บทที่ 11 ซื้อบ้าน
เสิ่นชิงเวยไปโรงหมอเพื่อตรวจความแม่นยำ ปรากฏว่านางตั้งครรภ์จริงๆ หมอจ่ายยาบำรุงครรภ์มาให้ เสิ่นชิงเวยจ่ายค่ายาแล้วเดินกลับโรงเตี้ยม เท้าหนักอึ้ง สามแสนตำลึงจะพอเลี้ยงน้องเลี้ยงลูกหรือไม่ เดิมทีเป็นสายลับบางครั้งก็เป็นมีดให้คนอื่นใช้งาน
อาชีพที่ไม่ต้องเอาชีวิตผู้ใดเช่นโลกก่อนคงต้องหา สองเดือนมานี้อาหารการกินผ่านมากว่าหกเมือง รับรู้แล้วว่าเป็นเช่นไร อยากกินหลายๆ อย่างเพราะแพ้ท้อง แต่ชาวบ้านกับไม่มีใครรู้จัก งั้นเอาอาชีพหาของดีในป่ามาขายเถอะ
"เด็กๆ พี่กลับมาแล้ว"
ประตูห้องเปิดออกมาทันทีที่เสียงพี่สาวดังมา เสิ่นชิงชิวหลับไปแล้วน่าจะมีไข้ น้องชายไม่ค่อยแข็งแรง นี่เป็นสาเหตุอีกอย่างที่นางต้องหาเงินหนักจนต้องไปรับจ้างที่จวนเผย
เดิมแค่ค่ายาท่านพ่อก็ทำงานจนถึงยามเซิน แต่ค่ายาน้องชายด้วยทำให้ต้องอยู่เย็นกว่าเดิมจนเกิดเรื่องในที่สุด น่าสงสารเจ้าของร่างจริงๆ
"น้องเล็กหลับแล้วหรือ"
"เจ้าค่ะมีไข้เล็กน้อย ข้าเช็ดตัวให้ตามที่ท่านบอกแล้ว พี่ใหญ่ได้เรื่องไหมเจ้าคะ"
"อืม พี่สั่งอาหารแล้ว บอกน้องเล็กตื่นมากินข้าวก่อน เดี๋ยวให้เสี่ยวเอ้อไปตามหมอมาตรวจสักหน่อย"
ไม่นานอาหารก็มาส่ง สามพี่น้องกินข้าวเงียบๆ ต่างคนต่างใช้ความคิด เสิ่นชิงผิงกำลังเสียใจ หากวันนั้นนางยอมรับข้อเสนอองค์ชายรองไปเป็นสาวใช้ห้องซักล้างให้เขาบางทีพี่สาวอาจไม่ต้องโชค้าย
ส่วนเสิ่นชิงชิวกำลังคิดว่าหากเขาแข็งแรงกว่านี้พี่ๆ ก็ไม่ต้องเดือดร้อน เมื่ออิ่มแล้วก็ให้เสี่ยวเอ้อไปเชิญหมอมา หลังจากที่หมอมาตรวจก็จ่ายยาให้ เสิ่นชิงเวยไม่สะดวกไปรับเองอีกทั้งน้องสาวก็ไม่เคยออกนอกจวนมาก่อนจึงได้แต่ไหว้วานเสี่ยวเอ้อเท่านั้น
เมืองหลวง
ทางด้านเผยซ่างกวนที่ตอนนี้ปรึกษางานกับฮ่องเต้อยู่ก็จามไม่หยุดจนฮ่องเต้ให้เขากลับบ้านไปพักผ่อน
"แม่ทัพเผย ท่านป่วยหรือ"
"หามิได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมก็มิทราบว่าเป็นอันใดวันนี้จามทั้งวันเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ"
"ถ้าเช่นนั้นท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ เรื่องที่ท่านขอเราจัดการให้แล้วท่านจะไปเองหรือให้คนของเรานำไป"
"กระหม่อมไปเองดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อนางเล่นปาหี่ใหญ่โตเพียงนี้ก็ควรสมศักดิ์ศรีนางเสียหน่อย กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"
เผยซ่างกวนเจอหน้าหลิวเสียนที่หน้าท้องพระโรง เขาทักทายแต่เผยซ่างกวนมองเพียงหางตาเท่านั้น
"แม่ทัพเผย อะ อะ เอ่อ ท่านอ๋องคือเรื่องเข้าใจผิดระหว่างเหยียนเอ๋อร์กับพระองค์กระหม่อมคิดว่าน่าจะ.."
"เจ้ากรมหลิว ข้ามิได้ใส่ใจนักหรอกสัญญาหมั้นหมายนั่นเป็นบิดากับแม่เลี้ยงข้าเห็นดีเห็นงาม ในเมื่อคุณหนูหลิวมีคนในใจอยู่แล้วก็ช่างเถอะ พรุ่งนี้พระราชโองการถอนหมั้นจะไปถึงที่จวนของท่าน อย่าลืมต้อนรับดีๆ เล่า"
เผยซ่างกวนเดินจากไป หลิวเสียนปาดเหงื่อ นี่ถึงกับขอพระราชโองการถอนหมั้นเชียวหรือ ต่อไปบุตรสาวยังจะแต่งบุรุษดีๆ ที่ไหนได้อีก นางลูกโง่เหตุใดไม่รู้จักชั่งน้ำหนักว่าระหว่างองค์ชายเป็นสิบในวังกับแม่ทัพใหญ่เพียงหนึ่งเดียวใครสามารถทำให้ตระกูลหลิวรุ่งโรจน์ได้มากกว่ากัน
หมู่บ้านหยางไหว
ยามซื่อสามพี่น้องพากันมาถึงที่จวนของนายอำเภอเรียบร้อยแล้ว พวกนางกินมื้อเช้าเรียบร้อยแล้วได้แต่นั่งรอจนกระทั่งกู้เหยียนเดินออกมา เห็นเป็นเสิ่นชิงเวยนั่งรออยู่มีเด็กสาวอายุไม่น่าจะเกินสิบสองสิบสามกับเด็กผู้ชายประมาณเก้าขวบนั่งอยู่ข้างๆ เสิ่นชิงเวยลุกคำนับเขาทันที ในมือเด็กทั้งสามีเพียงห่อผ้าคนละห่อ
"อืม ไปกันเถอะ หมู่บ้านที่เจ้าจะไปอยู่นั้นเงียบสงบผู้คนจิตใจดีข้าให้คนไปคุยกับผู้นำหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว เขาว่ามีหลังหนึ่งที่ไม่ต้องซ่อมแซมเข้าอยู่ได้เลยเป็นบ้านอิฐมุงกระเบื้องอย่างดี ราคาสามสิบตำลึงประมาณเจ็ดหมู่ไม่แพงเพราะติดตีนเขาห่างไกลจากหมู่บ้านเกือบสามลี้”
“ส่วนอีกหลังราคาประมาณแปดสิบตำลึงอยู่ในหมู่บ้าน เจ้ากำลังตั้งครรภ์แม่นางเสิ่นหากเจ้ามีเงินไม่พอสามารถหยิบยืมทางการได้ มีเงินให้ชาวบ้านได้กู้ไปใช้จ่ายก่อนแล้วส่งคืนทีหลังดอกเบี้ยไม่แพงมากนัก"
"มีเรื่องดีๆ เช่นนี้ด้วยหรือเจ้าคะ คนที่คิดวิธีนี้เก่งยิ่งนักนอกจากจะช่วยชาวบ้านให้ไม่ลำบากยังไม่ให้ต้องขายบุตรหลานให้เศรษฐีหรือจวนขุนนางอีกด้วย"
"อืมจะว่าเก่งก็เก่งจริงๆ นั่นแหละ แม่ทัพเผยเป็นแม่ทัพที่ทั้งบู๊ทั้งบุ๋นในคนเดียวกัน"
เสิ่นชิงเวยเซ็งทันที ไอ้บ้านนี่อีกแล้วอิทธิพลข้ามน้ำข้ามฟ้าเหลือเกินนะ มาแต่ชื่อเล่าอย่าเอาตัวเองเสนอหน้ามาเชียว
จากนั้นนางก็นั่งคุยไปพลาง นางนั่งรถม้าของกู้เหยียน ส่วนรถม้าตนเองคนของกู้เหยียนเป็นคนขับให้ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านหยางไหว
