บทที่ 12 ตั้งรกราก
รถม้าทางการตรงไปยังบ้านของผู้นำหมู่บ้าน หยางลิ่วผู้นำหมู่บ้านมาต้อนรับเขาด้วยตนเอง เนื่องจากมีคนมาแจ้งแล้วว่าหลานสาวของใต้เท้าจะมาปักหลักอยู่ที่นี่ กู้เหยียนไม่อยากให้นางลำบากใจ
การที่สตรีตั้งครรภ์ไร้สามีมิหนำซ้ำเป็นหม้ายสามีตายถือเป็นดวงอัปมงคลเขาจึงต้องให้นางอยู่ในฐานะหลานสาวห่างๆ ของเขา กันผู้คนรังแก แต่กู้เหยียนไม่รู้เลยว่าในอนาคตอันใกล้ขนาดท้องแก่นางยังกระทืบคนปางตายก่อนคลอดลูกแค่เพียงหนึ่งวัน
"ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยหยางลิ่วเป็นหลี่เจิ้งของที่นี่ขอรับ"
"อืม ข้าพาหลานสาวมาตั้งรกรากที่นี่น่ะ พอดีสามีของนางจากไปในสนามรบพี่สาวข้าเห็นว่าหากให้นางอยู่ที่เป่าซานอาจมีผลต่อเด็กในครรภ์ เพราะวันๆ นางเอาแต่คร่ำครวญถึงสามี"
เสิ่นชิงเวยแอบขอบคุณผู้ชายตรงหน้าในใจ เขารู้ดีว่าการเป็นหม้ายสามีตายต่อให้เกิดและโตที่นี่ก็ยังลำบากในการใช้ชีวิต นับประสาอะไรกับนางที่มาจากต่างถิ่น เขาจึงยกให้นางเป็นหลานสาวห่างๆ ของเขาเพื่อที่จะได้ไม่มีผู้ใดมารังแกและรังควาน
"เอ่อ แม่ แฮ่ม เอ่อเว่ยเว่ย เจ้าจะซื้อบ้านหลังไหนดี น้าว่าเจ้าดูหลังที่อยู่ในหมู่บ้านดีไหม ถึงจะแพงแต่ก็อยู่ใกล้ผู้คน"
"ข้าเลือกหลังที่ติดกับภูเขาเจ้าค่ะ ท่านน้าบอกว่ามีรั้วอิฐอย่างดีมิใช่หรือเจ้าคะ ข้าเป็นหม้ายสามีตายไม่อาจให้ความไม่เป็นมงคลส่งมาถึงคนอื่นๆ แม้ว่าจะไม่พูดแต่ใช่จะไม่มีคนคิด ข้าอยากอยู่สงบมิต้องสู้รบกับผู้ใดเจ้าค่ะ"
"เอางั้นหรือได้ๆ ไปดูบ้านกันเถอะ"
ทั้งหมดขึ้นรถม้าไปที่ภูเขาติดกับลำธาร เสิ่นชิงเวย คะเนกะจากสายตาน่าจะกว้างประมาณสามจั้งกว้างยิ่งนัก น่าจะลึกประลึกประมาณสามฉื่อได้เลย
กำแพงหินแข็งแรงราคาสามสิบตำลึงคือถูกมากแต่เสิ่นชิงเวยต้องต่อรองอีกนิดให้ดูรันทดหน่อยๆ ซื้อของไม่ต่อราคาคนจะมองว่านางมีเงิน มาอยู่ใหม่ๆ ไม่ควรฟุ้งเฟ้อ
"ท่านน้ากู้เจ้าคะ เงินที่ข้าขอยืมท่านมามีเพียงยี่สิบห้าตำลึง เจ้าของลดให้อีกสักนิดมิได้หรือเจ้าคะ ข้าจะได้เหลือเงินไว้คลอดลูกบ้าง"
"อืม ท่านผู้นำท่านว่าอย่างไรดีเล่า ลดให้หลานสาวข้าสักหน่อยเถอะ นางกำลังแย่ชีวิตสตรีที่ไร้สามีย่อมลำบาก น้องๆ นางมารดานางเกรงว่านางมาตัวคนเดียวไม่มีใคร จึงตัดใจให้มาอยู่ดูแลกันเพราะมารดานางเองค้าขายต่างถิ่นจำต้องเดินทางบ่อยๆ"
"อืมใต้เท้าขอสักยี่สิบเจ็ดตำลึงได้ไหมขอรับ นี่เป็นบ้านบุตรชายคนกลางข้าเองพวกเขาไปค้าขายไม่กลับมาแล้ว ไปอยู่เมืองหลวงข้าจะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายบ้าง"
หยางลิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหงาหงอยบุตรชายได้ภรรยาเป็นบุตรสาวขุนนางเล็กๆ ในเมือง แต่สะใภ้เช่นนางกลับรังเกียจชาวบ้านเช่นเขา บุตรชายหลงใหลภรรยาจึงไปอยู่เมืองหลวงไม่กลับมา เขาจึงได้แต่เก็บบ้านหลังนี้เอาไว้
จนกระทั่งได้ข่าวว่าบุตรชายตรอมใจจากไปเพราะภรรยาไปเจอขุนนางที่ดีกว่าและมั่งคั่งกว่าจนทอดทิ้งเขา หยางลิ่วเลยไม่อยากเก็บบ้านหลังนี้ไว้อีก
เสิ่นชิงเวยเห็นใจเขาบุตรชายจากไปคนผมขาวต้องส่งคนผมดำ ยิ่งเห็นก็ยิ่งเศร้าใจนางจึงเอ่ยขึ้น
"ท่านปู่หยางเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าจะซื้อราคาเต็มแต่ว่าข้าขอจ่ายท่านยี่สิบห้าตำลึงคือว่าข้าจำเป็นต้องเก็บเงินไว้คลอดบุตร ท่านน้าทำสัญญากู้ยืมได้ไหมเจ้าค่ะ อีกห้าตำลึงเมื่อข้ามีแล้วจะมาจ่ายให้จนครบ คิดดอกเบี้ยเท่ากับเงินกู้ของทางการ"
เสิ่นชิงเวยเอ่ยแก่หยางลิ่วและกู้เหยียน วาจานี้ยิ่งทำให้กู้เหยียนอยากได้นางยิ่งขึ้นไปอีก ฉลาดเพียงนี้หลานสะใภ้ของเขาต้องเป็นนางเท่านั้น
หลานชายตัวดีเมื่อไหร่จะมานะเจ้าต้องมีเมีย แม่หม้ายก็ช่างเถอะกิริยามารยาทการวางตัวดีกว่าคุณหนูในเมืองเสียอีก
กู้เหยียนพยักหน้าให้กับเสิ่นชิงเวย จากนั้นก็ตกลงกันที่สามสิบตำลึงโดยที่หยางลิ่วรับยี่สิบห้าตำลึง ส่วนที่เหลือเสิ่นชิงเวยจะหามาจ่ายที่หลังๆ จากที่นางคลอดบุตรและสามารถทำงานได้แล้ว แต่กู้เหยียนกลับควักเงินตนเองจ่ายแทนจนครบ
"ข้าจ่ายแทนหลานสาวเองก็แล้วกัน เอาตามนี้แหละเว่ยเว่ย เจ้าจะได้ไม่ต้องเสียดอก หากวันใดเจ้ามีก็มาคืนข้า"
เสิ่นชิงเวยขอบคุณเขา จากนั้นทั้งหมดก็พากันเข้ามาดูในบ้าน มีทั้งหมดหกห้องนับว่าใหญ่มาก มีห้องนอนสี่ ห้องโถงหนึ่งและห้องครัว สุขาอยู่ด้านนอก
เสิ่นชิงเวยดูห้องหับต่างๆ มีเตียงอยู่แต่ที่นอนต้องหามา นางจึงขอร้องให้กู้เหยียนเป็นคนจัดการ หยางลิ่วรับอาสาพาคนมาซ่อมแซมแผ่นกระเบื้องที่แตก ดายหญ้าที่รกซ่อมแซมรูโหว่ของกำแพงรั้ว
ยามเซินทุกอย่างก็เรียบร้อย ที่นอนและเครื่องครัวถูกส่งมาจากบ้านท่านผู้นำ เพราะกู้เหยียนสั่งให้เขาจัดการเรื่องของหลานสาวให้เขา
สองพี่น้องช่วยกันปูที่นอน เสิ่นชิงชิวเป็นไข้ ไม่นานหยางลิ่วก็พาหมอมาคนหนึ่งเพื่อตรวจดูอาการของเขา
เด็กน้อยมีอาการไข้ เสิ่นชิงเวยจ้างชาวบ้านให้ทำความสะอาดเรือนพร้อมกับจัดการข้าวของแทน นางจึงไปดูน้องชายเพราะว่าเป็นญาตินายอำเภอทุกคนจึงเต็มใจช่วยเหลือนาง
เสิ่นชิงเวยรู้ว่าเขาเก็บภาษีไม่ได้เท่าไหร่ เรื่องนี้นางจะช่วยเพื่อตอบแทนน้ำใจของเขา จากนั้นก็พูดคุยกับหมอ
"ท่านหมอ กลางดึกคงไม่มีไข้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ"
"อืม หมอที่รักษาก่อนหน้านับว่ามีฝีมือ น้องชายเจ้าเขาถูกอากาศเย็นมากๆ ไม่ได้ น่าจะตอนที่มารดาเจ้าตั้งครรภ์น้องชายเจ้านางคงไม่ได้บำรุงเท่าที่ควร แต่หากเจ้ามีเงินก็ซื้อโสมมาบำรุงสักหน่อย รากฝอยก็ได้หากไม่อาจซื้อเป็นแผ่น"
เสิ่นชิงเวยขอบคุณเขา เสิ่นชิงชิวหลับไปแล้ว เสิ่นชิงผิงเช็ดตัวให้น้องชาย หลังจากนั้นทั้งคู่ก็มาต้มข้าวต้มซื้อผักดองของชาวบ้านมากินกับข้าวต้ม พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
วันนี้มีที่นอนแล้วมีบ้านอยู่แล้ว ต้องหาทางตอบแทนกู้เหยียนเขามีน้ำใจนัก สามพี่น้องกินข้าวนอนหลับไปแล้วแต่จะมีบางคนที่กำลังจะคลั่งตาย
