บทที่ 6 ก่อนลงสนามก็ต้องเตรียมพร้อม
“ก็จริงนะแก สมัยนี้อยากได้อะไรก็ต้องไขว่คว้า ตราบใดที่คนนั้นของแกยังไม่แต่งงานแกก็ไม่ผิดที่จะรุกหนักใส่เขาอย่างนี้”
“ชาช่าแกเป็นคนที่เข้าใจฉันจริงๆ” แพรรดากอดร่างหนาของเพื่อนแน่น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวเองในการรุกครั้งนี้ หญิงสาวมั่นใจว่าทิวัตถ์จะต้องเปลี่ยนใจและถึงตอนนั้นเธอจะทำให้เขาเจ็บให้สมกับที่เขากล้าปฏิเสธ
เมื่อเห็นความตั้งใจของเพื่อนชาญวุฒิก็เริ่มป้อนข้อมูลให้กับแพรรดาซึ่งหญิงสาวบันทึกทุกคำพูดและกิริยาท่าทางนั้นลงในโทรศัพท์เพื่อเอาไว้ทบทวนก่อนออกสนามจริงในวันพุธที่จะถึงนี้
“ขอบใจนะชาช่า” แพรรดาน้ำตารื้นกอดเพื่อนอีกครั้ง
“ส่วนเรื่องนั้น...” หญิงสาวในร่างชายมีสีหน้าวิกตกกังวลจนเห็นได้ชัด เพราะสิ่งที่แพรรดาขอร้องให้ช่วยอีกเรื่องนั้นเธอไม่เห็นด้วย
“ชาช่า แพรแค่อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วมันต้องทำยังไงบ้าง”
“แกก็หาดูตามอินเตอร์เน็ตเอาก็ได้”
“มันไม่เหมือนกัน ฉันจะลงสนามทั้งที แกจะให้ความรู้ฉันแบบครึ่งๆ กลางอย่างนั้นเหรอ ถ้าเกิดเรื่องอย่างว่ามันเกิดขึ้นจริงแล้วฉันนอนแข็งเป็นท่อนไม้ขึ้นมา พี่วัตถ์คงได้หัวเราะเยาะฉัน เผลอๆ ได้โดนไล่ออกจากงานกันพอดี”
“เฮ้อ...”
“นะ นะ ชาช่าคนสวยของแพร ได้โปรด ...Please…”
“ก็ได้ย่ะ” แล้วเธอก็ต้องยอมใจอ่อนให้เบอร์โทรศัพท์ของรุ่นพี่คนหนึ่งที่เคยทำงานเป็นหญิงบริการมาหลายปี
“ขอบใจนะ ชาช่าคนสวย”
“ฉันรู้ว่าฉันสวย ไม่ต้องชมบ่อยก็ได้ย่ะ แล้วโทรไปคุยกับพี่เขาดีๆ นะ บอกเหตุผลเขาก่อนว่าทำไมถึงอยากรู้ ไม่ใช่ว่าไปถามเขาตรงๆ ว่าเวลาอยู่บนเตียงต้องทำอะไรบ้างผู้ชายถึงจะติดใจ แล้วเอาไว้แค่เป็นเครื่องประดับสมองนะแก ไม่ใช่ไปหัดทำจริงล่ะ”
“ฉันจะไปหัดทำแบบนั้นกับใครที่ไหนหรือแกจะเป็นคู่ซ้อมล่ะชาช่า”
“ต๊ายตาย.. ขืนฉันทำอย่างนั้นกับแกฟ้าได้ผ่าตายกันพอดี”
พอแยกจากเพื่อนแพรรดาก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์โทรที่เพื่อนให้ไว้เมื่อวาน เธอรอสายอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงรับสาย หญิงสาวแนะนำตัวเองให้คนปลายสายรู้จักก่อนจะบอกถึงจุดประสงค์ที่โทรศัพท์มาหา ปลายสายดูจะไม่แปลกใจเท่าไหร่คงเพราะชาญวุฒิโทรไปเกริ่นเรื่องของเธอก่อนหน้านั้นแล้ว
เพราะการคุยโทรศัพท์มันทำให้หญิงสาวนึกภาพไม่ออกเธอจึงนัดเจอกับผู้หญิงคนนั้นที่ร้านกาแฟซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก
พอแนะนำตัวกันแล้วทั้งสองก็ย้ายมานั่งคุยในรถของหญิงสาวเพื่อนที่จะได้คุยกันให้สะดวกมากขึ้น เธอถามทุกอย่างที่อยากรู้ เวลาผ่านไปนานกว่าแพรรดาจะยอมให้อีกคนลงจากรถ เธอไม่ลืมที่จะโอนเงินค่าเสียเวลาเข้าบัญชีของพี่ลูกตาลคนที่สอนในเรื่องที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
......
วันนี้ยังคงเป็นหยุดอีกหนึ่งวันแพรรดาเลยมีเวลาสร้างความมั่นใจให้กับตนเองก่อนจะไปเผชิญหน้ากับทิวัตถ์ท่านรองประธานที่มีใบหน้าเย็น หญิงสาวขับรถมาจอดที่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่ง สายตาคู่สวยมองไปในร้าน ซึ่งในขณะนี้ตอนนี้มีลูกค้าอยู่ไม่กี่คน เธอมองเป้าหมายตรงหน้า อยากรู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เรียนมาจากเพื่อนเมื่อวานจะได้ผลจริงหรือเปล่า
เธอเดินเข้าไปร้าน สั่งกาแฟเสร็จก็ไปนั่งรอ จากที่เป็นคนไม่สนใจมองสิ่งรอบข้างแต่วันนี้เธอเลือกที่จะมองไปรอบๆ ร้าน แล้วมันก็ได้ผลเพราะเมื่อมองไปยังโต๊ะตรงกันข้ามก็เห็นว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมาทางตัวเอง หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็หันมาสนใจกับสมาร์ทโฟนของตัวเองต่อ ในใจก็คิดว่าที่ยิ้มให้เขาแบบนั้นคงไม่น่าเกลียดจนเกินไป ก็ใครใช้ให้เขามองมาทางเธอล่ะ แต่แล้วมันก็ได้ผล เพราะตอนนี้เขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
“ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ” ชายหนุ่มตัวสูงผิวขาวแต่ไม่ถึงกับซีดอายุไม่น่าจะเกิน 30 ปี เขาแต่งตัวสุภาพเสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อดีกับกางเกงสแล็กส์สีเข้มดูโดยรวมแล้วถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
“ค่ะ” เธอขยับกระเป๋าที่วางบนโต๊ะเล็กน้อยเพื่อให้เขาได้มีพื้นที่วางแก้วที่ถือติดมือมาด้วย
“คุณคงพึ่งมาที่นี่ใช่ไหมครับ”
“ค่ะ คุณคงมาบ่อยถึงรู้ว่าฉันไม่เคยมา” ร้านกาแฟแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากคอนโดมิเนียมของเธอก็จริงแต่ก็จริงแต่แพรรดาก็เพิ่งจะมาที่นี่ครั้งแรก เพราะส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นวันหยุดหญิงสาวก็เลือกที่จะนอนพักผ่อนหรือไปเดินห้างมากกว่า
“ครับ ผมมาที่นี่ประจำ แล้วปกติคุณ...”
“รดาค่ะ” เธอไม่ได้ใส่ซื่อจนไม่รู้ว่ากำลังถามชื่อ
“ผมกวินทร์ครับ เรียกวินก็ได้ แล้วปกติคุณรดาชอบไปดื่มกาแฟร้านไหนครับ”
“ไม่แน่นอนหรอกค่ะ แต่ถ้าไหนถูกใจก็จะแวะมาบ่อยหน่อยค่ะ”
“ผมหวังว่าคุณจะถูกใจร้านนี้นะครับ เราจะได้เจอกันบ่อยๆ” ชายหนุ่มอยากรู้จักกับเธอให้มากขึ้นเพราะนอกจากเธอจะสวยแล้วยังดูฉลาดทันคนอย่างที่เขาชอบ
“รดาก็หวังอย่างนั้นค่ะ”เธอยิ้มเล็กน้อยอย่างที่ชาช่าสอน
‘เวลาจะยิ้มให้ใครก็ไม่ต้องแหกปากจนเห็นฟันครบอย่างจูเลีย โรเบิร์ตหรอกนะ ยิ้มแบบนั้นหล่อนทำได้คนเดียว คนธรรมดาอย่างเราต้องยิ้มน้อยๆ ยิ้มทั้งใบหน้าและสายตา ถ้าจะให้ดีก็มองไปที่เขาแค่เพียงนิดเดียวพอ แล้วก็หลบสายตาประมาณว่าเขินอาย แม้ในใจแกกำลังคิดว่าจะอยากจะลากเขาเข้าห้องก็ตาม’
‘แค่ยิ้มทำไมมันยากจัง’
‘มันไม่ได้ยากอะไรเลย แค่ใส่จริตลงไปนิดหน่อย ไอ้ที่เห็นแล้วฉีกยิ้มจนตาหยีน่ะ เขาเอาไว้ใช้กับพวกวัยรุ่นย่ะ คนทำงานอย่างแก ต้องรู้จักใช้มารยา’ นี่คือสิ่งที่ชาช่าสอนเธอเมื่อวาน แล้วก็เหมือนว่าการยิ้มของเธอจะได้ผล
