บทที่ 2 : ภารกิจล้มเหลว แต่หัวใจแหลกเหลวยิ่งกว่า

เตรียมตัวเตรียมใจอย่างนั้นหรือ 

ชีกห์การิม ดุยิ่งกว่าอะไรในโลก เขาน่ากลัวจนเธอนับครั้งได้ว่าตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่อยู่ในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้เธอเผลอเงยขึ้นสบตาเขากี่ครั้ง 

หนึ่งปีที่ว่ายาวนาน กำลังรู้สึกว่ามันรวดเร็วเกินไปหากต้องใช้มารยาอ่อยผู้ชายน่ากลัวคนนั้น

เป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับคนรวยที่ชอบคิดอะไรซับซ้อนถึงขนาดจ้างวานหาคนมาบำเรอสามีตนเอง แต่จะว่าไปแล้ว งานประหลาดที่ว่ามันก็เหมาะสำหรับคนยากจนอย่างเธอดี 

นับว่าเป็นสมดุลของโลกสินะ

“เห้อ” 

หญิงสาวถอนหายใจก่อนเดินเข้าไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้แขกคนสำคัญของเจ้านาย 

อีกครั้งที่สายตาดุดันเพ่งมองเธอราวกับจะฆ่าให้ตายคามือ 

นี่น่ะหรือ ชายที่เธอจะต้องเผด็จสวาทให้ได้ ดุยิ่งกว่าอะไรดี

“ใครสั่ง?” 

“เอ่อ นายหญิงค่ะ” เธอยืนก้มมองพื้นตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“เอากลับคืนไป”

มือเรียวเตรียมหยิบขวดกลับคืนแต่ทว่าแขกของเขารีบเอ่ย

“เฮ้ ไม่เป็นไร วางไว้ตรงนี้แหละ ขอบใจนะ ..ว่าแต่เธอชื่ออะไรหรือ?”

“นูรีนค่ะ” ใบหน้าเรียวค่อยๆเงยขึ้นสบมองดูแขกที่ชื่อคุณยาซัดผู้มีใบหน้าคมคาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเธอชื่นชมในความเป็นมิตรของเขา 

ริมฝีปากชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มกว้างอวดฟันขาวเรียวเรียงกันสวยงาม แต่ก็ต้องรีบหุบลงทันใดเมื่อถูกสายตาอีกคู่ส่งแววตาดุให้

“ออกไปได้แล้ว” 

“ขอโทษค่ะ” เธอรีบออกมาจากห้องรับแขกในทันที 

“เห้อ บ้าที่สุด แค่เข้าไปไม่ถึงนาทีก็เฉดหัวไล่ขนาดนี้แล้วถ้าไปนอนอ้าขารอในห้องจะไม่ยิงกันตายเลยหรือ”  

เธอบ่นอุบอิบเพียงลำพัง 

หมั่บ

มือปริศนาบีบต้นแขนเธอไว้ 

“อุ๊ย นายหญิง” 

“เธอต้องทำให้ได้ ฉันมีเวลาไม่มากแล้วนูรีน ได้โปรด” 

แววตาของซูซานมองมาที่เธออย่างคาดหวัง 

“ค่ะ หนูจะทำให้ได้”   

ร่างใหญ่เดินเซซัดเข้าไปในห้องนอนภรรยา กลิ่นกำยานบำบัดของเธอมันช่างฉุนขึ้นจมูกเสียเหลือเกิน อาจจะเพราะเขากำลังเมาจนไม่รู้สึกถึงความหอมมากไปกว่าการคลื่นไส้เมื่อได้กลิ่นเช่นนี้กระมัง

“ที่รัก”

ชีกห์การิม บินมุฮัมมัด อัลอิมาลอฮ์ติน เรียกภรรยาที่รักด้วยน้ำเสียงออดอ้อนหลังจากพบเธอนอนห่มผ้าคลุมโปงอยู่ 

“ไม่อึดอัดแย่หรือฮื้ม?” 

ฟุ่บ

ร่างใหญ่เอนกายลงนอนเคียงข้างภรรยา ฝ่ามือหนาสอดเข้าไปใต้ผ้าห่มหวังสัมผัส แต่..

“เฮ้ย!”

การิมสะดุ้งโหยง

“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ” 

เขากระชากผ้าห่มออกพบสาวใช้ร่างเล็กนอนขดตัวสั่นเทาค่อยๆลุกขึ้นนั่งชันเข่าแทบไม่กล้าจะเคลื่อนไหวร่างกายไปไหน 

เธอจะเอายังไงดีหนอ? คนหนึ่งสั่งให้ห้ามออกไปจนกว่าจะเช้า แต่อีกคนที่ยืนเท้าสะเอวจ้องถมึงทึงน่ากลัวเหลือเกิน

เอาล่ะ ขอทำตามคำสั่งคนที่จ้างวานเธอดีกว่า 

“นี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง?? ไหนว่าเก่งภาษาอังกฤษนักไง แค่คำว่าไสหัวออกไปยังไม่เข้าใจหรือ?”

“คือ หนู เอ่อ..” เธอจะบอกยังไงดี คุณซูซานขอร้องแกมบังคับเอาไว้ว่าไม่ว่าเขาจะโวยวายแค่ไหนเธอต้องทน 

“เอาอย่างนี้ เธอบอกฉันมาตามตรงนะ ซูซานจ้างเธอมาเท่าไหร่ฉันจะให้มากกว่าเป็นเท่าตัวแล้วก็รีบออกไปจากบ้านนี้เลย”

“หนูทำแบบนั้นไม่ได้ค่ะ คุณซูซานสั่งให้หนูดูแลคุณจนถึงเช้า”

“เห้อ” การิมยกฝ่ามือขึ้นโปะหน้าผากพลางแหงนหน้าขึ้นสุด 

“แล้วตอนนี้เมียฉันไปอยู่ไหน” 

“ไม่รู้ค่ะ” 

“ออกไปเถอะไป” เขาโบกสะบัดข้อมือขับไล่เธอตรงๆ รู้สึกมึนหัวจนแทบจะระเบิดอยากทิ้งตัวลงนอนจะแย่อยู่แล้ว

“คุณซูซานเธอกำชับอย่างหนักเลยว่าคืนนี้หนูต้อง..เอ่อ”

“ช่างเถอะ” เขาแทรก 

“เอาอย่างนี้นะนูรีน เธอไปนอนตรงโซฟานั่นจนถึงเช้าก็แล้วกัน” 

เขาเหนื่อยจะเสวนากับหล่อนเต็มกลืนเลยต้องปล่อยๆไปสักคืนหนึ่ง 

การิมนอนพลิกร่างกระสับกระส่ายไปมาอย่างหงุดหงิด เหล้าที่ดื่มไปก็ไม่ช่วยให้เขานอนหลับได้ง่ายขึ้นเลยแม้แต่น้อยแต่กลับยิ่งทำให้ร่างกายปั่นป่วนสมองพาลนึกไปถึงการได้สัมผัสผิวเนื้อนุ่มใต้ผ้าห่มแม้เพียงเสี้ยววินาทีแต่มันมีผลต่อการกระตุ้นความเป็นชายให้ตื่นตัวจนเขาต้องนอนตะแคงหนีบขาเอาไว้และหันหลังให้หล่อนที่นอนอยู่บนโซฟา 

‘ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันพยายามแค่ไหน สองปีที่ไม่ได้มีอะไรกัน พอพลั้งหนึ่งครั้ง กลายเป็นผิดไปหมด’ 

น้ำเสียงสุดเศร้าของยาซัดที่คุยกันเมื่อตอนกลางวันผุดแทรกเข้ามาในหัว

เขาแค่รับฟังไม่ได้โต้แย้งหรือบอกอะไร 

ความจริงเขาเองก็ห่างเรื่องอย่างว่านั้นมาสองปีเช่นกัน 

เป็นความเหมือนที่แตกต่าง เขาทนได้และใช้การช่วยตัวเองมาโดยตลอด 

“ให้หนูนวดให้มั้ยคะ?”

แล้วเสียงเล็กจากด้านหลังดังแทรกเข้ามาในภวังค์เหม่อ เขาขบกรามแน่นพลางกรอกตามองบนก่อนเอ่ยเสียงรอดไรฟันออกมา

“ไม่ต้อง!”

แล้วหล่อนก็เงียบลง 

เขาขยับกายออกห่างจนแทบจะหลุดขอบเตียง เริ่มรู้สึกว่ากำลังใช้ชีวิตลำบาก 

แต่ถ้าซูซานสั่งรุกหนักเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทนได้อีกสักแค่ไหน

นูรีนเล่นมือถือเพื่อฆ่าเวลาเฝ้ารอจนกว่าเขาจะหลับสนิท จนผ่านนานเกือบชั่วโมงสังเกตดูร่างใหญ่นอนนิ่งจึงเริ่มปฏิบัติการ

“คุณการิมคะ?”

“....”

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับหญิงสาวจึงย่องเบาเข้าใกล้ เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนเอื้อมมือไปแกะกระดุมเสื้อเขาออก เมื่อแกะสำเร็จไปได้หนึ่งเม็ด แต่

พลั่ก

“โอ๊ย” 

ร่างบางถูกผลักจนกระเด็นก้นจั้มเบ้าบนพื้น 

“ออกไป๊!” 

เสียงแหบห้าวตวาดไล่ดังลั่นห้องพร้อมดึงกระชากลากดึงแขนเธอที่ยังอยู่ในท่านั่งพับเพียบออกไปนอกห้องนอนก่อนกระแทกประตูใส่เสียงดัง

ปึง!

ซูซานยืนกอดอกมองสาวใช้อย่างระอา

“ล้มเหลวอีกแล้วสินะ”

“หนูขอโทษค่ะ หนูพยายามถอดเสื้อผ้าแล้วแต่คุณการิมเค้าผลักหนูออก” 

“บ้าเอ๊ย เธอจะไปถอดเสื้อเค้าก่อนทำไม ควรถอดเสื้อตัวเองออกก่อนสิ”  

ซูซานเผลอแผดอารมณ์ใส่หญิงสาวอย่างผิดวิสัย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป