บทที่ 7 บทที่ 3 (1/2)
บทที่ 3
แสงอรุณแรกแห่งทะเลทรายสาดส่องลอดผ่านรอยต่อของกระโจมบัญชาการ ไอความเย็นยามค่ำคืนค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยไอร้อนระอุที่เริ่มแผ่ซ่าน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาในกระโจมตั้งแต่เช้าตรู่ ปลุกให้นับฝันสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเบาะนอนหนานุ่ม ร่างกายของเธอยังคงปวดเมื่อยจากการเดินทางไกลและแรงกระแทกเมื่อวาน ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที คือร่างสูงตระหง่านของทาริคที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ตรงมุมห้อง
ชายหนุ่มผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมสีดำสนิท ขลิบดิ้นทองคำที่ขอบคอเสื้อ ขับเน้นให้เรือนกายกำยำดูสง่างามและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น
“ตื่นได้แล้ว” ทาริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ที่นี่ไม่มีเวลาให้เจ้ามานอนเอกเขนกเหมือนอยู่ในโรงพยาบาลหรูหราของเมืองหลวงหรอกนะ”
“ฉันไม่ได้ขอมานอนที่นี่แต่แรก คุณเป็นคนลากฉันมาเองต่างหาก” นับฝันตอบกลับทันควัน สองมือจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
“ถ้ายังปากดีได้ แสดงว่ายังมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ” ทาริคปรายตามองอย่างเย็นชา “ลุกขึ้นแล้วตามข้ามา มีงานที่ต้องใช้มีดผ่าตัดของเจ้ารออยู่”
นับฝันก้าวตามทาริคออกจากกระโจมบัญชาการ ท่ามกลางแสงแดดจ้า ลานกว้างกลางค่ายซาฮิลเต็มไปด้วยความคึกคัก ทว่าเมื่อเดินมาถึงเต็นท์พยาบาลสนามหลังใหญ่ เธอก็พบกับภาพที่ทำให้จิตวิญญาณความเป็นแพทย์ตื่นตัวทันที
ชาวบ้านชนเผ่า ทั้งคนชราและเด็กเล็กนับสิบคนนั่งรอรับการรักษาอยู่ด้านหน้าเต็นท์ หลายคนมีบาดแผลจากการทำงานและโรคติดเชื้อในทะเลทราย
ภายในเต็นท์ หญิงสาวชาวอาหรับรูปร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีฟ้าน้ำทะเลกำลังก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เด็กน้อยอย่างอ่อนโยน เธอมีใบหน้างดงามคมซึ้ง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววเปี่ยมด้วยความเมตตา
พญ. เลย์ลา อัล-มูบารัค หรือ หมอเลย์ลา น้องสาวบุญธรรมของทาริค และแพทย์ท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรทะเลทรายประจำเผ่าซาฮิล
“ท่านพี่ทาริค” เลย์ลาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอ่อนโยนให้พี่ชาย ก่อนจะหันมามองนับฝันด้วยความสนใจ “คนนี้ใช่ไหมคะ คุณหมอคนเก่งที่ท่านพี่พาตัวมาจากค่ายแพทย์สนาม”
“ใช่ นางชื่อนับฝัน” ทาริคเอ่ยห้วนๆ “ข้ามอบหมายให้นางมาช่วยงานเจ้า จัดการดูแลคนเจ็บให้เรียบร้อย อย่าให้นางสร้างความวุ่นวายล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะท่านพี่ เลย์ลาจะดูแลคุณหมออย่างดี” เลย์ลารับคำพร้อมหัวเราะเบาๆ
ทาริคปรายตามองนับฝันอีกครั้งด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากเต็นท์ไป ทิ้งให้สองแพทย์สาวเผชิญหน้ากัน
“สวัสดีค่ะคุณหมอนับฝัน ฉันชื่อเลย์ลานะคะ ยินดีที่ได้พบค่ะ” เลย์ลายื่นมือออกมาทักทายอย่างเป็นมิตร
นับฝันชะงักไปเล็กน้อย แปลกใจที่น้องสาวของจอมทัพเถื่อนกลับมีกิริยานุ่มนวลอ่อนหวานเช่นนี้ หญิงสาวยื่นมือไปจับตอบอย่างจริงใจ
“สวัสดีค่ะคุณหมอเลย์ลา เรียกฉันว่านับฝันเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”
“งั้นนับฝันก็เรียกฉันว่าเลย์ลานะคะ” เลย์ลายิ้มกว้าง “ฉันได้ยินกิตติศัพท์ความกล้าหาญของคุณมาจากพวกนักรบแล้ว ที่กล้าใช้แผ่นหลังบังกระสุนช่วยเด็กน้อยกลางดงโจร ช่างน่าประทับใจจริงๆ ค่ะ”
“มันเป็นหน้าที่ของหมอค่ะ ใครตกอยู่ในสถานการณ์นั้นก็ต้องทำเหมือนกัน”
“ท่านพี่ทาริคถึงได้สั่งให้คนพาคุณมาที่นี่ไงคะ” เลย์ลากระซิบน้ำเสียงอ่อนโยน “ท่านพี่อาจจะดูดุดันและพูดจาขวานผ่าซากไปบ้าง แต่เนื้อแท้แล้วท่านรักและห่วงใยชาวบ้านที่นี่มาก คนในเผ่าของเราขาดแคลนศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมานานแล้วค่ะ”
นับฝันฟังแล้วแอบนิ่งคิดในใจ ‘คนเผด็จการอย่างเขาน่ะเหรอจะห่วงใยใครเป็น ขู่จะตัดหัวคนอื่นอยู่ทุกวัน’
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้คุยอะไรกันต่อ เสียงร้องไห้จ้าของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าเต็นท์ ขวัญข้าวรีบวิ่งนำหน้าผู้เป็นแม่ที่อุ้มลูกน้อยเข้ามาอย่างเร่งด่วน
“หมอนับฝัน! หมอเลย์ลา! ช่วยด้วยค่ะ น้องโดนอะไรกัดมาไม่รู้ ขาบวมเป่งไปหมดเลย!” ขวัญข้าวร้องบอกด้วยความตื่นตระหนก
นับฝันและเลย์ลารีบปราดเข้าไปดูอาการทันที ที่ข้อเท้าขวาของเด็กชายมีรอยเขี้ยวคู่เล็กๆ สองจุด ผิวหนังรอบแผลบวมแดงคล้ำและเริ่มมีเนื้อตายสีม่วงเข้ม
“พิษแมงป่องทะเลทรายหางดำค่ะ” เลย์ลาตรวจดูรอยแผลแล้ววินิจฉัยอย่างรวดเร็ว “พิษชนิดนี้ทำลายระบบประสาทและเนื้อเยื่อ ต้องรีบกรีดระบายน้ำเหลืองเสียและล้างพิษออกเดี๋ยวนี้!”
“ขวัญ เตรียมชุดกรีดแผล ลิโดเคนชาเฉพาะที่ และน้ำเกลือล้างแผลด่วน!” นับฝันออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด สัญชาตญาณศัลยแพทย์ฉุกเฉินทำงานเต็มร้อย
“รับทราบค่ะ!” ขวัญข้าวรีบจัดเตรียมเครื่องมืออย่างคล่องแคล่ว
นับฝันลงมือฉีดยาชาเฉพาะที่อย่างแม่นยำ ก่อนจะใช้มีดผ่าตัดกรีดเปิดปากแผลอย่างประณีตเพื่อระบายเลือดคั่ง เลย์ลานำผงสมุนไพรสีเขียวเข้มกลิ่นฉุนที่บดเตรียมไว้มาพอกทับลงบนบาดแผลเพื่อดูดซับพิษร้าย
การผสานการทำงานระหว่างศัลยกรรมแผนปัจจุบันของนับฝันและภูมิปัญญาสมุนไพรทะเลทรายของเลย์ลาดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที อาการบวมแดงของเด็กน้อยก็เริ่มยุบลง สัญญาณชีพกลับมาคงที่อีกครั้ง
