บทที่ 10 จะติดกับไหม

“คนนั้นเลขากู พวกมึงก็รู้ว่ากูจะไม่ยุ่งกับคนในบริษัท”

“ไม่อยากเป็นสมภารกินไก่วัดเหรอ”

“อือ กูกลัวเวลาทำงานแล้วจะมีปัญหา”

“ไม่หรอกน่า โตๆ กันแล้ว ที่นี่ก็ไม่ใช่ในบริษัทสักหน่อย มึงไม่พูดเขาไม่พูดทุกอย่างมันก็เป็นความลับ แต่ถ้ามึงไม่กล้า งั้นกูขอนะ” ทีปกรทำทีเป็นสนใจเพราะอยากเห็นปฏิกิริยาของเพื่อน

ทิวัตถ์หันมามองหน้าเพื่อนทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ถึงเขาไม่อยากเป็นสมภารกินไก่วัดแต่ไก่ของเขาคนอื่นก็ห้ามกินเหมือนกัน

“ทำเป็นหวงนะ กูไม่ยุ่งก็ได้”

ทั้งสามคนนั่งดื่มกันต่อโดยที่สายตาของทิวัตถ์นั้นมองลงไปเป็นระยะ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสามคนกลับไปแล้วเขาก็ขอตัวกลับบ้าง ส่วนเพื่อนที่เหลือก็ขอนั่งดื่มต่อโดยไม่มีใครท้วงที่เขาจะกลับเพราะคิดว่าทิวัตถ์อาจจะกลับไปทำใจเรื่องของเรนนี่ก็เป็นได้

รองประธานหนุ่มเดินออกมายังลานจอดรถ เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแพรรดากำลังยืนอยู่ที่รถของตนเอง

“มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ไม่กลับบ้านหรือไง”

“รดารอกลับพร้อมท่านรองค่ะ”

“รอกลับพร้อมผมเหรอ คุณพูดเหมือนรู้ว่าผมมาเที่ยวที่นี่เลยนะ”

“รดาเห็นรถของท่านรองนี่คะ”

“แล้วทำไมต้องกลับพร้อมผมล่ะ รถคุณไปไหน”

“รถรดาเป็นอะไรก็ไม่รู้ค่ะ สตาร์ทเท่าไหร่ก็ไม่ติด เพื่อนของรดาก็กลับไปหมดแล้วจะโทรให้กลับมารับโทรศัพท์ก็แบตหมดอีก รดากำลังจะเรียกแท็กซี่แต่บังเอิญเห็นรถของท่านรองเสียก่อน รดาขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ คอนโดของรดาอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ น่าจะเป็นทางผ่านของท่านรองพอดี”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นทางผ่าน”

“ก็แค่เดาค่ะ เพราะแถวนี้คอนโดหรูก็มีอยู่ไม่กี่ที่ นะคะขอรดาติดรถไปด้วยนะคะ”

ทิวัตถ์พยักหน้าเพราะถ้าไม่ให้เธอไปด้วยก็คงจะดูเป็นคนใจร้ายเอามากๆ ชายหนุ่มเดินมาเปิดประตูให้เธอขึ้นไปนั่งโดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าหญิงสาวนั้นแอบยิ้มที่แผนของตนเองกำลังก้าวหน้าไปอีกขั้น

“ขอบคุณท่านรองมากนะคะที่มาส่ง” พูดจบหญิงสาวก็ปลดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะชะโงกหน้าเขามาใกล้แล้วหอมไปที่แก้มของเขาแล้วจะลงจากรถไปโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันได้พูดอะไร

ทิวัตถ์ยิ้มมุมปากและคิดว่าที่เธอทำก็คงเป็นไปตามธรรมเนียมฝรั่ง แต่ในใจก็รู้สึกแปลกๆ หลายวันมานี้ท่าทางของแพรรดาเปลี่ยนไปจากช่วงแรกที่มาทำงานจนเขาอดแปลกใจไม่ได้

แต่คนอย่างเขาเคยพูดไว้แล้วว่าจะไม่เป็นสมภารกินไก่วัดก็จะพยายามรักษาคำพูดถึงแม้เริ่มจะเอนเอียงไปทีละนิด ทิวัตถ์คิดว่าอาจจะเป็นเพราะตอนนี้ตนเองกำลังผิดหวังจากเรนนี่ก็เป็นได้

เขากลับมาถึงคอนโดมิเนียมของตนเองแล้วหยิบเหล้ามาดื่ม จากนั้นก็อ่านข่าวของเรนนี่ ดูสีหน้าของเธอเวลาให้สัมภาษณ์แล้วก็รู้สึกว่าตนเองโชคดีมากที่วันนี้เรนนี่เป็นคนออกไปจากชีวิตเขา ทิวัตถ์รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

บ่ายวันอาทิตย์รองประธานหนุ่มมารับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวอย่างเคย วันนี้มารดาของเขาดูจะยิ้มแย้มและมีความสุขมากเป็นพิเศษเขาเดาว่าน่าจะเป็นเพราะข่าวของเรนนี่ที่ตอนนี้มีหลายคนกำลังพูดถึง

“แม่บอกแล้วว่าลูกกับหล่อนไม่มีทางไปด้วยกันได้หรอก อย่างนี้จะยอมหมั้นกับหนูแพรไหม”

“ถึงผมไม่มีใครก็ใช่ว่าผมจะยอมหมั้นกับใครง่ายๆ นะ”

“ท่าทางของวัตถ์ทำให้แม่รู้สึกเหมือนตอนนี้เรากำลังสนใจใครอยู่”

“แม่ครับ ผมเพิ่งรู้ข่าวเรนนี่เมื่อวันก่อนเองนะครับ ผมจะมีเวลาไปมองใครที่ไหนได้”

“ก็แม่เห็นว่าเราไม่ได้เสียใจเลย หรือตอนนี้มีคนอื่นแล้วจริงๆ” คุณกัลยาคาดคั้นคำตอบจากลูกชาย

“น่าเสียดายนะที่วันนั้นลูกปฏิเสธเรื่องหมั้นกับหนูแพรไปแล้ว” บิดาเขาพูดขึ้นบ้าง

“พ่อกับแม่ยังไม่เลิกคิกเรื่องนี้อีกเหรอครับ”

“ก็มันน่าเสียดายนี่ แม่เห็นวัตถ์เอาแต่ทำงานไม่ค่อยมีเวลาก็เลยอยากจะช่วยหาสาวๆ ให้ แม่กลัวว่าวัตถ์จะไปคว้าลูกน้องในบริษัทมาทำเมียน่ะสิ”

“แม่ก็รู้ว่าผมไม่มีทางทำแบบนั้น”

“แต่พ่อว่าบางทีความใกล้ชิดอาจจะทำให้คนเราเปลี่ยนใจได้นะ ยิ่งเลขาคนใหม่ของวัตถ์สวยขนาดนั้น พ่อล่ะกลัวจริงๆ”

“นั่นสิ แม่ขอสั่งห้ามเลยนะ อย่าเอาลูกน้องของตนเองมาทำเมียเด็ดขาดมันจะทำให้เสียการปกครอง โดยเฉพาะเลขาหน้าห้อง ถึงเธอจะสวยจะทำงานเก่งแค่ไหนลูกก็ห้ามยุ่งเด็ดขาด”

“แม่ทำเหมือนไม่รู้จักผม”

“ก็เพราะแม่รู้จักดีน่ะสิถึงได้ห้าม วัตถ์น่ะเป็นคนหน้าตาดี ทำงานก็เก่ง ฐานะก็ไม่น้อยหน้าใครผู้หญิงที่ได้อยู่ใกล้คงมีหวั่นไหวบ้าง แล้วแม่ก็รู้อีกด้วยว่าลูกชายของแม่แพ้ทางผู้หญิงสวย”

“ผมไม่ทำให้แม่ผิดหวังหรอกครับ” ทิวัตถ์ให้คำมั่นกับมารดา แต่คนอย่างเขาก็มีนิสัยเสียอย่างหนึ่งที่แก้ไม่หายนั่นคือยิ่งมารดาห้ามอะไรเขาก็จะทำตรงกันข้าม ก็เหมือนอย่างตอนที่เขาเริ่มสนิทสนมกับเรนนี่แล้วมารดาต่อต้าน มันเลยทำให้เขาทำตรงกันข้าม

แล้วครั้งนี้มารดาห้ามเขากับเลขาซึ่งเขายังไม่ได้คิดอะไรกับแพรรดามากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง แต่พอมารดาพูดมาแบบนี้ชายหนุ่มก็เลยอยากจะลองท้าทายท่านสักนิด อีกอย่างเท่าที่ดูเลขาของเขาก็ท่าทางร้ายใช่เล่น ถ้าเขาอยากจะนึกสนุกกับเธอขึ้นมามันก็คงไม่ยากเท่าไหร่ เรื่องเสียการปกครองที่มารดาพูดนั้นทิวัตถ์คิดว่าตนเองรับมือไหว เขารู้ใจผู้หญิงดีว่ามีไม่กี่อย่างที่พวกเธอต้องการ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป