บทที่ 12 เมา

เมา

ทางด้านพราวมุกที่นั่งดูเพื่อน ๆ กำลังแดนซ์กระจายกันอยู่นั้น ก็รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

“เป็นอะไร?” พายอาร์หันมาเห็นเพื่อนสนิทมีท่าทีแปลก ๆ จึงเอ่ยถามขึ้น เพราะกลัวว่าเธอจะกำลังมีอะไรไม่สบายใจท่ามกลางแสงสีเสียงในผับแห่งนี้

“เปล่า” พราวมุกจึงส่ายหน้าแล้วยิ้มให้เพื่อนสนิทเล็กน้อยคล้ายจะบอกกับพายอาร์ว่าเธอนั้นไม่ได้เป็นอะไร

“มีอะไรกันคะชะนี?” แพรรี่ เพื่อนชายแต่ทว่าใจเป็นหญิงที่ค่อนข้างรู้จักและสนิทกับสองสาวถามขึ้นพร้อมกับโยกตัวเต้นไปตามจังหวะของเพลงด้วยในเวลาเดียวกัน

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” 

“ถ้าไม่มีก็ยกค่ะ” เมื่อไม่ได้รับคำตอบ แพรรี่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ถาม แต่บังคับให้สองสาวยกแก้วขึ้นดื่มแทน

พราวมุกเพียงแค่ยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย แต่พายอาร์นั้นได้กระดกอย่างเอาเป็นเอาตาย

“พายกินเยอะไปแล้ว” พราวมุกจึงร้องห้าม เพราะไม่อยากให้เพื่อนสนิทเมา

“เยอะอะไร แค่นี้จิ๊บ ๆ” พายอาร์วางแก้วลงแล้วไหวไหล่ชิลล์  ๆ 

“เอาน่า ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวพวกฉันไปส่งเอง แกก็ยกเลย หมดแล้ว”

เพื่อนร่วมคณะอีกคนจึงหันมาบอกพราวมุก ด้วยความเคยชิน เพราะว่าอย่างไรพวกเธอก็ไปส่งพายอาร์จนชินแล้ว จากนั้นก็เร่งให้พราวมุกดื่มบ้าง

“หมดแก้ว ๆ ๆ” เพื่อนที่เหลือก็ส่งเสียงเชียร์เป็นเสียงเดียวกัน

วินาทีนั้นพราวมุกจึงปฏิเสธไม่ได้ จำต้องยกแก้วของตนเองขึ้นดื่มจนหมดตามคำเรียกร้องของบรรดาเพื่อน ๆ

อึก อึก...

“ฮู้วววววว” เพื่อนทุกคนโห่ร้องเสียงดังเมื่อพราวมุกดื่มจนหมดแก้ว

ทางด้านบนชั้นสองนั้นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ติณภัทรกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพราวมุกในตอนนี้นั้นเริ่มจะเมาแล้ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันไปบอกเพื่อนทั้งสองทันที

“กูไปล่ะ”

“เห้ย ๆ จะไปไหน?” ธันวาเงยหน้าจากโทรศัพท์ที่กำลังค้างหน้าจอแชตกับสาวอยู่แล้วเอ่ยถาม และเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนที่ยังคงจ้องไปที่ด้านล่างก็พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว “อุ๊ย เสือจะล่าเหยื่อแล้วเหรอวะ?”

ติณภัทรไม่ตอบ แต่หันไปมองขุนเขาที่ตอนนี้กำลังจ้องมาที่เขานิ่งงัน

“มีอะไร?” ติณภัทรขมวดคิ้วแล้วถามขึ้นทันที

“จะอะไร ก็มันไม่เห็นด้วยที่มึงจะไปกินเพื่อนของว่าที่คู่หมั้นมันไง”

ธันวาจึงเป็นฝ่ายตอบแทน เพราะรู้จักเพื่อนสนิททั้งสองดีว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร และช่วงเวลาที่ผ่านมา ขุนเขาได้ให้คนของเขาไปตามสืบเรื่องว่าที่คู่หมั้นของตนเองมา และรู้ว่าพายอาร์นั้นสนิทกับพราวมุกที่สุด

“เออน่า กูไม่ทำให้มึงมีปัญหาหรอก” ติณภัทรพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเจตนาของเขาไม่ได้จะเข้าหาคู่หมั้นของเพื่อนรักอย่างขุนเขาเสียหน่อย เป้าหมายของเขาคือหญิงสาวอีกคนหนึ่งต่างหาก

“ไปล่ะ” จากนั้นเขาก็เอ่ยลาพร้อมกับรีบสาวเท้าเดินออกไปทันที

“เออ โชคดีเว้ย”

ติณภัทรเดินลงมาจากชั้นสองก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะที่พราวมุกกำลังยืนโยกตามจังหวะเพลงอยู่ทันที แล้วใช้จังหวะที่เธอเผลอและไม่ทันได้ตั้งตัว ตั้งใจเดินเข้าไปชนร่างบางเข้าอย่างจัง

พรึบ...

“อะ” พราวมุกร้องขึ้นด้วยความตกใจ และรีบหันมาขอโทษอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ เธอชินปากเลยขอโทษขึ้นมาได้ง่าย ๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่­พอใจหากว่าเธอไม่ยอมขอโทษ ทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายผิด

“ขอโทษค่ะ เอ๋...” แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองชัด ๆ ก็รู้สึกว่าจะคุ้นกับคนตรงหน้าเหลือเกิน

“ไง”

ติณภัทรเอ่ยทักทายหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยถ้อยคำที่ฟังดูรื่นหูและเป็นกันเองอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้พราวมุกเริ่มจำเขาได้จากน้ำเสียงพร้อมกับท่าทีที่ดูเหมือนท่านรองประธานอย่างติณภัทร

“คุณติณเหรอคะ?” ในที่สุดพราวมุกก็จำอีกฝ่ายได้ แต่ก็ถามออกไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เพราะต้องยอมรับเลยว่าตอนนี้เธอแทบไม่หลงเหลือสติสตังที่จะคุยกับท่านรองแล้ว...

“อื้ม” ติณภัทรพยักหน้าเป็นเชิงว่าคำตอบของเธอนั้นไม่ผิด ก่อนจะส่งสายตาเย็นเยียบไปให้แก่เธอ

แต่พราวมุกกลับคิดว่าตนเองคงจะตาฝาด จึงยกมือขึ้นมาตบหน้าติณภัทรเบา ๆ

“ตัวจริงเหรอคะ?” พราวมุกถามย้ำอีกรอบพร้อมกับเอียงคอมองเขาอย่างไร้เดียงสา

“ลองจับดูไหมล่ะว่าตัวจริงไหม?” ติณภัทรจับมือทั้งสองข้างของเธอมาแนบเข้าที่หน้าของเขาอย่างเต็มไม้เต็มมือ เพื่อหวังให้อีกฝ่ายแน่ใจเสียทีว่าเขาคือติณภัทรตัวจริงเสียงจริง

“คะ คุณติณ” นั่นทำให้พราวมุกเริ่มมั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้าคือเจ้านายของเธอจริง ๆ เธอไม่ได้เมาจนตาฝาดมองชายอื่นเป็นติณภัทร

“ชะนี” ทางด้านเพื่อนที่โต๊ะของพราวมุกหันมาเห็นก็รีบเดินอ้อมมาหาแล้วเรียกพราวมุกด้วยถ้อยคำที่สนิทสนมกันทันที

“อ้าว พราว!!” พายอาร์จึงหันมามองแล้วรีบเดินตามมาด้วยท่าทางที่ดูเมามาก ๆ ไม่ต่างกัน

“อึก ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ” เพื่อนของพราวมุกช่วยกันแยกพราวมุกออก พายอาร์เอ่ยขอโทษคนที่เพื่อนตนเองชนด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นคงเท่าไรนัก

“แก นี่คุณติณ เจ้านายฉันเอง” พราวมุกผละตัวออกจากเพื่อนแล้วรีบแนะนำเจ้านายของตนให้เพื่อนรู้จักอย่างไว

“อ้าว รู้จักกันหรอกเหรอ?”

“ครับ ผมติณภัทร เป็นเจ้านายของพราวมุกเองครับ ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน” ติณภัทรตอบขึ้นเมื่อเพื่อนของพราวมุกมองมาที่เขาเป็นตาเดียวคล้ายสงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่ ถึงได้ดูสนิทสนมกับพราวมุกขนาดนั้น

“สวัสดีค่ะ พายอาร์ค่ะ เพื่อนสนิทของพราวเองค่ะ” พายอาร์ยิ้มหวานแล้วแนะนำตนเองกลับ แม้ว่าแท้จริงเธอจะรู้จักเขาเป็นอย่างดีอยู่แล้วก็ตาม

“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

“ค่ะ ฉันจะเข้าห้องน้ำ แกไปด้วยไหม?” เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว พายอาร์ก็หันไปชักชวนพราวมุกไปเข้าห้องน้ำ

“เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนแกก็แล้วกันนะ”

“ไม่ปวดก็ไม่ต้องไป รอนี่แหละ เดี๋ยวฉันมา”

“พายอาร์” พราวมุกเค้นเสียงเรียกชื่อของเพื่อนรักและพยายามที่จะตามพายอาร์ไปด้วย เธอไม่อยากอยู่กับติณภัทรสองต่อสองท่ามกลางเหล่าเพื่อน ๆ ที่พากันนั่งไม่ได้สติอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

“เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนมันเอง แกอยู่นี่แหละพราว” แต่เพื่อนที่มาด้วยกันห้ามไว้เสียก่อน และอาสาจะตามไปเอง

“ฝากด้วยนะ” พราวมุกจึงพยักหน้าจำยอมและฝากฝังเพื่อนสนิทไว้กับอีกฝ่าย

ในขณะที่พราวมุกกำลังจะหันหลังกลับมาคุยกับเจ้านาย จู่  ๆ เธอก็ถูกผลักจากทางด้านหลังจนเกือบเซล้มลงพื้น แต่โชคดีที่ถูกติณภัทรโอบรัดเอวบางเอาไว้ จนเธอสามารถกลับมาประคองตัวเองเอาไว้ได้อีกครั้ง

“คุณติณ!” พราวมุกร้องขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะเอี่ยวคอหันกลับไปมองหน้าของชายหนุ่มด้านหลังด้วยความตกใจ

“มีคนผลักมาน่ะ โทษที” ติณภัทรบอกถึงสาเหตุแล้วแต่กลับไม่ยอมปล่อยหญิงสาวสักที

“เอ่อ งั้นปล่อยก่อนได้ไหมคะ?” พราวมุกพยายามแกะมือเขาออก เพราะรู้สึกว่าเธอและเขาอยู่ใกล้กันมากจนเกินไป และหากนานก็กว่านี้ก็เกรงว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นเข้าแล้วจะเข้าใจผิด คิดว่าเธอเข้าไปเป็นมือที่สามระหว่างความสัมพันธ์ของเขากับดาราสาวสวยคนนั้น

“ด้านหลังมีคนเบียดอยู่ ไม่มีช่องว่างเลย จะให้ผมปล่อยยังไง”

ติณภัทรเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนิ่งเรียบ ไม่แฝงพิรุธเอาไว้ให้พราวมุกเห็นเลยแม้แต่น้อย

“จริงสิ ลืมถามไปเลย...คุณติณมากับใครคะ?” พราวมุกจึงไม่กล้าเถียงอะไร เลยเปลี่ยนไปเรื่องถามเรื่องอื่น

“มากับเพื่อนน่ะ มีอะไรหรือเปล่า?”

“แล้วเพื่อนคุณติณล่ะคะ?”

“กลับกันหมดแล้ว”

“อ้าว แล้วทำไมคุณติณถึงไม่กลับด้วยล่ะคะ หรือว่ารอใครอยู่?” พราวมุกเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ 

“ไม่ได้รอใคร แค่อยากมาขอร่วมโต๊ะด้วย ได้ไหม?” ติณภัทรเห็นว่าทางสะดวกเลยใช้จังหวะนี้ขอร่วมโต๊ะกับสาว ๆ ซะเลย แน่นอนว่าถ้ากับผู้หญิงยังไงก็เข้าถึงเขาได้ง่าย ๆ เหมือนอย่างตอนนี้...

“เอ่อ...” พราวมุกมีสีหน้าลังเล เพราะเธอตัดสินใจเองไม่ได้ กลัวว่าเพื่อนในกลุ่มจะไม่สบายใจให้ชายหนุ่มแปลกหน้ามาร่วมโต๊ะ ยังไงซะเธอก็ต้องเอาความสบายใจของเพื่อน ๆ เป็นหลัก

“โอ๊ย ได้เลยค่ะ เต็มที่เลยค่ะสุดหล่อ” แต่ทว่าเพื่อนที่มาด้วยกันได้­ยินที่ทั้งคู่พูดคุยกัน จึงรีบเอ่ยปากอนุญาตทันที

“หึ...” ติณภัทรกระตุกยิ้มสมใจในสิ่งตนเองต้องการ

“ชนแก้วหน่อยสิ” เขาหยิบแก้วจากมือของเพื่อนพราวมุกมาแล้วเอ่ยชวนร่างบางในอ้อมแขนดื่มแอลกอฮอล์ หวังให้เธอเมาแล้วลากเธอกลับบ้านด้วยตัวเอง

“ค่ะ” พราวมุกไม่กล้าปฏิเสธเพราะเห็นว่าเขาเป็นถึงท่านรองประธานจึงรีบหยิบแก้วตนเองมาชนกับเขาด้วยความเต็มใจ แล้วก็เป็นอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนต่างฝ่ายก็ต่างมึนเมาไปตาม ๆ กัน

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ด้วยความที่ทั้งสองดื่มกันอย่างไม่หยุดปาก เลยทำให้หญิงสาวร่างบางไม่มีสติเข้าไปกันใหญ่ เธอพยายามจะเดินออกแต่ด้วยความมึนหัวเลยทำให้ทรงตัวเอาไว้ไม่อยู่ เกือบเซล้มแต่ทว่าชายหนุ่มข้างกายอย่างติณภัทรดันช่วยเหลือเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

“ไหวไหม?” ติณภัทรถามขึ้นพร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีกระดับ เพราะกลัวว่าเธอจะหลุดมือแล้วหกล้มเอาได้

“ไหวค่ะ แต่ว่ามึนหัว โลกหมุนติ้วเลยค่ะ...”

“หึ” ติณภัทรมองท่าทางน่ารักนั่นแล้วกระตุกยิ้มมุมปากเหมือนมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ในนั้น ซึ่งก็ไม่อาจมีใครรับรู้มันได้ นอกจากเจ้าตัว

“พราวววววว” พายอาร์ที่เมามากแล้วเหมือนกันหันมาหาพราวมุกแล้วเดินเซเข้ามาหา

“ว้าย ชะนี” เพื่อนในกลุ่มรีบตามมาพยุงไว้แล้วบอกให้เธอยืนดี  ๆ

“ยืนดี ๆ สิ”

“พายยย เป็นไรอ่ะ” พราวมุกมองเพื่อนสนิทของตนเองแล้วถามขึ้น

“เอ๊ะ ทำไมพราวมีหลายหน้าจัง ตลกอะ” พายอาร์กล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ ตอนนี้คงไม่พูดถึงระดับความเมาที่พวกเธอได้รับ เพราะมันมากจนแทบจะต้านทานไม่ไหวแล้วจริง ๆ

“มีหลายหน้าอะไร พายนั่นแหละ อย่าวิ่ง พราวมึนหัว”

“เออ คนเมาคุยกัน ตลกดีว่ะ” ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้ฟังคนเมาทั้งสองคุยกันแล้วก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ไม่คิดเลยว่าเวลาที่สองสาวเมาหนักจะอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้แบบนี้

“เอาไง กลับเลยไหม?” เพื่อนอีกคนจึงถามขึ้น เพราะมองดูสถานการณ์แล้วยังไงก็ไม่น่าจะมีใครไปต่อไหว คงต้องแยกย้ายกันกลับไปพัก

“เออ เอาพวกมันกลับเถอะ” อีกคนตัดสินใจที่จะกลับ ก่อนจะรีบแยกย้ายกันกลับทันที

แต่ทว่าจู่  ๆ พายอาร์กลับสะบัดแขนเพื่อนอีกสองคนที่พยุงร่างเธออยู่ออกแล้วจะทำท่าเหมือนจะเดินไปสนุกกับคนในผับต่อ แต่ก็ดันไปชนเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเดินสวนทางมาพอดี

“อีพายยย” เพื่อนที่เหลือรีบพุ่งตัวไปดึงตัวเธอไว้ แต่ทว่าพายอาร์กลับดึงดัน กอดร่างหนาเอาไว้ไม่ยอมผละออกไปไหนทั้งนั้น

“ขอโทษแทนเพื่อนด้วยค่ะ อีพายมานี่ มึงจะไปกอดเขาทำไมเนี่ย”

“เอ๊ะ ครายอ่ะ?” พายอาร์ที่อยู่ในอ้อมแขนของคนแปลกหน้าถามขึ้นแล้วจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาจดจ้อง พยายามเพ่งมองเขาเผื่อว่าจะจำได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่

“อ๋อ ไอ้พี่หน้านิ่งเหรอ?” เมื่อจำได้แล้วก็พยักหน้าและชี้หน้าคนนั้น

“ว่าไงเด็กขี้เมา” ขุนเขาทักทายว่าที่คู่หมั้นของเขาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ และมองใบหน้าสวยที่แดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้าด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

“ใครขี้เมา พูดดี ๆ นะ” พายอาร์เถียงขึ้นทันทีที่ถูกทักทายด้วยวาจาอย่างนั้น และนั่นยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้คือว่าที่คู่หมั้นของเธอนั่นเอง

“อีพาย มึงอย่าเมาแล้วโวยวายดิ เดี๋ยวก็โดนหรอก”

ขุนเขาโอบตัวพายอาร์เข้ามาชิดตนเองมากขึ้นแล้วหันไปแนะนำตัวเองกับเพื่อน ๆ ของเด็กคนนี้ได้ฟังกันชัด ๆ ว่าเขากับเธอเป็นอะไรกัน

“ผมขุนเขา เป็นคู่หมั้นของพายอาร์ เดี๋ยวผมพาเธอกลับเอง พวกคุณเองก็แยกย้ายกันกลับได้แล้วนะครับ โดยเฉพาะมึงอะไอ้ติณ”

สองหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงว่ารู้กัน ก่อนที่ติณภัทรจะโอบเอวพราวมุกเอาไว้เพื่อรอให้คนอื่น ๆ แยกออกไปก่อนแล้วจึงจะตามออกไปอีกที แต่ทว่าเด็กสาวกลุ่มนั้นกลับสงสัยขึ้นมาซะอย่างนั้น

“ขุนเขา?” เพื่อนของพายอาร์ทวนคำพูดของเขาด้วยความไม่แน่ใจ

“อื้ม ชื่อขุนเขาครับ มีอะไรหรือเปล่า?”

“ขะ ขุนเขา เจ้าของที่นี่น่ะเหรอคะ?” และเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับ หนึ่งในนั้นก็เบิกตากว้างแล้วถามต่อทันที

ซึ่งคำตอบก็คือการพยักหน้ารับของเขา ส่งผลให้พวกเพื่อน ๆ ของพายอาร์ถึงกับยกมือขึ้นมาปิดปากด้วยความคาดไม่ถึง

“ละ แล้ว เป็นว่าที่คู่หมั้นพายอาร์ด้วยอย่างนั้นเหรอคะ”

และเมื่อนึกถึงคำพูดของเขาก่อนหน้าก็ยิ่งตกตะลึงมากกว่าเดิม จึงอดไม่ได้ที่จะถามซ้ำออกไปอีกครั้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่

“ครับ” ขุนเขาตอบรับแล้วยื่นโทรศัพท์ที่มีรูปถ่ายครอบครัวของเขาและพายอาร์ถ่ายพร้อมหน้าส่งไปให้เพื่อนของพายอาร์ดูให้ชัดเต็มสองตาจะได้ไม่ต้องมีคำถามเกี่ยวกับพวกเขาอีก

“OMG!!!!”

“ชัดเลยมึง”

เมื่อเห็นอย่างนั้นทุกคนก็อยู่ในความตกตะลึง ไม่มีข้อกังขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเพื่อนรักอย่างพายอาร์และเจ้าของผับอย่างขุนเขาอีกเลย

“เดี๋ยวผมพาพายอาร์ไปพักเอง ส่วนบิลวันนี้ไม่ต้องจ่าย เดี๋ยวเคลียร์เองครับ” ขุนเขาไม่ได้สนใจท่าทางของใคร เขาสนแค่เด็กขี้เมาในอ้อมแขนก็เท่านั้น ขุนเขาช้อนตัวพายอาร์ขึ้นอุ้มแล้วพาเดินออกไปทันที โดยมีการ์ดของเขาเคลียร์ทางให้

“อ้าว ไปไหนเนี่ย” พายอาร์ที่รู้สึกรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนโหวกแหวกโวยวายขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์เพราะยังอยากจะเที่ยวต่อ แต่ขุนเขาไม่สนใจ และยังคงพาเธอเดินต่ออย่างไม่รีรอ

“แล้วพราวล่ะ?” เมื่อเห็นว่าขุนเขาพาพายอาร์ออกไปแล้ว เพื่อนที่เหลือจึงหันมามองหน้าแล้วพูดคุยกันถึงพราวมุกที่ยืนไม่ได้สติอยู่ในอ้อมอกของติณภัทร

“เดี๋ยวผมพาพราวมุกตามเพื่อนไปเอง ไม่ต้องเป็นห่วงครับ” ติณภัทรจึงอาสาพาพราวมุกกลับหอด้วยตัวเอง เพราะตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่

“เอาอย่างนั้นเหรอคะ?” เพื่อน  ๆ จึงหันไปถามเขาเพื่อความแน่ใจ

“ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะคะ เห็นว่าเป็นถึงเจ้านายของพราวเลย น่าจะไว้ใจได้” ในเมื่ออีกฝ่ายอาสาแบบนั้น ทุกคนจึงไม่ขัดอะไร

“กูงง จู่ ๆ พวกมันก็มีผู้เฉย” เพื่อนที่เหลือหันมาพูดกันอย่างงงงัน เพราะตอนเรียนทั้งสองคนไม่ได้มีท่าทีจะมีแฟนเลย 

“เออ ทำไมหล่อ ๆ งานดี ๆ แบบนี้ไม่ตกมาถึงท้องกูบ้างนะ”

“ไปนอนฝันเอาค่ะ กลับได้แล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป