุกนึกถึงคำพูดของศุภณัฐก็ทำให้ไลลาเบ้ปากออกมาเล็กน้อย คนอะไรเย็นชาเป็นบ้านี่ขนาดกำลังจะเป็นแฟนกันนะ ถึงจะแค่หลอกๆ ก็เถอะแต่เขาควรที่จะสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีบ้างสิ เธอจัดการสั่งอาหารไปห้าหกอย่างเหตุผลเพราะหิวด้วยส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็เผื่อเขานั่นแหละถึงศุภณัฐจะบอกไม่ต้องสั่งเผื่อแต่ถ้าสั่งของตัวเองคนเดียวมันก็ดูจะน่าเกลียดอยู่

ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า จู่ๆ เธอต้องมาใกล้ชิดคุณหมอหนุ่มอย่างศุภณัฐแบบนี้ เขาคงไม่รู้หรอกถึงเธอจะทำเหมือนไม่มีอะไรแต่ข้างในน่ะ หัวใจมันเต้นแรงใช้ได้เลยเต้นในแบบที่ว่าไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน จะว่าเธอไม่เคยเข้าใกล้คนหล่อก็ไม่ถูกเพราะกวินทร์อสูรร้ายตนนั้นที่คุมขังพี่สาวเธออยู่ หล่อเหลายิ่งกว่าดาราและนายแบบบางคนเสียอีกแต่ร่างกายของเธอกับไม่ตื่นเต้นหรือรู้สึกอะไรกับผู้ชายคนนั้นเลย

เธอชอบเขาใช่หรือเปล่านะ…

ความจริงแล้วเธอเองก็แอบมองศุภณัฐมาตั้งแต่ที่ได้มีโอกาสมาเฝ้ามาลินีแม่ใหญ่ของเธอที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ครั้งแรกที่รู้ว่าเขารู้จักกับมัทนาและมอบความห่วงใยให้ต่อหน้าต่อตากวินทร์กับเธอที่เดินมาเจอ เธอมีอาการหน้าชาเหมือนทำอะไรไม่ถูก จะถามออกไปก็ไม่กล้าเพราะตอนนั้นพี่สาวของเธอดวงตาแดงและช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาหนักหน่วง มันทำให้เธอเลิกล้มคิดเรื่องไร้สาระนั่นไป

‘ความรักมันไม่มีเหตุผลหรอกนะไลลา ใช่ว่าเราจะสั่งให้หัวใจเต้นแรงกับใครก็ได้ ถึงแม้คุณวินจะร้ายกาจมากแค่ไหนแต่หัวใจพี่กลับเต้นแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขา’ คำพูดของมัทนายังเด่นชัด มันยิ่งตอกย้ำความจริงที่เธอสงสัยอยู่คนเดียวว่าอาการแบบนี้มันเรียกว่าอะไร

แต่ทว่า…เธอไม่ควรคิดเรื่องของตัวเองในตอนนี้ มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่รออยู่หน้าข้างคือการช่วยมัทนาอย่างสุดความสามารถ

“ไลลาจะช่วยพี่มัทให้ได้ค่ะ พี่มัทเสียสละเพื่อไลลามามากพอแล้ว” เรื่องของตัวเองควรเก็บพับไปก่อน ตอนนี้เธอต้องรีบพามัทนากลับมาอยู่ที่บ้าน

“เอ๊ะ...นั่นผู้ชายคนเมื่อกี้นี่” ผู้ชายคนที่เธอชนเขาตอนนี้เขาอยู่นอกร้าน มองจากมุมที่นั่งอยู่มันสามารถมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน

“ทำไมรู้สึกคุ้นๆ” จะว่าเคยเห็นก็ไม่ใช่ แต่ทำไม...มันเกิดอาการประหลาดๆ ขึ้นมา

“ขอโทษนะครับ รอนานหรือเปล่า” เป็นเพราะเสียงทุ้มที่พูดขึ้นทำให้ไลลาละความสนใจจากคนนอกร้าน เมื่อศุภณัฐเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นอาหารวางอยู่บนโต๊ะ

“ไลลาสั่งมาเผื่อคุณพายค่ะ ถือว่าซ้อมทานข้าวแบบคนรักก็แล้วกัน” รีบพูดดักคอ แม้มองผิวเผินศุภณัฐจะดูเหมือนคนเงียบๆ ขรึมๆ แต่เท่าที่ได้ลองสัมผัสมาแล้วมันไม่ใช่ เขาน่ะ...เอาแต่ใจอยากได้อะไรก็คงต้องได้เดี๋ยวนั้นเลย

“แล้วนี่...อะไรเหรอคะ” เธอหมายถึงเอกสารที่อยู่ในมือของชายหนุ่ม ดูเหมือนว่าเขาจะนำมันมาให้เธอโดยเฉพาะ

“ทานข้าวก่อนแล้วกันครับ แล้วเราค่อยมาพูดเรื่องนี้กันอีกที รายละเอียดมันมีเยอะ”

เขายังไม่ยื่นเอกสารมาให้แต่วางไว้เก้าอี้ข้างๆ ตัวที่เขานั่ง ไลลาได้แต่ยักไหล่ไม่สนใจกับท่าทีแบบนั้น

ไลลาพยายามสังเกตว่าเขาเลือกที่จะทานอะไรบ้าง กับอาหารที่เธอเป็นคนสั่งมาและก็ทำให้เธอได้รู้ว่าคนเป็นหมออย่างศุภณัฐ เขี่ยผักทิ้ง !

“คุณพายทำไมไม่ทานผักคะ” ถามอย่างสงสัย เวลาเด็กมารักษาเธอเห็นบรรดาหมอๆ ชอบเกลี้ยกล่อมให้ทานผักทั้งนั้น ถ้าหมอเป็นตัวอย่างที่ดีไม่ได้แล้วเด็กจะไปเชื่อได้ยังไง

“ผมไม่ทานพวกต้นหอม มันเหม็นผมไม่ชอบ” เขาตอบเนือยๆ ราวกับรำคาญเล็กน้อยกับคำถามของเธอ

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกมั้งครับกับการที่ผมไม่ทานผักพวกนี้”

“ไลลาก็แค่ถามดู แหม...ไม่เห็นต้องทำหน้าขรึมๆ แบบนั้นเลย” เธอขำจริงๆ กับสีหน้าของศุภณัฐในตอนนี้ มันเหมือนกับว่าเขากำลังอายที่โดนจับได้ว่าไม่ทานผัก

ศุภณัฐแสร้งทำเป็นไอแล้ววางช้อนลง ก่อนจะหยิบเอกสารที่ตั้งใจนำมาให้ไลลาโดยเฉพาะ “ถ้าคุณทานอิ่มแล้วช่วยบอกผมด้วยก็แล้วกัน” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น หญิงสาวที่นั่งตรงข้ามก็ยังไม่หยุดทานเธอส่งยิ้มมาให้แล้วก็ทานอาหารต่อไปอย่างเอร็ดอร่อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป