บทที่ 2 ตอนที่2
หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างระเหิดระหงในวัยยี่สิบสามปีวิ่งลงมาจากบันไดกลางห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซด้วยชุดอันแสนน่ารัก กระโปรงสั้นสีขาวเหนือเข่า เสื้อไหมพรมแขนยาวสีชมพูอ่อน สวมบูตสีครีมสูงถึงเข่า แต่เธอก็ต้องมาชะงักเท้าอยู่แค่เชิงบันไดเมื่อได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้องทักดังขึ้นมา
“คุณหนูจะรีบไปไหนคะ”
เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนผิวขาวจัด รูปร่างตุ้ยนุ้ย ผมเกล้าเป็นมวยเอาไว้ตรงท้ายทอย อยู่ในชุดแม่บ้านเรียบร้อย นางคือมาเรีย แม่บ้านใหญ่ของคฤหาสน์แห่งนี้ และเป็นผู้เลี้ยงดูคุณหนูไอลิซตั้งแต่เธอมาอยู่ที่อังกฤษ จะเรียกว่าเป็นแม่นมก็ย่อมได้
“ทำไมไม่เดินลงมาดีๆ ล่ะคะ มาเรียสอนกี่ครั้งกี่หนแล้ว ถ้าเกิดตกลงมาแข้งขาหักจะทำยังไง คุณปีเตอร์กับคุณซาร่าเอามาเรียตายเลยนะคะ มันน่าตีนักเชียว”
ที่แม่บ้านใหญ่ต้องดุแบบนี้เพราะรู้ดีว่าเจ้าของคฤหาสน์ทั้งสองรักคุณหนูไอลิซมาก เป็นดั่งแก้วตาดวงใจก็ว่าได้ ก่อนเดินทางไปติดต่อธุรกิจที่ประเทศญี่ปุ่นยังฝากฝังย้ำนักย้ำหนาให้ดูแลลูกสาวสุดที่รักให้ดี เนื่องจากคุณหนูไอลิซซนมาก อาจเป็นเพราะถูกเลี้ยงดูมากับพี่ชายฝาแฝดทั้งสองคนซึ่งก็ขึ้นชื่อว่าแสบซนไม่แพ้กัน
เควินและคีแกร์น วิลเลียมเบอร์ลิซ รักและหวงน้องสาวมาก สมัยยังเรียนหนังสือทั้งคู่จะผลัดเปลี่ยนกันไปรับไปส่งน้องสาว แทบไม่มีหนุ่มคนไหนกล้าเข้าใกล้ เพราะพี่ชายที่แสนดีทั้งสองจะจัดการกีดกันก่อนจะถึงตัวน้องสาวซะด้วยซ้ำ เป็นแบบนี้ตั้งแต่เรียนไฮสกูลจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งคุณหนูไอลิซกำลังจะจบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจด้านเศรษฐศาสตร์ เหลือแค่ทำวิทยานิพนธ์ ถ้าผ่านก็จบแล้ว
“โธ่…มาเรียจ๋า ไม่ตกหรอกน่า ไอลิซโตแล้วนะคะ ไม่ใช่เด็กๆ แล้วซะหน่อย เห็นไหมจ๊ะ”
คนโดนดุเอ่ยพร้อมกับจับชายกระโปรงตัวสวยแล้วหมุนให้คุณแม่บ้านใหญ่ที่ควบตำแหน่งแม่นมดูไปด้วย ปากสีสดก็ฉีกยิ้มหวานหยดส่งให้ ก่อนเธอจะสวมกอดร่างตุ้ยนุ้ยของคุณแม่นมเอาไว้เต็มอ้อมแขนด้วยกิริยาออดอ้อน แถมยังหอมแก้มอวบไปแรงๆ เสียหนึ่งที
“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะคะ มาเรียจะโทรไปรายงานคุณปีเตอร์กับคุณซาร่า ถ้าคุณเควินกับคุณคีแกร์นกลับมาก็จะฟ้องว่าคุณหนูน่ะดื้อ ไม่เชื่อฟังมาเรีย”
“โอ๋...ไม่งอนนะจ๊ะ”
คุณหนูแสนงามออดอ้อน ใช้สองมือประคองแก้มอวบนุ่มของมาเรียแล้วจัดการหอมซ้ายหอมขวาอย่างเอาอกเอาใจ
“มาเรียอย่ารายงานแด๊ดกับมัมนะคะ โดยเฉพาะพี่คีแกร์นกับพี่เควิน มาเรียอย่าบอกเชียวนะ ไม่งั้นเย็นนี้ไอลิซต้องได้นั่งฟังเทศนาของพี่ๆ จนหูชาเป็นแน่ ไหนจะคำสอนของมัมกับแด๊ดที่ต้องโทรข้ามทวีปมาด้วยแน่ๆ งานนี้รับรองยาวแน่นอนเลย”
พอได้เห็นหน้านวลเนียนงอง้ำแกล้งทำปากยื่นๆ ได้อย่างน่ารักมาเรียจึงได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างนึกเอ็นดู อย่างไรนางก็ไม่ทำจริงๆ หรอก มาเรียรู้ดีว่าคุณหนูของนางน่ารักสักแค่ไหน ช่างออดอ้อนเอาใจ พูดจาไพเราะเพราะพริ้งสมกับเป็นคุณหนูไอลิซแห่งคฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซเป็นที่สุด ทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้ต่างก็รักเธอมาก เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งบ้าน แม่บ้านใหญ่ก็แค่แกล้งขู่เล่นๆ แค่อยากให้คุณหนูของนางมาออดอ้อนเอาใจก็เท่านั้นเอง
“ยังไม่ได้บอกมาเรียเลยว่าจะรีบไปไหนคะ ถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นลงมาซะขนาดนี้”
“ก็ไอลิซรีบนี่นา จะเอาวิทยานิพนธ์ไปให้อาจารย์ตรวจที่มหาวิทยาลัย ผิดพลาดยังไงจะได้แก้ไขได้ทัน เดี๋ยวจะไปไม่ทันอาจารย์ท่าน ไอลิซไม่ได้นัดเอาไว้ซะด้วยสิ เกรงใจอาจารย์ท่านด้วย ถ้าวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน ทำให้เรียนไม่จบ ไอลิซจะโทษมาเรียจริงๆ ด้วย”
“อ้าว! แล้วไหงมาโทษมาเรียล่ะคะ มาเรียเชื่อว่าคุณหนูคนเก่งของมาเรียต้องทำได้อยู่แล้วค่ะ”
มาเรียพูดพลางหอมแก้มเนียนสีระเรื่อเบาๆ นางรู้ว่าคุณหนูไอลิซที่เลี้ยงมาเองกับมือเป็นเด็กดี ฉลาดเฉลียว ผลการเรียนก็เป็นที่หนึ่งมาโดยตลอด ไม่เคยทำให้คุณปีเตอร์กับคุณซาร่าผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้บางเวลาจะดูขี้เล่นและแก่นแก้วเซี้ยวซนไปบ้างก็ตาม
“ไม่รู้ละ”
“งั้นรีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวมาเรียจะทำให้คนแถวนี้เรียนไม่จบเอาได้ ขับรถดีๆ นะคะ มาเรียเป็นห่วงรู้ไหม” นางบอกพร้อมแย้มยิ้มตาหยี
“ไอลิซรักมาเรียที่สุดในโลกเลย”
เธอกอดรัดร่างตุ้ยนุ้ยที่ลำแขนเรียวเล็กโอบเกือบไม่รอบเอาไว้แน่น หอมแก้มยุ้ยเร็วๆ หนึ่งที ก่อนจะวิ่งออกไปจากประตูคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ! คุณหนูนะคุณหนู มาเรียเพิ่งบอกไปหยกๆ แท้ๆ”
คุณแม่บ้านใหญ่ได้แต่มองตามร่างอรชรที่วิ่งออกไปขึ้นรถคันโปรดแล้วขับออกไปจากคฤหาสน์ด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
สิบเจ็ดปีที่ผ่านมาสามารถเปลี่ยนหนูน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งให้เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่งเต็มวัย รูปร่างระหงแสนอรชรน่าทะนุถนอม ผิวขาวอมชมพูนวลเนียนไปทั้งเนื้อทั้งตัว ใบหน้าเรียวรูปไข่ ผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนเล็กน้อยนุ่มนิ่มราวใยไหม คิ้วเรียวงามสีเดียวกับสีผมโดยไม่ต้องขีดเขียนแต่งเติมใดๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลแววหวานคู่นั้นเวลายิ้มครั้งใดทำให้โลกทั้งใบสดใสเหลือเกิน ริมฝีปากก็อิ่มเต็มรูปกระจับสีเรื่ออย่างคนสุขภาพดี ทุกอย่างประกอบขึ้นเป็นนางสาวที่รักหรือไอลิซ วิลเลียมเบอร์ลิซผู้งดงาม ที่ใครได้เห็นก็ต้องมองจนเหลียวหลังกันเลยทีเดียว
