บทที่ 3 ตอนที่3

ชื่อที่รัก วิลเลียมเบอร์ลิซ คือชื่อตามบัตรประชาชนซึ่งปีเตอร์กับซาร่าพาไปทำที่สถานทูตไทยในอังกฤษ พวกเขาไม่อยากให้เปลี่ยน เพราะเป็นชื่อที่พ่อกับแม่ที่แท้จริงตั้งให้ อยากให้เธอได้ระลึกถึงตลอดเวลาว่าอย่างไรซะเธอก็เป็นคนไทยครึ่งหนึ่ง ส่วนชื่อไอลิซเป็นชื่อที่พวกเขาตั้งให้เพื่อใช้เรียกแทนที่รักซึ่งเรียกง่ายกว่า

สองสามีภรรยาพาคุณหนูไอลิซกลับไปเที่ยวเมืองไทยอยู่บ่อยๆ และถือโอกาสไปดูแลธุรกิจที่ปีเตอร์ร่วมหุ้นกับเพื่อนที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม ธุรกิจนำเข้าส่งออกอีกมากมาย ซึ่งทำมานานหลายสิบปีก่อนจะไปเจอหนูน้อยที่รักเสียอีก

พวกเขาเลี้ยงดูส่งเสียหนูน้อยที่รักให้เติบโตขึ้นมาโดยไม่ให้ด้อยกว่าคนอื่นไม่ว่าจะด้านใด อยากเรียนอะไรก็ให้การสนับสนุนทุกอย่าง ทำให้คุณหนูไอลิซพูดได้ถึงหกภาษา รวมถึงเรียนขี่ม้า ฟันดาบ ที่สำคัญไอลิซยังยิงปืนแม่นอย่าบอกใคร สามอย่างหลังเรียนเพราะถูกพี่ชายทั้งสองคนบังคับให้เรียน ด้วยให้เหตุผลว่าเอาไว้ป้องกันตัว ตอนนี้เธอจึงเป็นนางสาวที่รัก วิลเลียมเบอร์ลิซที่งดงามและสมบูรณ์แบบที่สุด


ตึกสูงระฟ้าตั้งเด่นเป็นสง่าในย่านธุรกิจของใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครคือที่ทำการของเคเจเอ็น กรุ๊ป หรือ  กาญจน์นันท์กรุ๊ป  มีธุรกิจในเครือมากมาย ทั้งโรงแรม รีสอร์ต ห้างสรรพสินค้า บริษัทรับเหมา และนำเข้าส่งออกสินค้าแบรนด์ดังๆ อีกหลายแขนง ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของ ชินธิป กาญจน์นันท์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยแค่สามสิบต้นๆ หลังจากมารับช่วงต่อจากบิดาที่เสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกับมารดาเมื่อเจ็ดปีก่อน ปล่อยให้ชินธิปอยู่ในความดูแลของคุณป้าแท้ๆ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาวของบิดาแค่สองคน

กว่าชินธิปจะผ่านมันมาได้และประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับของสังคมอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ก็ต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายหน เขามีชื่อเสียงในด้านการทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด บริหารงานเฉียบขาด พรสวรรค์ติดตัวคือมีฝีปากคมกริบเป็นอาวุธ เป็นผู้มีวาทศิลป์เป็นเลิศในด้านเจรจาซึ่งเป็นที่ขนานนามและรู้จักกันดีในแวดวงสังคมธุรกิจ ที่สำคัญเป็นหนุ่มเนื้อหอมเพียบพร้อมไปแทบทุกด้าน มีทั้งชาติตระกูล ฐานะอันมันคง และรูปสมบัติอันสะดุดตาหาตัวจับยากของเขาก็ทำให้มีผู้หญิงวนเวียนเข้ามาไม่เคยขาด

และคู่ควงคนล่าสุดของชินธิปก็คือ ระรินดา กิจจากร นางเอกระดับแนวหน้าของเมืองไทย ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มตั้งแต่สมัยเรียนที่ประเทศอังกฤษด้วยกัน ก่อนจะห่างเหินกันไปเมื่อชินธิปเรียนจบกลับมายังเมืองไทย เนื่องจากช่วงนั้นชายหนุ่มกำลังยุ่งวุ่นวายกับการที่ต้องเข้ามารับช่วงธุรกิจต่อจากบิดาที่จบชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ แถมตัวระรินเองก็หายเงียบไปจากชีวิตของนักธุรกิจหนุ่มซึ่งขณะนั้นกำลังยุ่งได้ที่เช่นเดียวกัน

สองปีต่อมาชินธิปถึงได้เจอกับระรินดาอีกครั้งในงานสังคมงานหนึ่งและได้ทราบภายหลังว่าเธอเป็นนางเอกดัง จากนั้นทั้งสองก็เริ่มสานความสัมพันธ์กันอีกครั้ง ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ครั้งนี้กลับเป็นไปแบบเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะมีอะไรคืบหน้า นอกจากความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น เพราะชินธิปไม่ได้รักระรินดา ด้านนางเอกสาวก็รู้อยู่เต็มอกว่าเธอรักชินธิปข้างเดียว ผู้คนในสังคมอาจจะมองว่าทั้งคู่คบหาดูใจกันอยู่ เนื่องจากข่าวคราวของทั้งสองมักปรากฏบนโลกออนไลน์หรือข่าวคอลัมน์สังคมธุรกิจอยู่เป็นประจำ แต่ชินธิปไม่เคยใส่ใจ

ณ ชั้น 25 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของตึกหรู หน้าประตูมีตัวหนังสือสีทองเด่นหราว่าประธานกรรมการผู้อำนวยการ ภายในห้องกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา และประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงหูฉี่แน่นอน สมกับเป็นห้องผู้บริหารระดับสูง

บนเก้าอี้หนังอย่างดีหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่มีร่างสูงสง่ากำลังนั่งเอนหลังหรือแทบจะเรียกว่านอนก็ได้ ชายหนุ่มหลับตานิ่ง เท้าในรองเท้าหนังยี่ห้อดังถูกวางไขว้กันเอาไว้บนโต๊ะเหยียดยาวตลอดความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับคนไทย แต่ชินธิปไม่แปลกใจ เพราะชายหนุ่มเป็นลูกเสี้ยว คุณปู่ของเขาเป็นคนอังกฤษ มารดาบอกเสมอว่าดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มของเขาเหมือนคุณปู่มาก รวมถึงริมฝีปากหยักได้รูปสีระเรื่อนั่นด้วย ความสูงของเขาก็คงได้มาจากคุณปู่อีกเช่นกัน

บนโต๊ะทำงานมีแฟ้มเอกสารรอลายเซ็นเป็นตั้ง โน้ตบุ๊กเครื่องเล็กบางเฉียบแต่ประสิทธิภาพไม่เล็กตามตัวเครื่องถูกเปิดค้างวางอยู่บนโต๊ะ ชายหนุ่มเพิ่งปิดการประชุมที่ใช้เวลาในการหารือกับเหล่าผู้บริหารระดับสูงในเครือยาวนานถึงสี่ชั่วโมงเมื่อสิบนาทีที่ผ่านมา ทว่าชินธิปพักสายตาได้ครู่เดียวเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะก็ดังทำลายความเงียบขึ้น ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มลืมขึ้นมามองหน้าจอช้าๆ แล้วถึงผุดรอยยิ้มบางๆ เมื่อเห็นชื่อคนโทรมา ก่อนเขาจะกดรับสายโดยไม่คิดจะขยับกายจากท่าเดิม และกรอกเสียงกวนประสาทปลายทางเล็กน้อย

“ว่าไงไอ้ลูกเศรษฐีใหญ่ ว่างนักหรือไง ถึงมีเวลาโทรมากวนคนอื่นเขาได้น่ะ”

“ใครจะยุ่งอยู่ได้ทุกวันเหมือนนักธุรกิจเขี้ยวลากดินอย่างแกล่ะไอ้ชิน”

“ก็ฉันไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดเหมือนคุณอวัชรวิน กิตติพงษ์ไพศาล ลูกเจ้าสัวใหญ่เจ้าของอุตสาหกรรมส่งออกติดอันดับโลกอย่างแกนี่หว่า ที่งานการทำบ้างไม่ทำบ้างก็มีกินน่ะ”

“นั่นแกใช้ปากพูดใช่ไหม ฉันมาทำงานโว้ย! ว่าแต่แกเถอะ ระวังสมบัติมันจะทับถมแกตายเข้าสักวัน หัดเอามาใช้หาความสุขใส่ตัวซะบ้างแกน่ะ”

“เหมือนที่แกกำลังผลาญเงินบิดา เอาไปเที่ยวกับบรรดาสาวๆ อยู่ที่อังกฤษนะเหรอไอ้วิน”

“เฮ้ย! ก็บอกว่ามาทำงานไงไอ้นี่ พูดแบบนี้เดี๋ยวเจอต่อย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป