บทที่ 12 "น่ารำคาญ!!"

               “ไอ้เขียวก่อเรื่องว่ะ”

               “ไอ้เขียว..ออ ผมว่าแล้ว นายไม่น่าให้โอกาสคนอย่างมันเลย สันดานขี้คุกมันไม่มีวันเปลี่ยนหรอกค้าบ ..โอ๊ะ อย่าครับนาย”

               โมกรีบยกฝ่ามือป้องเท้าชัชวาลเมื่อเผลอปากพล่อย

               เปรี๊ยะ

               “นี่แน่ะ ไอ้ปากหมา.. ผมจะไม่พูดอีกแล้วครับ” เขาลงทุนตบปากตัวเองก่อนจะโดนเจ้านายตบซึ่งอาจจะเจ็บกว่าหลายเท่า

               ตั้งแต่ชัชวาลเข้ามาบริหารไร่แทนบิดา เขาเปลี่ยนกฏเกณฑ์การรับคนงานโดยการเปิดโอกาสพวกที่เคยมีคดีหรือเคยติดคุกนั้นเข้ามาอยู่ร่วมกันกับสังคมอย่างปกติ เขาไม่ใช่พ่อพระอะไรหรอก แต่เพราะนึกถึงกรวลัยต่างหากล่ะ

               “ฝากไว้ก่อนเหอะมึง” เขาลุกพรวดออกไปโดยมีลูกน้องวิ่งตาม

               “เดี๋ยวๆครับนาย นายยังไม่อนุมัติเรื่องเงินให้ผมเลย”

               “ฝันไปเถอะ กูรู้ว่ามึงแอบลงฝ่ายแดงไว้เยอะเพราะไม่เชื่อเด็กปั้นกู”

               “แฮ่... โธ่ นายก็ นะคร้าบ ผมไม่มีตังค์ซื้อกับข้าวเย็นให้ลูกเมีย”

               “ช่างหัวมึง” เขาปฎิเสธเสียงแข็ง ทว่านายโมกนั้นรู้ดีว่าเจ้านายไม่ได้เป็นแบบนั้น

               “ผมจะรอนะคร้าบบ .... เห้อ หมดตูดเลยกู อิขวัญใจด่าเอากูหัวแตกแน่เลย”

               เขาตะโกนไล่หลังพลางบ่นอุบอิบ

               เจ้าของไร่หนุ่มยืนเท้าสะเอวมองชายวัยสามสิบเศษร่างกายซูบผอมมือทั้งสองถูกมัดไพร่ไปข้างหลังนั่งคุกเข่าตรงหน้า เขาและลูกน้องอีกห้าคนลากตัวนายเขียวออกมาลงทัณฑ์ในเขตไม้ทึบเพื่อลับตาผู้คน เขาเค้นจนเข้าใจทั้งหมด ว่ามันฉุดพนักงานต้อนรับไปข่มขืนมาสองรายแล้ว รายแรกกลัวอับอายจึงลาออกไปเงียบๆ หนำซ้ำยังบังอาจตั้งตัวเป็นเอเย่นใหญ่จำหน่ายยานรกมอมเมาคนงานด้วย

               “ผมไม่ได้ค้านะครับคุณชัช ผมแค่เสพ แค่เสพจริงๆ อย่าทำอะไรผมเลย”

               ปึง

               “ห๊ะ!” นายเขียวอ้าปากค้างเมื่อลูกน้องชัชวาลทิ้งหลักฐานเป็นยาเสพติดพ่อถุงพลาสติกมัดใหญ่ออกมา

               “กูว่ากูใจดีกับมึงแล้วนะ อุตส่าห์สงสารเห็นไม่มีงานทำตั้งแต่ออกจากเรือนจำมา ที่แท้ก็หัวหมอกะมาตีตลาดกับคนงานในไร่กูเหรอ ..เฮอะ”

               “ผม ผมผิดไปแล้ว ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะครับคุณชัช ปล่อยผมไปเถอะนะครับ สัญญาจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย”

               “หมามันเคยกินขี้ก็คงกินเหมือนเดิมสินะ กูช่วย แต่ดันจะซวยเพราะมึง อืม บางทีคุกก็ดัดสันดานมึงไม่อยู่” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากำลังหยิบกระสุนใส่ปืนอย่างใจเย็น

               “ผะๆ ผมขอร้องล่ะครับ ไว้ชีวิตผมเถอะนะครับ”

               ครืดดดด

               “เห้อ..แม่ง!”

               เจ้าของไร่หนุ่มสบถอย่างหัวเสียเมื่อดันมีสายเข้ามาขัดจังหวะ

               “มีอะไร!”

               แม่สาวใช้สะดุ้งเมื่อปลายสายตอบรับเสียงห้วนจัดแต่ต้องกลั้นใจเอ่ยถามเสียงใส

               “คุณชัชจะมาหาจำปามั้ยคะ จำปารอนานแล้ว หรือว่างานยุ่งคะ ไม่เป็นไรค่ะไว้วันหลังก็ได้จำปานอนก่อนนะคะ”

               “.......”

เธอรอฟังคำตอบตาละห้อยขณะเวลาบนเข็มนาฬิกากำลังบ่งบอกว่าใกล้จะเที่ยงคืนแล้วแต่ได้ยินเพียงเสียงหายใจฟึดฟัดซึ่งตอนนี้ชัชวาลย์กำลังบีบมือถือแน่น กัดฟันกรอดพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ระเบิดใส่เธอที่เล่นโทรมาไม่รู้เวลา

               “อย่าโทรมาอีก อย่าบังอาจโทรมาอีกถ้าฉันอยากคุยจะโทรไปหาเอง จำไว้ น่ารำคาญ!!” เขาตะคอกเสียงดังลั่นและกดวางสายไป

“ฮึกๆ คนใจร้าย”

เธอร้องไห้คร่ำครวญความน้อยเนื้อต่ำใจที่อยู่ๆก็โดนเขาดุทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็เขาเป็นคนนัด เธอแค่โทรถาม? เธอผิดอะไร

               “ฮึก..”

               ....

               “มึงโชคดี”

               พลั่กก

               “โอ๊ยยย”

               ชัชวาลเก็บปืน เดินออกไปอย่างหงุดหงิด เขาตัดสินใจไว้ชีวิตนายเขียวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจต่อไป ท่ามกลางความงุนงงของลูกน้องและตัวก่อเรื่องที่กำลังก้มหัวยกไหล่ขึ้นเช็ดมุมปากที่กำลังมีเลือดไหลจากการถูกฟาดด้วยกระบอกปืนเมื่อครู่

               หญิงสาวร้องไห้ฟูมฟายจนกระทั่งหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าของไร่กำลังงัดหน้าต่างเข้ามาลงทัณฑ์เธอให้สาสมกับที่เธอทำเขาหงุดหงิด  

ชัชวาลสลัดแจ็คเก็ตลงพื้นก่อนพาร่างสูงโปร่งขึ้นไปนอนทาบทับหญิงสาวบนเตียงทั้งที่ตัวเปื้อนคราบเหงื่อและกลิ่นเหล้าบุหรี่คลุ้ง

               ฟุ่บ

               “อื้อ ..คุณชัช ไปอาบน้ำก่อนมั้ยคะ” เธอขยี้ตางัวเงียมืออีกข้างดันกายใหญ่ออกห่าง ใบหน้าหวานเอียงหลบริมฝีปากร้อนพร้อมทำจมูกฟุดฟิดเพราะกลิ่นเหล้าและบุหรี่แรงจัดเกินจะทนทำเอาเรือนกายบอบบางทาแป้งเด็กอ่อนๆหอมละมุนถูกกลิ่นอบายมุขกลบกลืนทันตา 

               “ทำไม รังเกียจเหรอ ห๊า”

               “ไม่ ไม่ใช่นะคะ แต่คืนนี้คุณเมามาก..

               แคว่กกก

               “ว้ายยย”

               มือใหญ่ทึ้งดึงจนกระดุมเสื้อหลุดกระเด็นกระดอนออกคนละทาง แม้หล่อนจะพยายามขัดขืนแต่คงสู้แรงเขาไม่ไหวจึงยอมนอนนิ่งเป็นท่อนไม้ปล่อยเขาทำตามแต่ใจ

               อาการเธอคล้ายคนกึ่งหลับกึ่งตื่นแม้รู้ดีว่านี่คือความจริง เสียงลมหายใจหนักๆพ่นออกมาพร้อมกลิ่นละมุดเน่าละเลงตั้งแต่ซอกคอไล่ลงมาถึงสะโพก นิ้วชี้และนิ้วกลางสอดเข้าโพรงปากเล็ก เธอดูดรูดนิ้วมือเขาอย่างรู้งาน

  “อื้มม”    

               สองมือแยกเรียวขาตนเองออกกว้างทั้งที่หลับตาอยู่ หวังให้เขาออรัลเล้าโลมก่อนจะสอดใส่

               พรวดด

               “กรี๊ดดดดด”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป