บทที่ 9 รักฝังใจ (2)

ปริชญ์หมายถึงคีตกวี น้องชายฝาแฝดของพี่สะไภ้ การที่เขากับคีตกวีมาจับมือเป็นพันธมิตรกัน ทั้งนี้เพื่อต้องการครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดเอาไว้ ซึ่งเขามองการไกลว่าการที่เคซีเอสกรุ๊ปกับพีเคอินเตอร์กรุ๊ปของเขามาผนึกกำลังเข้าด้วยกันจะทำให้สามารถครองกลุ่มลูกค้าหลักของทั้งสองบริษัทเอาไว้ได้ กลายเป็นตลาดการซื้อขายที่ใหญ่ขึ้น โดยตกลงที่จะมีการจดทะเบียนบริษัทตัวแทนจำหน่ายขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับสินค้าของทั้งสองบริษัทที่ผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย

“อืม…เป็นความคิดที่ดีนะ คุณศรีอนงค์เขาเต็มใจใช่ไหม”

“ครับ ผมประชุมกับทุกฝ่ายมาหมดแล้ว”

“เรื่องบริษัทย่าไม่ห่วง เพราะเชื่อว่าเรากับพี่ชายเอาอยู่ แต่ย่าห่วงอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องอนาคตของปริชญ์ อยากให้ได้ลงเอยกับคนที่ดี หนูวิเองก็น่าจะเป็นผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม”

ปริชญ์นิ่งเงียบไปทันที เนื่องด้วยรู้ทันว่าคุณย่าของเขากำลังจะบอกอะไร หากแต่การเงียบของเขาไม่ได้หมายความว่า เขาจะต้องเก็บคำพูดนั้นมาทำตามเสมอไป

“มันแน่นอนอยู่แล้วครับ วิคือ...ผู้หญิงคนนั้น”

ชายหนุ่มยิ้มเย็นทว่าใจกลับร้อนรุ่ม หากการแต่งงานเกิดจากความรักเขาคงมีความสุขอย่างที่สุด แต่ถ้าหากเขายังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ การแต่งงานจะไม่มีวันล่มลงอย่างเด็ดขาด แม้จะต้องแลกมาซึ่งอิสรภาพของชีวิตโสดก็ตามที

“แต่งแล้วก็รีบมีน้องให้ย่าสักคน ย่าแก่มากแล้วกลัวจะไม่ทันได้เห็นหน้าเหลน พี่ชายเราเขาก็แซงหน้าไปเยอะแล้ว”

“ใจคอคุณย่าจะไม่ให้วิตั้งตัวเลยเหรอครับ”

ชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆ ขณะค่อยๆ ยันกายออกจากอ้อมกอดอบอุ่น ไม่มีใครรู้ว่าภายในใจเขากำลังคิดเช่นไร

‘สายเลือดของผมจะไม่มีวันได้ถือกำเนิดในตัวผู้หญิงคนนั้นหรอกครับ คุณย่า...’

“เรื่องผู้หญิงก็เพลาๆ ลงได้แล้วนะ รู้สึกว่าชักจะมีมาเข้าหูอาบ่อยขึ้น เรากำลังจะแต่งงานก็ต้องรีบเคลียร์ตัวเองให้สะอาด ถ้าควงใครเล่นๆ อยู่ก็เลิกเสียเถอะนะ อย่าให้ถึงวันแต่งงานแล้วมีผู้หญิงมาร้องห่มร้องไห้ถึงงานเข้าล่ะ”

เพ็ญศิริแทรกขึ้น น้ำเสียงส่อไปในทางประชดประชัน เมื่อเรื่องที่ปรานต์มาบอกทำให้หล่อนไม่สบายใจเป็นอย่างมาก จึงเตือนสติหลานชายทางอ้อม หวังให้นำไปฉุกคิดแล้วทำตัวเสียใหม่

“เฮียเขามาเยี่ยมคุณย่ากับคุณอา หรือว่ามาบอกอะไรกันแน่ครับ คุณอาอย่าไปฟังเฮียเขามาก รายนั้นก็กลัวอะไรเกินกว่าเหตุ จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรเสียหน่อย”

ปริชญ์ลอบถอนหายใจ เขานึกสังหรณ์ตั้งแต่ทีแรกที่เห็นหลานฝาแฝดแล้ว แน่ใจว่าพี่ชายมาบ้านหลังนี้เพราะเรื่องของเขาอย่างแน่นอน

“ไม่มีใครมาฟ้องอะไรหรอกจะ แต่อารู้นิสัยของหลานชายตัวเองดี”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมสามารถจัดการทุกอย่างได้”

“อย่าทะนงมากนัก ดูพี่ชายเราเป็นตัวอย่างสิ เก่งไปหมดทุกเรื่อง แต่กลับมาตกม้าตายเรื่องความรัก...เรื่องความรักมันละเอียดอ่อนมากนะลูก อย่าเอามาล้อเล่นโดยไม่จำเป็น”

ปราณีเอ่ยแทรกเมื่อเห็นท่าทีสุดแสนจะมั่นใจของหลานชาย อดที่จะคิดด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ เนื่องจากผ่านโลกมามาก เห็นอะไรมาก็เยอะ หลายคนที่เอาตัวไม่รอดเพราะเรื่องความรักความใคร่

ก็มีให้เห็นกันดาษดื่น

“ขอบคุณคุณย่ามากนะครับที่คอยเป็นห่วงผมเสมอ ตั้งแต่

คุณพ่อกับคุณแม่เสีย ผมกับเฮียมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะความรักของคุณย่ากับอาเพ็ญ และยังคอยพร่ำสอนสิ่งดีๆ มาตลอด”

ชายหนุ่มกราบลงบนอกของคุณย่าด้วยความรักและเคารพอย่างใจจริง ก่อนหันไปกราบที่ตักของคุณอา มุมอ่อนโยนด้านนี้คนที่ใกล้ชิดจะรู้ดีว่าเนื้อแท้แล้วเขาเป็นคนเช่นไร น่าเสียดายที่วันนี้เจ้าตัวพยายามกดมันเอาไว้ ปล่อยให้ซาตานร้ายได้ครอบครองจิตวิญญาณของเขาแทน

‘ให้ร้ายอย่างไรก็ยังพอเหลือเค้าคนเดิมอยู่บ้าง’

เพ็ญศิริคิดในใจขณะลูบศีรษะหลานชายราวกับเป็นเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง แม้ทุกวันนี้ปริชญ์จะเปลี่ยนไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไว้คือ การเคารพนอบน้อมต่อผู้มีพระคุณ

“ย่ารักหลานชายคนนี้มากนะจ๊ะ อย่าทำให้ย่าต้องเสียใจรู้ไหม จำเอาไว้นะลูก ขอให้ย่าได้จากโลกนี้ไปอย่างมีความสุข อย่าได้มีห่วงอยู่ข้างหลังเลย”

คุณย่าปราณีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จนผู้เป็นลูกสาวต้องรีบบีบมือเหี่ยวย่นเอาไว้

“โธ่…คุณย่าครับ พูดอะไรแบบนั้น คุณย่ายังแข็งแรงแบบนี้ ต้องมีชีวิตยืนยาวอีกนานเลยล่ะครับ ผมจะเลี้ยงคุณย่าเอง”

ชายหนุ่มโถมกายเข้าไปกอดร่างคุณย่าเอาไว้อีกครั้ง หวังปลอบประโลมให้ท่านคลายความกังวล

“ให้มันจริงเถอะจ้ะ กลัวว่าพอมีเมีย ขี้คร้านจะลืมคนแก่สองคนที่บ้าน”

“ไม่หรอกครับ เฮียเขาก็ไปอยู่บ้านโน้นคนนึงแล้ว หากผมไม่อยู่ที่นี่ ใครจะมาอยู่ล่ะครับ”

“จริงๆ แล้วย่าก็อยากให้พาหนูวิมาอยู่ที่นี่ ไม่อยากให้แยกบ้านเลย”

“เอ่อ...เรื่องนี้ไว้คุยกันหลังแต่งก็ได้ครับ”

ปริชญ์รีบตัดบท เมื่อรู้สึกอึดอัดที่จะคุยถึงเรื่องนี้ ผู้หญิงที่เขาจะพาเข้าบ้านนี้ต้องเป็นคนที่เขารักเท่านั้น เตียงนอนของเขาจะไม่มีวันได้ต้อนรับผู้หญิงที่มีจิตใจแสนชั่วร้ายอย่างวิมลยาเป็นอันขาด ชายหนุ่มคิดพลางลอบกำมือจนแน่นไม่ให้ผู้สูงวัยทั้งสองสังเกตเห็น

“กลับมาเหนื่อยๆ ปริชญ์คงอยากพักผ่อน ย่าไม่กวนแล้วล่ะ ไปอาบน้ำเถอะ วันนี้จะได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที”

“ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป