บทที่ 5 ยินดีด้วย กำลังจะแต่งงานแล้ว

เพียงแค่ชลสิทธิ์ก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์ตระกูลจันทังไปได้เพียงวันเดียว ข่าวใหญ่จากฝั่งคุณปู่ธีรัตม์ก็แพร่สะพัดออกมาอย่างรวดเร็ว ว่าได้มีกำหนดการหมั้นหมายระหว่างทายาทตระกูลแดงชาติและตระกูลจันทังในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

ข่าวนี้เปรียบเสมือนสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมาที่ตัวลลินา ทำให้เธอกลายเป็นดาวเด่นที่ใครๆ ต่างพากันรุมล้อมเอาใจในชั่วข้ามคืน

ด้วยความลิงโลดที่เก็บอาการไม่อยู่ เธอจึงประกาศจัดปาร์ตี้เล็กๆ ขึ้นในวันรุ่งขึ้นทันที

แต่เนื้อแท้แล้ว มันคือข้ออ้างในการประกาศศักดาและอวดบารมีเสียมากกว่า

"ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม อีกเดือนเดียวก็จะถึงงานหมั้นของฉันกับพี่ชลสิทธิ์แล้ว เลิกฝันกลางวันเป็นหมาเห่าเครื่องบินเสียที พรุ่งนี้ฉันจะมีปาร์ตี้ แล้วฉันก็จะเชิญพี่ชลสิทธิ์มาด้วย ส่วนเธอก็มาช่วยรับแขกซะ"

ลลินาเดินเชิดหน้าเข้ามาหาพริมดาวด้วยท่าทางวางก้าม รีบร้อนที่จะเหยียบย่ำความหวังของอีกฝ่ายให้จมดิน

พริมดาวเพียงแค่นั่งนิ่ง ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง "ไม่ว่าง"

"แกพูดว่าอะไรนะ?" ลลินาแค่นหัวเราะเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่ขำไม่ออก สาวเท้าเข้าไปประชิดตัวแล้วก้มมองพริมดาวด้วยสายตาเหยียดหยาม

"พริมดาว อย่าให้มันมากไปนักนะ! ฉันไม่ได้มาขอความเห็นจากแก"

เธอโน้มตัวลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงกดต่ำ แววตาฉายแววร้ายกาจ "งานนี้พวกลูกท่านหลานเธอ ไฮโซทั้งหลายจะมากันครบ แกก็แค่ทำหน้าที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่มุมห้อง คอยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟท่า ให้ทุกคนเขาเห็นกันชัดๆ ว่าลูกเมียน้อยอย่างแกกับฉันน่ะ มันต่างกันราวฟ้ากับเหว"

พริมดาวกระตุกยิ้มมุมปาก ในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงนัยประชดประชัน "ได้สิ ฉันจะไป ในเมื่อเป็นปาร์ตี้ของพี่สาวทั้งที น้องสาวคนนี้จะพลาดงานมงคลได้ยังไง จริงไหม?"

รอยยิ้มนั้นทำให้ลลินารู้สึกขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็หาคำมาโต้ตอบไม่ได้ จึงได้แต่สะบัดหน้าหนี "รู้ตัวก็ดี"

หลังจากลลินาออกไปไม่นาน สมชายผู้เป็นบิดาก็เรียกพริมดาวเข้าไปพบในห้องทำงาน

ชายวัยกลางคนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักทอง ปลายนิ้วคีบบุหรี่ที่ส่งควันลอยคลุ้ง สายตาที่มองมายังลูกสาวนอกสมรสเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์เช่นเคย "อย่าไปก่อเรื่องวุ่นวายให้ยัยลินาเขาล่ะ"

เขาเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยแก้วคริสตัล น้ำเสียงแข็งกร้าว "บุญคุณที่คุณปู่ทรงฤทธิ์เคยช่วยชีวิตคุณปู่ธีรัตม์ไว้ในอดีต แลกมาด้วยการดองญาติในวันนี้ ถือเป็นวาสนาของตระกูลจันทัง ใครหน้าไหนที่กล้ามาทำลายเรื่องนี้ อย่าหาว่าฉันไม่ปรานี"

"ถ้าแกกล้าสร้างปัญหาขึ้นมา แกก็รู้ดีนี่ว่า... ถึงตระกูลจันทังจะไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้า แต่การจะบี้มดปลวกสักตัวให้ตายคามือ มันง่ายนิดเดียว"

คำขู่... คือเครื่องมือเดียวที่คนตระกูลจันทังใช้ปกครองเธอเสมอมา

พริมดาวกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนเจ็บแปลบ แต่ใบหน้ายังคงก้มต่ำแสดงความนอบน้อม "ทราบแล้วค่ะ"

"รู้ก็ดี" สมชายโบกมือไล่ราวกับเธอกำลังเป็นแมลงที่น่ารำคาญ "ออกไปได้"

เมื่อกลับขึ้นมาถึงห้องใต้หลังคา พริมดาวจึงค่อยๆ คลายมือออก เผยให้เห็นรอยเล็บรูปพระจันทร์เสี้ยวสี่รอยแดงช้ำบนฝ่ามือ

เธอเดินไปหยุดที่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองลงไปยังสวนหย่อมเบื้องล่าง เห็นลลินากับคุณนรมนกำลังเลือกของตกแต่งปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน แววตาของเธอฉายประกายเย็นเยียบ

พักหลังมานี้ นรมนยิ่งทำตัวกร่างหนักข้อขึ้นทุกวัน อาศัยบารมีคำว่า "ดองกับตระกูลแดงชาติ" มาข่มเหงรังแกพริมดาวสารพัด

มื้อเช้าก็หาเรื่องว่าเธอซดข้าวต้มเสียงดัง ตอนทำความสะอาดก็ด่าว่าซุ่มซ่าม ราวกับว่าแค่เห็นหน้าเธอก็เป็นเสนียดจัญไร

พริมดาวหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดเข้าไปในแชทของชลสิทธิ์

หน้าจอยังคงค้างอยู่ที่บทสนทนาของเมื่อวาน

ปลายนิ้วเรียวชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ข้อความลงไป: "พรุ่งนี้ทุ่มตรง เจอกันที่เดิม"

เธอจงใจนัดเวลาหนึ่งทุ่ม เพราะปาร์ตี้ของลลินาเริ่มตอนสองทุ่ม

เมื่อข้อความขึ้นว่า 'อ่านแล้ว' เธอก็จ้องมองหน้าจอพร้อมรอยยิ้มเย็นชา

ลลินาอยากจะอวดนักใช่ไหม? ได้... เธอจะช่วยเติมสีสันให้ปาร์ตี้นี้ร้อนแรงขึ้นอีกหน่อย

เย็นวันต่อมา พริมดาวจงใจไปถึงคอนโดมิเนียมส่วนตัวของชลสิทธิ์ช้ากว่าเวลานัดครึ่งชั่วโมง

ชลสิทธิ์มาถึงก่อนแล้ว เขานั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม กำลังง่วนอยู่กับเอกสารกองโต เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด เขาก็ละสายตาขึ้นมอง นัยน์ตาคมกริบฉายแววขุ่นมัว "มาสาย"

"รถติดค่ะ" พริมดาวโยนกระเป๋าลงบนตู้เก็บรองเท้าอย่างไม่ใส่ใจ น้ำเสียงราบเรียบราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ "ยินดีด้วยนะคะ ท่านประธาน ใกล้จะหมั้นแล้วนี่"

ชลสิทธิ์วางเอกสารในมือลง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้ามาหาเธอ

เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบ แขนเสื้อถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง ทว่าดวงตาคู่คมนั้นกลับคุกรุ่นไปด้วยโทสะที่พยายามข่มกลั้น

"ยินดี?"เขาทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน มือหนาเอื้อมมาบีบปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา "พริมดาว เธออยากเห็นฉันหมั้นกับคนอื่นมากนักหรือไง?"

"แล้วจะให้ทำยังไงคะ?" พริมดาวจ้องตอบอย่างไม่ลดละ "ท่านประธานคิดว่าฉันควรจะร้องไห้ฟูมฟาย ขอร้องอ้อนวอนไม่ให้คุณหมั้นงั้นเหรอ? ท่านประธานคะ... เรื่องของเรามันจบไปตั้งนานแล้ว"

เธอรู้ดีว่าไม่ควรยั่วโมโหชลสิทธิ์ แต่พอเห็นท่าทีทองไม่รู้ร้อนของเขา ไฟโกรธในใจมันก็ลุกโชนจนห้ามไม่อยู่

"ฉันบอกแล้วไง ว่าถ้าฉันไม่สั่งให้หยุด ก็ห้ามใครไปไหนทั้งนั้น" ปลายนิ้วโป้งของชลสิทธิ์กดลงบนแก้มเธอแรงขึ้น

พริมดาวมองสันกรามที่ขบกันแน่นของเขาแล้วนึกสมเพช

เขาจะหมั้นกับลลินาอยู่รอมร่อ แต่ก็ยังหวงก้างไม่ยอมปล่อยเธอไป นี่มันอะไรกัน? จะเอาทั้งผลประโยชน์จากคุณปู่ธีรัตม์ แล้วก็จะเก็บเธอไว้เป็นนางบำเรอลับๆ อย่างนั้นหรือ?

ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของชลสิทธิ์ก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์หราว่า "ลลินา"

ชลสิทธิ์ขมวดคิ้ว ไม่ยอมรับสาย

เสียงเรียกเข้าดับไปเพียงครู่เดียวก็ดังขึ้นอีก ราวกับจะโทรจิกจนกว่าเขาจะรับ

ชลสิทธิ์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะกดรับสาย ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก พริมดาวก็ยื่นมือออกไป กระตุกคอเสื้อเชิ้ตของเขาเบาๆ แล้วจงใจส่งเสียงครางเครือในลำคอ แผ่วเบาแต่เจือไปด้วยความกระเส่าเย้ายวน

ปลายสายอย่างลลินาคงได้ยินอะไรบางอย่าง เสียงจึงแหลมปรี๊ดขึ้นมาทันที "พี่ชลสิทธิ์! พี่อยู่ที่ไหนคะ? ลินาเลือกเนคไทเส้นใหม่ไว้ให้ พี่รีบมาลองก่อนเริ่มงานได้ไหม?"

สีหน้าของชลสิทธิ์เคร่งเครียดลง "ไว้ค่อยคุยกัน"

"เดี๋ยวสิคะ!" ลลินารรีบตะโกน "งานจะเริ่มแล้วนะ พี่ชลสิทธิ์จะมาถึงกี่โมง?"

พริมดาวมองใบหน้าถมึงทึงของชลสิทธิ์ แล้วจุดยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก

อาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังเสียสมาธิ เธอปัดมือไปโดนแก้วไวน์แดงบนโต๊ะกลาง

"เพล้ง!"

ของเหลวสีแดงเข้มสาดกระจาย ชลสิทธิ์เบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่ก็ไม่พ้น ไวน์แดงกระเซ็นเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีเทาเป็นวงกว้าง ดูคล้ายรอยเลือดจางๆ

เสียงลลินาในสายยังคงถามเซ้าซี้ด้วยความตื่นตระหนก "พี่ชลสิทธิ์? เสียงอะไรคะ? เกิดอะไรขึ้น?"

ชลสิทธิ์ก้มมองคราบไวน์บนเสื้อ แล้วตวัดสายตากลับมามองพริมดาวที่ทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว ความโกรธในดวงตาแทบจะลุกเป็นไฟ

เขากรอกเสียงเย็นชาลงไปในโทรศัพท์ "ไม่มีอะไร เดี๋ยวตามไป" แล้วกดตัดสายทิ้งทันที

"เธอจงใจ" เขาจ้องหน้าพริมดาว น้ำเสียงกดต่ำราวกับพายุที่กำลังก่อตัว

"ใช่ค่ะ ฉันจงใจ" พริมดาวยอมรับหน้าตาย ขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนรอยเปื้อนที่อกเสื้อเขาเบาๆ น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้า "สีนี้ก็เข้ากับคุณดีนะคะ"

เธอช้อนตาขึ้นมองเขา นัยน์ตาพราวระยับด้วยเล่ห์กล "เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีงานก็จะเริ่มแล้ว เสื้อตัวนี้... ท่านประธานคงเปลี่ยนไม่ทันแล้วมั้งคะ?"

ชลสิทธิ์ไม่ตอบโต้ เพียงแต่ใช้สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ

พริมดาวทำเป็นมองไม่เห็นโทสะของเขา พูดต่อไปเรื่อยๆ "ดูเหมือนคุณจะไม่ได้ใส่ใจลลินาเท่าไหร่เลยนะ จะไปงานปาร์ตี้ของว่าที่คู่หมั้นทั้งที แต่ดันใส่เสื้อเปื้อนไวน์ไปซะได้"

เธอเอียงคอเล็กน้อย แสร้งทำหน้าสงสัย "ถ้าลลินาถามว่ารอยนี้มาจากไหน คุณจะตอบว่ายังไงดีคะ?"

"จะบอกว่า 'อุบัติเหตุทำหกใส่ตัวเอง' หรือจะบอกว่า... 'โดนผู้หญิงคนอื่นสาดใส่' ดีล่ะ?"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป