บทที่ 8 มีเรื่อง

มีเรื่อง

พราวมุกเอางานมาส่งและอธิบายตามที่เกษมณีบอกมาครบถ้วน ไม่­มีขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย

“ขอบใจมากนะน้องพราว” หัวหน้าฝ่ายบัญชีเอ่ยขอบคุณเด็กสาวตรงหน้า ที่ได้ยินมาว่าเป็นนักศึกษาฝึกงานธรรมดา แต่การทำงานดูละเอียดและเข้าใจง่ายดี จึงให้เธอรู้สึกพอใจในตัวเด็กสาวตรงหน้าไม่น้อย

“ค่ะ งั้นเดี๋ยวพราวขอตัวก่อนนะคะ” พราวมุกยิ้มรับอย่างเป็นกันเองและเอ่ยขอตัวกลับมาที่โต๊ะทำงานของตนเอง

“เอ๋ พี่เกดไปไหน?” เธอขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อยที่ไม่เห็นเกษมณีที่โต๊ะทำงาน แต่ก็ไม่ได้อะไรเพราะเกษมณีมีงานเยอะ ไม่ค่อยอยู่ติดโต๊ะมากนัก

พราวมุกเดินมานั่งที่โต๊ะทำงานของตนเองจากนั้นก็เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวกับงานมาอ่านในขณะที่ว่างอยู่

แกร๊ก

เสียงเปิดและปิดประตูทำให้พราวมุกละสายตาแล้วมองตรงไปยังประตูทางเข้าอย่างอัตโนมัติ

“เธอ!!” ลลิตาที่ปิดประตูแล้วกำลังจะหมุนตัวเดินไปก็หยุดชะงัก แล้วชี้นิ้วไปที่พราวมุกด้วยความตกใจ

“คุณ?” พราวมุกเองก็ขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายกลับเช่นกัน

“นี่เธอเป็นใคร?” ลลิตาเดินเข้ามาหาพราวมุกแล้วถามขึ้นอย่างไม่พอใจที่เห็นสาวสวยตรงหน้ามาอยู่ที่หน้าห้องแฟนหนุ่มของเธอ

“คุณขึ้นมาที่นี่ได้ยังไงคะ แล้ว...” พราวมุกไม่ตอบแต่ถามขึ้นและหันไปมองประตูที่ลลิตาเพิ่งจะเดินเข้ามาแทน

“แล้วทำไมฉันจะขึ้นมาไม่ได้ แกอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง นี่แกเป็นใคร? มานั่งอะไรตรงนี้” ลลิตาถลึงตาใส่พราวมุกแล้วถามเสียงแข็ง

“ฉันทำงานที่นี่ค่ะ” พราวมุกจึงตอบไปตรง ๆ

“เลขาคนใหม่เหรอ” ลลิตาถามแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะติณภัทรไม่เห็นจะบอกเธอเลยว่าเขาเปลี่ยนเลขา อีกอย่างเลขาคนเดิมก็ไม่ธรรมดา เธอเองก็ระแวงว่าติณภัทรจะกินเกษมณีเสียเอง แล้วยิ่งมาคนนี้ เธอยิ่งระแวงไปอีกเพราะพราวมุกรูปร่างหน้าไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลย

“ไม่ใช่ค่ะ ฉันเป็นนักศึกษาฝึกงาน มาช่วยงานพี่เกด” พราวมุกส่ายหน้าและอธิบาย

“นักศึกษาฝึกงาน?” เมื่อได้ยินอย่างนั้น ลลิตาก็ขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม

“ค่ะ” ก่อนที่ลลิตาจะพูดอะไรต่อ เกษมณีที่เพิ่งเข้าห้องน้ำเสร็จเดินออกมาเห็นพราวมุกยืนคุยกับลลิตาอยู่ก็รีบพุ่งตัวมาทันที

“คุณลลิตา นี่คุณขึ้นมาที่นี่ได้ยังไง?” เกษมณีเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

“แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้ ฉันเป็นใครเธอก็รู้ดี” ลลิตาที่กำลังอารมณ์เสียเรื่องพราวมุกอยู่ก็หันไปแว้ดใส่เกษมณีทันที

“ค่ะ ฉันรู้ดี และก็รู้ดีด้วยว่าคุณไม่มีสิทธิ์ขึ้นมาบนนี้ก่อนจะได้รับอนุญาต” เกษมณีเองก็ตอบกลับไปอย่างไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายเช่นกัน

“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์?” ลลิตาตวาดถามกลับอย่างไม่พอใจ

“ คุณก็รู้ว่าเพราะอะไร ฉันว่าคุณกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวมีปัญหาอีก ครั้งนี้คุณแม่ของติณไม่ปล่อยคุณไว้แน่” เกษมณีกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย แล้วเอ่ยไล่อีกฝ่ายให้กลับไป

“แกใช่ไหมที่ไปบอกคุณแม่ แกใส่ร้ายฉัน?” แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ลลิตาโกรธยิ่งกว่าเดิม เธอกำมือแน่นและมองเกษมณีอย่างอาฆาต

“ฉันจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรกันคะ?” เกษมณีเอียงคอถามอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“ก็เพราะติณไม่สนใจแกยังไงล่ะ แล้วนี่แกจงใจหาเด็กฝึกงานมายั่วติณใช่ไหม?” 

“พูดอะไรของคุณ? ฉันกับติณไม่มีทางเป็นอะไรกัน และฉันก็ไม่เคยคิดอะไรสกปรกแบบนั้น” เกษมณีส่ายหน้าเอือมระอาและพูดขึ้น

“ฉันไม่เชื่อ แล้วนังเด็กฝึกงานนี่ล่ะ? แกจะอธิบายว่าอะไร” แต่ลลิตาไม่เชื่อ และยังพาลไปหาเรื่องพราวมุกที่ยืนงงอยู่อีก

“พราวเป็นผู้ช่วยของฉัน ที่ฉันติดต่อให้มาช่วยงานฉัน ไม่ใช่มาทำอะไรไร้สาระอย่างที่คุณคิด” เกษมณีไม่อยากให้พราวมุกเดือดร้อนจึงอธิบายขึ้น

“ไม่จริง!! ที่บริษัทไม่เคยรับเด็กฝึกงาน” แต่ลลิตาปักใจเชื่อไปแล้ว เธอรู้มาว่าที่บริษัทของติณภัทรไม่เคยมีนักศึกษาฝึกงานมาก่อนเพราะเธอเคยจะฝากลูกพี่ลูกน้องให้มาฝึกงานที่นี่ แต่เขาไม่รับ แล้วจู่ ๆ ก็มารับผู้ช่วยเลขาเป็นเด็กนักศึกษาธรรมดา จะให้เธอคิดดีได้อย่างไร

“ไม่เคยแล้วจะรับไม่ได้เหรอคะ?” เกษมณีถามขึ้นอย่างอดไม่ได้

“แก” ทำให้ลลิตาถลึงตามองเธออย่างไม่พอใจ

“แล้วแต่คุณจะคิดนะว่ายังไง แต่ตอนนี้ เชิญค่ะ” แต่เกษมณีไม่สน เธอไม่อยากต่อปากต่อคำอีกแแล้ว จึงเชิญอีกฝ่ายกลับไปดี ๆ

“แกไล่ฉันเหรอ!! แกแบบนี้ต้องโดนสั่งสอน” ลลิตาไม่พอใจมาก เธอพูดขึ้นแล้วตรงปรี่จะเข้าไปตบเกษมณี แต่พราวมุกที่เห็นอย่างนั้นก็เข้าไปห้ามปรามเสียก่อน

“อย่านะ!! “

นั่นทำให้ฝ่ามือที่กำลังจะเข้าไปทำร้ายเกษมณีตบมาโดนหน้าสวย ๆ ของพราวมุกอย่างจัง ด้วยความแรง แถมพราวมุกเองก็ยังไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอล้มลงกับพื้นทันที...

“พราว!!” เกษมณีร้องขึ้นอย่างตกใจและรีบเข้าไปพยุงพราวมุกให้ลุกขึ้น

“มันจะมากไปแล้วนะ” จากนั้นก็หันไปตวาดใส่ลลิตาทันที

ติณภัทรได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากด้านนอกก็ลุกขึ้นแล้วเดินเปิดประตูออกมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“พี่เกด ลิตา?” เขามองสองคนที่ยืนประจันหน้ากันด้วยความกังวลใจ และยิ่งเห็นว่าตอนนี้เกษมณีดูจะโกรธมากก็ยิ่งทำให้ตาขวากระตุกเหมือนจะมีเรื่องปวดหัวเข้ามา

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ติณภัทรถามขึ้นและเหลือบไปมองพราวมุกเล็กน้อย

“ติณคะ ช่วยลิตาด้วย คนพวกนี้รังแกลิตา”

ลลิตารีบพุ่งตัวเข้าไปเกาะแขนแฟนหนุ่มก่อนจะฟ้องขึ้น ติณภัทรจึงหันไปมองเกษมณีอย่างตั้งคำถาม

“ถามคู่ขานายสิว่าทำอะไรไว้ พูดมาได้ว่าถูกรังแก ตอแหลสมกับเป็นนางร้ายจริง ๆ” เกษมณีตอบขึ้นอย่างอารมณ์เสีย พรางหันไปถามพราวมุกที่ยืนอยู่ข้าง  ๆ ด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรไหมพราว?”

“ไม่ค่ะ” พราวมุกส่ายหน้าตอบว่าเธอไม่เป็นอะไร แม้ว่าจะเจ็บจนชาไปทั้งหน้าก็ตาม

“ลิตา นี่คุณทำร้ายพนักงานของผมเหรอ?” ติณภัทรเห็นรอยนิ้วมือบนใบหน้าหวานของพราวมุกชัดเจนก็หันไปถามลลิตาด้วยน้ำเสียงดุ ๆ

“ติณคะ ลิตาแค่จะสั่งสอนคนที่กล้ามาต่อปากต่อคำกับลิตาก็แค่นั้น ถ้ามันไม่มายั่วโมโหลิตาก่อน ลิตาก็คงไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกค่ะติณ” ลลิตาไม่ยอมรับ เธอเถียงขึ้นทันทีและยังไม่ลืมที่จะโทษคนอื่นอีกต่างหาก

“คนที่คู่ขานายจะสั่งสอนซึ่งคือฉันเอง คู่ขานายจะมาตบฉัน แต่พราวเอาตัวมาบังไว้ก่อน” เกษมณีจึงพูดขึ้นบ้าง

“ลิตา!!” ติณภัทรหันไปดุุลลิตาทันที เพราะเธอก่อเรื่องกับเกษมณีอย่างนี้ แม่เขาไม่เอาเธอไว้แน่

“ติณ อย่ามาขึ้นเสียงกับลิตานะ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ใช่คู่ขาของติณฉันเป็นแฟนติณ รู้ไว้ซะด้วย” ลลิตายังไม่ยอม เธอพูดขึ้นแล้วหันไปจ้องหน้าเกษมณีอย่างเอาเป็นเอาตาย

“เธอจะเป็นอะไรฉันไม่สน แฟนเหรอ ตลกจัง” เกษมณีพูดขึ้นอย่างไม่แคร์ ก่อนจะหันไปทางพราวมุก “ไปพราว พี่จะพาไปเอาคลิปกล้องวงจรปิด แล้วจะพาไปแจ้งความฐานทำร้ายร่างกายและจะแจ้งนักข่าวไปทำข่าวด้วย คราวนี้ได้ดังมากกว่าเดิมแน่”

จากนั้นก็หันไปชวนพราวมุกไปแจ้งความ เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นถึงดารา อย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องดังแน่ ๆ ดีไม่ดีอนาคตอาจจะดับไปด้วยก็ได้

“ไม่ได้นะ!! ติณคะ” ลลิตาร้องขึ้นอย่างตกใจและหันไปขอความช่วยเหลือจากติณภัทร

“เอ่อ พี่เกด อย่าให้เรื่องมันถึงขั้นนั้นเลยครับ ไม่ใช่แค่ที่ลลิตาจะเสียหาย แต่พราวและบริษัทเราก็จะเสียหายด้วย ถือว่าผมขอนะครับ”

ติณภัทรจึงเอ่ยปากขอให้ เพราะถ้าลลิตาเป็นข่าว ทุกคนรวมทั้งเขาเองก็ต้องเข้าไปเกี่ยวด้วย คงจะไม่ดีมากนัก ไหนจะแม่ของเขาอีก นี่มันหายนะชัด ๆ

“ฉันเคยเตือนนายแล้วนะว่าให้ปราม  ๆ กัน ไม่ใช่สนับสนุนแบบนี้ แล้วนี่จะขอโทษพราวหรือเปล่าล่ะ เผื่อเขาจะให้อภัยบ้าง” เกษมณีพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เพราะสุดท้ายติณภัทรก็เข้าข้างลลิตาอีกตามเคย

“ผมรู้ ลิตา ขอโทษพราวมุกไปซะ!” ติณภัทรพยักหน้ารับผิด เพราะเกษมณีเคยเตือนเขาเรื่องลลิตาแล้ว แต่เขาคุมคนของตนเองไม่อยู่เอง จึงหันไปบอกลลิตาให้ขอโทษอีกฝ่ายก่อนที่เรื่องมันจะใหญ่โตไปมากกว่านี้

“ติณ!!!” ลลิตามองติณภัทรอย่างไม่เชื่อสายตาที่เขาไม่เข้าข้างเธอเลย

“ขอโทษพราวมุกซะ อย่าให้ผมต้องพูดหลายรอบ” ติณภัทรกดเสียงต่ำและมองลลิตาด้วยสายตากดดัน

“ไม่ ทำไมลิตาต้องขอโทษด้วย ลิตาไม่ผิด ใครให้มันเสนอเอาหน้ามารับมือลิตาเอง” ลลิตากอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่สนใจ

“ไปกันพราว ไปแจ้งความกัน” เกษมณีถอนหายใจออกมาแล้วหันไปชวนพราวมุกไปแจ้งความ

“นี่! หยุดนะ” ลลิตาตวาดเสียงดังลั่น

“ลิตา” ติณภัทรกดเสียงต่ำกว่าเดิมและมีสีหน้าที่จริงจัง

“ขอโทษ” ลลิตาจึงจำใจขอโทษเสียงกระแทก

กริ๊ง กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เกษมณีที่กำลังจะเอ่ยต่อว่าลลิตาหยุดชะงักแล้วหันไปรับสายแทน

“ค่ะ ได้ค่ะ” เกษมณีตอบรับปลายสายแล้ววางหูลง

“ท่านประธานเรียกพบนาย” เธอหันไปพูดกับติณภัทรเสียงนิ่ง

“ลิตา คุณกลับไปก่อนนะ ผมต้องไปพบคุณพ่อ” ติณภัทรจึงหันไปขอให้ลลิตากลับไปก่อน

“แต่ติณคะ!!” ลลิตามีท่าทีไม่ยอม เธอยังไม่ได้จัดการเรื่องนักศึกษาฝึกงานเลย

“ลิตาครับ” ติณภัทรเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ

“ก็ได้ค่ะ ฝากไว้ก่อนเถอะ” เมื่อถูกกดดันทางสายตาและน้ำเสียงจริงจังของติณภัทร ลลิตาจึงจำยอมเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป

“ขอโทษแทนลิตาด้วยนะพราว เดี๋ยวให้พี่เกดพาไปหาหมอ ค่าใช้จ่ายมาเก็บที่ผม” ติณภัทรหันมาพูดกับพราวมุกอย่างรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

“ไม่เป็นไรค่ะ พราวไม่ได้เป็นอะไรมาก” พราวมุกเอ่ยขึ้นแล้วส่งยิ้มเบา ๆ เพื่อบอกกับทุกคนว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร

“เดี๋ยวฉันดูแลเอง นายไปเถอะ” เกษมณีจึงเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายให้ไปหาท่านประธานได้แล้ว

“ครับ” ติณภัทรตอบรับแล้วก็เดินไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาพ่อของเขาที่เรียกพบตอนนี้

“พราว นั่งก่อน” เกษมณีพาพราวมุกไปนั่งแล้วสำรวจเธอไปด้วย

“เธอเป็นแฟนคุณติณจริง  ๆ เหรอคะ?” พราวมุกถามขึ้นด้วยความสงสัย ในใจรู้สึกเหมือนมีอะไรมาหล่นทับทำให้มันหน่วงแปลก  ๆ

“พูดยากนะ แต่เชื่อพี่เถอะ รายนั้นน่ะ เขาไม่จริงจังกับใครหรอก แล้วยิ่งนิสัยแม่นั่นเป็นแบบนี้ อีกไม่นานก็คงถูกเฉดหัวทิ้ง” เกษมณีที่ถูกถามก็ไม่อยากพูดถึง เธอกลอกตามองบนเล็กน้อยและพูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้

“พี่เกดรู้จักคุณติณนานแล้วเหรอคะ?” พราวมุกได้ยินทั้งติณภัทรและเกษมณีต่างเรียกกันอย่างสนิทสนมก็ถามขึ้นอีกครั้ง

“พี่อยู่บ้านข้าง  ๆ ติณน่ะและเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วยเลยสนิทกันตั้งแต่เด็ก แล้วที่พี่ได้มาทำงานที่นี่เพราะคุณป้าให้พี่มาคุมประพฤติท่านรองประธาน ซึ่งเป็นงานที่ยากมาก” เกษมณีจึงตอบไปตามตรง และมีแอบบ่นเล็กน้อย

“แม่คุณติณน่ะเหรอคะ?” พราวมุกเอียงคอถามอย่างสงสัย

“ใช่ แล้วแม่ติณก็ไม่ชอบแม่นั่นมาก” เกษมณีพูดขึ้นเสียงกระซิบ

“อ๋อ..”พราวมุกจึงพยักหน้าเข้าใจ

“โอเคนะพราว ไปหมอไหม?” เกษมณีจึงเปลี่ยนเรื่องคุยและถามถึงอาการของพราวมุกตอนนี้ เพราะตอนที่พราวมุกล้มลงก็แรงเอาเรื่อง

“ไม่เป็นไรค่ะ พราวไม่เป็นอะไรมาก” พราวมุกตอบแล้วยิ้มให้เกษมณีเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจว่าเธอไม่เป็นอะไรจริง  ๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ขอบใจมากนะ แต่คราวหลังไม่เอาอย่างนี้แล้วนะ เชื่อพี่ ว่าพี่รับมือกับผู้หญิงคนนั้นได้สบาย ๆ ไม่จำเป็นต้องให้เรามาเจ็บตัวไปด้วยแบบนี้หรอก”

เกษมณีถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเอ่ยดุพราวมุกอย่างจริงจัง เมื่อครู่นี้ถ้าพราวมุกไม่ช่วย เธอก็ไม่ยอมให้แม่ดารานั่นตบแน่นอน มีแต่จะสวนคืนอย่างทันควันเลยเสียมากกว่า...

“ค่ะ” พราวมุกจึงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป