บทที่ 6 6

ร่างสูงเดินเข้าบ้านตัวเองด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ หลังจากที่เขาพาไลลาไปส่งที่ป้ายรถเมล์ตามที่หญิงสาวร้องขอไม่ว่าจะพยายามไปส่งที่บ้านของเธออย่างไรก็ยังยืนยันไม่ยอมท่าเดียว เขาหวังดีกลัวเธอจะเหนื่อยต้องไปเบียดกับผู้คนที่ใช้รถสาธารณะ แต่เมื่อเจ้าตัวไม่ต้องการเขาก็ไม่รู้จะต่อกรอะไรได้อีก

“คุณหมอ” เสียงหวานๆ ลอยเข้าหูก่อนที่เขาจะมองเห็นเสียอีก ‘มารตี’ ตรงเข้ามาเกาะแขนของเขาเอาไว้ด้วยความดีใจ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยเรียกได้ว่าไม่มีชายใดกล้าปฏิเสธเธอ

ยกเว้นเขา...

“มาแล้วเหรอ ป้าคิดว่าพายจะลืมไปแล้วเสียอีก” อัมภาเดินเข้ามาหาหลานชายด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยที่ศุภณัฐไม่ได้กลับบ้านมาหลายวัน และเธอรู้ว่าเหตุผลที่หลานชายตัวดีไม่ยอมกลับบ้านมาเป็นเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่หนีการดูตัวกับมารตี

เธอเสียหน้าหลายต่อหลายครั้งเมื่อนัดคุณหญิงมาลาลัยกับมารตีมาทานข้าวที่บ้านเพื่อหวังเกี่ยวดองกัน แต่ศุภณัฐกลับเสียมารยาทไม่ยอมมาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันถึงสามครั้ง !

ไหนจะคำโกหกที่เธอรับไม่ได้อีก เมื่อหลานชายบอกว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว

“คนไข้เยอะครับ” มือหนาพยายามแกะมือบางออกจากการเกาะเกี่ยวด้วยความสุภาพ ไม่อยากให้ผู้ใหญ่สองฝั่งต้องผิดใจไปมากกว่านี้ แค่การที่เขาไม่มาทานข้าวด้วยก็ถือว่าเป็นการหักหน้าไปหลายครั้ง

แต่ทำไมมารตียังถึงได้ไม่ยอมปล่อยเขาไปเสียที ชอบหรือไงกับการที่ผู้ใหญ่จับคู่ให้

“แต่ลุงบอกว่าเมื่อวานและวันนี้พายขอลา แล้วทำไมถึงไม่ยอมมาทานข้าวกับหนูมินนี่” ถึงเธอจะไม่ใช่ป้าแท้ๆ ของศุภณัฐ แต่เธอก็รักเขาราวกับลูกในไส้ เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กหลังจากที่บิดาและมารดาของชายหนุ่มเสียชีวิตไป

“คุณป้าคะ อย่าว่าคุณหมอเลยค่ะ” มารตีรีบมาเกาแขนอัมภาแทนที่ศุภณัฐ เธอเต็มใจที่จะรอเขาเองทั้งที่มารดาเอ่ยปากบอกให้ล้มเลิกที่จะหมั้นกับผู้ชายคนนี้ซะ ถ้าไม่ใช่ศุภณัฐเธอก็ไม่รอหรอกแต่เพราะเป็นเขาเธอถึงได้ยอมอดทนรอ จนในที่สุดวันนี้เขาก็มาจริงๆ “โรงพยาบาลคนเข้าออกวันๆ เยอะจะตายไป คุณหมอเขาคงอยากจะพักผ่อนบ้าง มินนี่เข้าใจค่ะมินนี่ไม่ได้โกรธ”

“ป้าต้องขอโทษหนูมินนี่แทนพี่เขาด้วยนะลูก เราไปทานข้าวกันดีกว่านะ” อัมภาหันมาพูดเสียงอ่อนกับมารตี ก่อนจะหันไปหาศุภณัฐที่มองมานิ่งๆ

“ป้ากับหนูมินนี่จะไปรอพายห้องทานข้าวนะพาย อย่าช้าล่ะ”

“มินนี่จะรอนะคะคุณหมอ”

โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นเมื่อมีสายโทรเข้ามา มือหนารีบล้วงขึ้นมาก่อนจะยิ้มออกเมื่อเห็นว่า ‘ใคร’ ที่โทรเข้ามาหาในช่วงเวลาที่เขากำลังทุกข์ใจ

‘พี่พายคะ ยุ่งอยู่หรือเปล่าเอ่ย’ แค่ได้ยินน้ำเสียงของเธอก็ทำให้เขามีความสุขขึ้นมาทันที

“ไม่ยุ่งครับ วันนี้พี่หยุด” ศุภณัฐเลือกที่จะเดินออกมาคุยโทรศัพท์ในสวน ไม่สนใจคนที่รอทานข้าวอยู่เพราะคนปลายสาย ‘สำคัญ’ มากกว่า

‘คิดถึงพี่พายจังเลยค่ะ หยุดทั้งทีไม่เห็นโทรมาหากันบ้างเลย’ ดูเหมือนหญิงสาวกำลังจะเง้างอนเมื่อรู้ว่าวันนี้เขาหยุด แต่ไม่ได้โทรไปหาเธออย่างเช่นเคย

“พี่ขอโทษครับ แต่พี่กำลังจัดการเรื่องของเราอยู่ รุ้งอย่าโกรธพี่หมอเลยนะครับ” เขารู้ว่าตอนนี้เธอต้องกำลังกลั้นยิ้มอยู่แน่นอน เมื่อใดที่เขาแทนตัวเองว่าพี่หมอ แก้มใสๆ ของเธอจะแดงระเรื่อขึ้นอย่างน่ารัก

‘รุ้งไม่โกรธพี่พายหรอกค่ะ รุ้งเข้าใจว่าพี่พายกำลังประคองความรักของเราให้ดีขึ้น พี่พายอย่าท้อนะคะ’

“พี่จะทำให้ทุกคนยอมรับในความรักของเราให้ได้ครับ”

‘รุ้งจะรอนะคะ’

“รุ้งครับ...” เขาควรจะรีบบอกเรื่องของไลลากับรุ้งพราวตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะกลัวคนรักจะเข้าใจผิด

‘ว่าไงคะ ทำไมเสียงของพี่พายดูเหมือนไม่สบายใจเลย’ รุ้งพราวพูดด้วยความเป็นห่วง

“ถ้ารุ้งรู้ข่าวอะไรเกี่ยวกับพี่ อย่าตกใจนะครับเพราะพี่กำลังทำเพื่อรุ้ง หัวใจของพี่มอบให้รุ้งเพียงคนเดียว”

เขาคิดถึงใบหน้าหวานๆ จิ้มลิ้มของรุ้งพราวมาก ทำไมความรักของเขาและเธอจะต้องมีอุปสรรคหลายด่านเหลือเกิน ทำไมกันนะ...

‘ค่ะ รุ้งเชื่อใจพี่พาย แค่นี้ก่อนนะคะ’

“อย่าลืมทานข้าวนะครับ พี่เป็นห่วง”

‘ค่ะ รุ้งรักพี่พายนะคะ’ รุ้งพราวชิงตัดสายไปก่อนที่ศุภณัฐจะตอบกลับไปว่า ‘รักเธอ’ เช่นกัน

ใบหน้าหล่อเหลาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด คืนนี้มีเมฆปกคลุมไปหมด

มองไม่เห็นดวงดาวสักดวง ก็เหมือนกับความรักของเขาและรุ้งพราวที่โดนอุปสรรคบดบังไปหมด แต่เขาเชื่อว่าวันข้างหน้าอุปสรรคเหล่านั้นจะค่อยๆ จางหายไปถ้าทั้งสองคนหนักแน่นและจับมือกันเอาไว้ตลอด

“ทำไมแกไม่เชื่อใจฉัน ฉันไม่เคยคิดจะทรยศเพื่อนอย่างแกเลยสักครั้ง” เขาไม่เคยนึกเลยว่าผู้หญิงเพียงคนเดียวจะทำให้เพื่อนที่เขาคบมาเป็นสิบปีอย่างติณสูร จะแตกหักกันจนต่อไม่ติด...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป