บทที่ 3 โจรล่าพรกมจรรย์ (3)
ปริชญ์ยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเมื่อเห็นว่าร่างเมื่อสักครู่ผลุบหายไปแล้ว รอยยิ้มพึงใจเผยขึ้นขณะสายตายังคงจับจ้องบานประตูห้องนอนว่าที่น้องเมียไม่วางตา ในขณะที่วิมลยายังคงยืนนิ่งคล้ายคนละเมอ เมื่อรสสัมผัสเมื่อสักครู่มันทำให้สติของหล่อนถึงกับกระเจิดกระเจิงจนแทบกู่ไม่กลับเลยทีเดียว
“ผมให้เกียรติคุณนะที่รัก หากยังไม่พร้อมผมก็จะไม่ฝืนใจ”
“..…”
ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขา ทำให้วิมลยายืนนิ่งราวถูกสาป เพียงเห็นสายตาคู่คมที่ลอบมองไปยังบานประตูห้องข้างๆ หญิงสาวถึงกับเม้มปากแน่นพลางรีบข่มใจให้เป็นปรกติ
“หากไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับที่รักของผม”
รอยจูบฝากฝังลงบนแก้มนุ่มเพื่อเป็นการสั่งลา วิมลยาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปรกติที่สุด เก็บซ่อนความกังขาเอาไว้ภายในใจแล้วฝืนยิ้มออกมา
“ค่ะ”
“กู๊ดไนท์นะครับ”
“เช่นกันค่ะ”
รอยยิ้มบาดใจส่งมาให้ก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆ หันหลังเดินจากเธอไป หากเขาจะหันหลังกลับมามองสักนิด ก็จะเห็นว่าวิมลยายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าห้องของตนเนิ่นนาน บานประตูที่ปิดสนิทของห้องข้างๆ นั้น อยากรู้นักว่าหญิงสาวในนั้นกำลังอยู่ในสภาวะเช่นใด อาจจะกำลังทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด หรืออาจกำลังหลับใหลอย่างมีความสุขไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในค่ำคืนนี้บ้าง
“ฟู่…”
เสียงผ่อนลมหายใจโล่งอกเมื่อพาร่างเข้ามาอยู่ในห้องของตนวิมลยาเดินลากขาไปทิ้งกายลงบนเตียงกว้างพลางครุ่นคิด สัมผัสเร่าร้อนเมื่อสักครู่ที่ยังคงติดตราตรึง ทำให้เผลอยกมือขึ้นแตะกลีบปากนุ่มอย่างลืมตัว ชั้นเชิงของเขาทำให้เกือบพลาดท่า หากเขารุกอย่างนี้ทุกครั้งที่พบกัน ไม่แคล้วคงจะเป็นหล่อนเองที่ต้องพลาดท่าเสียทีให้กับเขาในสักวัน
หากในวันนี้เขาไม่หยุดกลางคัน ทุกอย่างคงต้องจบลงบนเตียงอย่างแน่นอน เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ทำให้วิมลยาถึงกับนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียง รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ช่างเข้าถึงตัวตนได้ยากยิ่งนัก อารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ของเขาทำให้หล่อนคาดเดาไม่ออก ว่าแท้จริงแล้วเขาได้ซุกซ่อนอะไรเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มบาดใจนั้นหรือไม่
หล่อนชอบรอยยิ้มของเขา เพียงแค่คิดถึงก็ทำให้หัวใจอิ่มเอม รู้สึกว่าตนช่างเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้ครอบครองหัวใจของซีอีโอแห่งเคพี อินเตอร์กรุ๊ปเอาไว้ได้ หญิงสาวคิดอย่างมีความสุข จนเผลอคลี่ยิ้มออกมาแล้วเผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
เสียงบรรเลงเพลงฟ้อนสาวไหมเป็นจังหวะแสนไพเราะเริ่มดังขึ้น นางรำในชุดฟ้อนของทางภาคเหนือแสนสวยงาม ผสานกับลีลาการร่ายรำอันแสนอ่อนช้อยตราตรึงใจ ต่างทำหน้าที่ของตนกันอย่างตั้งใจเพื่อมอบความบันเทิงและความสุขแก่บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญมาภายในวันนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าของเมืองไทยแทบทั้งสิ้น
ร่างสูงสง่าในสูทตัดเย็บเข้ารูปพอดีตัวก้าวเดินเข้ามาในงานอย่างไม่รีบร้อนนัก แม้เจ้าตัวจะมาเลทจากเวลาเริ่มงานก็ตามที เมื่อนั่งลงยังโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้แล้ว ชายหนุ่มปรายตาไปยังนางรำบนเวทีการแสดงอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่เพียงสายตาได้สบเข้ากับใบหน้าของนางรำคนหนึ่งที่กำลังส่งยิ้มหวานมาทางเขา หัวใจของเขาถึงกับกระตุกวูบขึ้นมาทันที
“ภา!”
