บทที่ 6 ลุงที่แปลว่าผัว

"เก็บปากเธอไว้อม ... ของฉันดีกว่า" ไอ้ลุงบ้านี่ ต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ พี่เมฆไปทำการค้ากับตาลุงนี่ได้ยังไงเนี่ย

"หลีกไป" เขาพูดกับใคร

" ... "

"หลีกไป"

"ลุงพูดกับฉันเหรอ? "

"เออ หลีกไปฉันจะกลับบ้าน" ดะ ... เดี๋ยวนะเขาเป็นคนลากฉันมา แล้วก็ปู้ยี่ปู้ยำฉัน แล้วก็บอกให้ฉันถอยไปเหรอ

ปึก!!!

"ออกรถ"

"ดะ ... เดี๋ยวเซ่ ลุงงงง!!! อีตาลุงงงง!! " คือ พาฉันมาแล้วไม่พาฉันกลับเหรอ

"ไอ้ลุงบ้า ไอ้หน้ามึน ไอ้แก่มาตินนนนนน!!! " น้ำพั้นช์ตะโกนไล่หลังเมื่อมาร์ตินออกรถไปแล้วเธอยืนดิ้นเร่าๆ อยู่ตรงนั้นในขณะที่มาร์ตินแอบมองเธอทางกระจกมองหลังแล้วหลุดยิ้มให้กับอาการดิ้นเร่าๆ ของเธออย่างลืมตัว น่ารัก คำนี้มันผุดขึ้นมาในหัวตอนไหนก็ไม่รู้

"อ้าวไหนบอกไม่กลับมานอนบ้านไง" เหนือเมฆเอ่ยทักน้องสาวที่เดินเข้ามาในบ้าน ในขณะที่เขากำลังจะออกไปข้างนอก

"พี่เมฆจะไปไหน" น้ำพั้นช์เดินเข้าหาพี่ชายเกาะแขนเขาแน่นราวกับกำลังออดอ้อนจะเอาอะไร

"พี่จะไปทำงาน"

"ไปโกดังเหรอ"

"อืม"

"ไปด้วย"

"ไม่ได้งานนี้มันสำคัญนะ พี่ต้องไปคุมงานเอง" เพราะถ้าหากพลาด ได้โดนไอ้มาร์ตินระเบิดโกดังอีกแน่ ขณะที่พูดกับน้องสาวสายตาเหลือบไปเห็นรอยเขี้ยวบนคอน้อง

"คอไปโดนอะไรมา" ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นรอยเขี้ยวแต่ก็อยากฟังจากปากน้องไม่อยากตัดสินอะไรไปเอง น้ำพั้นช์ที่เขาเลี้ยงมาไม่มีวันปล่อยตัวปล่อยใจให้ใครง่ายๆ

"ไอ้หมอห่านั่นมันกัดเรารึไง"

"ไม่ใช่พี่หมอ" เหนือเมฆเดินตรงไปยังหน้าของน้ำพั้นช์สสองมือหนาจับไหล่มนของน้องสาวไว้แน่น

"ใคร" น้ำเสียงเย็นเฉียบที่พูดออกมามันทำให้น้ำพั้นช์อดตกใจไม่ได้เหนือเมฆไม่เคยพูดแบบนี้กับเธอเลย เขาอ่อนโยนกับเธอมาโดยตลอด

"ลุงขี้เมาในผับอะ เขาเป็นลมบ้าหมูล้มมาทับพั้นช์ ดีนะมีคนมาช่วยไว้ทัน" สายตาเธอสั่นไหวเพียงนิดก่อนที่จะสวมกอดพี่ชายแน่น

"แน่ใจนะ" หากใครมาทำน้องสาวเขา เขาเองจะระเบิดร่างมันให้แหลกเป็นจุล

"อือ กอดหน่อยเหนื่อย" อ้อมกอดของพี่ชายอบอุ่นที่สุดสำหรับเธอ

"พี่เมฆลุงมาน์ตินเขาสำคัญกับเรามากเลยเหรอ พั้นช์ได้ยินมาว่าเขาระเบิดโกดังเรา แต่ทำไมพี่เมฆไม่ทำอะไรเลย"

จะไปทำอะไรได้เล่านั่นมันลูกเจ้าพ่อเลยนะ และตัวมันกับน้องชายก็ไม่ต่างอะไรกับเจ้าพ่อเลย

"สำคัญ เสียไปไม่ได้เพราะธุรกิจเราเอื้อกันอยู่" เขาพยายามอธิบายให้น้องเข้าใจ และเหมือนน้ำพั้นช์จะเข้าใจดี

"มาๆ เติมพลังไหม" เธอกอดกระชับพี่ชายให้แน่นขึ้นหวังเติมกำลังใจให้พี่ชายที่เลี้ยงดูเธอมาเป็นอย่างดีได้หายเหนื่อย

"เหนื่อยไหม มีพั้นช์เป็นน้อง" มือหนาลูบลงศรีษะเล็กของเด็กสาวที่กำลังโอบกอดเขาด้วยความรัก แค่นี้ก็พอแล้ว มันเพียงพอแล้วสำหรับเขาแล้ว

"ไม่เหนื่อย พี่ต้องไปทำงานแล้ว" เธอคลายมือออกมองหน้าพี่ชายเพียงนิด หากเธอช่วยอะไรเขาได้บ้าง เขาคงไม่เหนื่อยขนาดนี้ หากเธอมีประโยชน์ เขาคงไม่ต้องออกไปทำงานดึกๆ แบบนี้

"มึงไปบอกคนข้างบนพั้นช์มานอนบ้านอย่าเดินเพ่นพ่าน" เหนือเมฆออกคำสั่งกับลูกน้องคนหนึ่งในบ้านแล้วเดินออกไปขึ้นรถที่ภูผาเตรียมไว้ให้

@วันต่อมา

"พี่เมฆเช้านี้มีอะไรกินบ้าง" น้ำพั้นช์วิ่งลงบรรไดมาอย่างรวดเร็วด้วยสภาพการแต่งตัวที่ไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย เธอใส่กางเกงขาสั้นตัวบาง เสื้อกลามสีขาว และเสื้อคลุมซีทรูสีขาว

"ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย" เธอมองไปที่โซฟารับแขก ดวงตากลมโตของเธอต้องเบิกโพลงเมื่อเห็นมาร์ตินนั่งไขว้ห้างอยู่ที่โซฟา

"ไม่เป็นไรฉันไม่ถือ" เมื่อมาร์ตินพูดจบประโยคเขาจ้องมองเรือนร่างอรชรของเธอภายใต้สายตาที่เรียบเฉยจนยากจะคาดเดา กลับกลายเป็นน้ำพั้นช์เองที่ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นใบหน้ากวนประสาทของคนที่ไม่อยากเจอ

"พั้นช์จะไปมหาลัย พี่เมฆไปส่งหน่อยนะ เดี๋ยวพั้นช์ไปอาบน้ำก่อน" ว่าจบหมุนตัวกลับเดินขึ้นชั้นสองในทันที แต่เธอต้องหยุดชะงักกับประโยคถัดมาที่ได้ยิน

"มหาลัย xxx ใช่ไหม ทางผ่านพอดีเดี๋ยวฉันไปส่งให้ นายก็เร่งเตรียมของให้ฉันก่อนหกโมงเย็นละกัน" อีตาลุงบ้านี้ต้องเป็นสัมพเวสีแน่ๆ หรือไม่ก็ต้องเป็นอะไรสักอย่างที่มาเกาะติดฉันขนาดนี้

"ฝากนายด้วยละกัน" เหนือเมฆพูดออกมาอย่างลำบากใจ ของที่มาร์ตินสั่งไปก่อนหน้ายังเตรียมไม่ทัน วันนี้มาร์ตินมาสั่งเพิ่มอีกราวกับกำลังจะกลั่นแกล้งเขา และถ้าไม่ลงไปดูด้วยตัวเองยังไงก็คงไม่ทัน

"พี่เมฆ!!! " น้ำพั้นช์รีบหันกลับไปตวาดใส่พี่ชายเบาๆ เขาจะรู้ไหมนะว่ากำลังฝากปลาย่างไว้กับแมว มันหน้าโมโหที่ตาลุงนี้กลับดูเหนือกว่า

ปึก!!!!

เสียงปิดประตูรถดังขึ้นทางข้างฝั่งคนขับ ทำให้มาร์ตินต้องหันไปมอง น้ำพั้นช์ในชุดนักศึกษากระโปรงสั้นรัดรูปที่นั่งทีกระโปรงร่นมาจนถึงหน้าขา ใส่สั้นขนาดนี้อยากจะโชว์มากนักใช่ไหม

บรื้นนนนนนนนน!!!

มาร์ตินออกตัวรถด้วยความแรงภายในรถปกคลุมด้วยความเงียบ และแอร์เย็นฉ่ำ เขามองน้ำพั้นช์ตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกันแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา

"ลูกน้องลุงไปไหนหมดทำไมขับรถเอง" เป็นน้ำพั้นช์ที่ทำลายความเงียบด้วยคำถาม แต่เธอกลับตกใจเมื่อมาร์ตินไม่ตอบคำถามแถมยังหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าซอยเปลี่ยว

"นี่!!! ลุง จะทำอะไร ถอยไปห่างๆ เลยนะ" เธอไม่มีวันให้เขาได้ทำแบบเดิมอีกแน่

"ถ้าไม่อยากให้พี่เธอเดือดร้อนก็อยู่เฉยๆ " พูดจบมาร์ตินปลดเข็มขัดนิรภัยของน้ำพั้นช์ และของตัวเองออก ก่อนที่จะปรับเบาะฝั่งที่นั่งคนขับให้ถอยไปข้างหลัง แล้วใช้ท่อนแขนแกร่งยกตัวเธอขึ้นให้วางทาบทับหน้าตักแกร่งของตัวเองในท่าหันหน้าเข้าหากัน

"ยะ ... อย่านะ" คำห้ามปรามของเธอไม่เป็นผลกับเขาเลยสักนิดเมื่อมาร์ตินค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอออกทีละเม็ดจนถึงเม็ดสุดท้าย เขาจับแขนเธอไขว้หลังไว้ป้องกันไม่ให้เธอดิ้นพล่าน

"ละ ... ลุง อย่านะ" เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัวเมื่อมาร์ตินดึงบราเซียร์ลายลูกไม้ลงมาไว้ใต้ราวนม เขาใช้ริมฝีปากดูดดุนปลายถันเบาๆ สลับหนักจนแข็งขึ้นเป็นไต ก่อนจะใช้ฟันคมขบเม้มจนปลายถันแดงเถือก

"รู้จักลุงที่แปลว่าผัวไหม"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป