บทที่ 10 ศรีภรรยา
ตอนที่ 10 ศรีภรรยา
จุ๊บ! เสียงริมฝีปากอุ่นบรรจงจูบลงมาบนแก้มของผมหลังจากที่เราสองคนทำภารกิจรักบนเตียงช่วงเช้าผ่านพ้นไปสองรอบติดๆ ร่างเปลือยของสามียังกอดรัดผมอยู่ไม่ยอมปล่อยและยิ่งไปกว่านั้นคุณพฤกษ์ยังคงเลื่อนจมูกสูดดมผิวกายผมไปทั่วอย่างไม่รู้เบื่อ
“หอมจัง ทำไมตัวเธอถึงได้หอมขนาดนี้นะ” คุณพฤกษ์พูดพลางจูบลงมาบนไหล่ของผมอีกครั้ง ฝ่ามือจับดึงรั้งตัวผมให้ซุกตัวเข้าไปในวงแขน ท่อนขาไร้เนื้อผ้ากางเกงเนื้อละเอียดกางกั้น
“คุณพฤกษ์ก็เห็นแล้วนี่ครับว่าผมทำยังไง”
“อาบน้ำแร่ แช่น้ำดอกไม้หอมน่ะหรือ...ทุกวันฉันก็นอนแช่ในอ่างพร้อมเธอ แต่ทำไมตัวฉันไม่เห็นจะหอมเลย แต่เธอนี่สิหอมจนทำให้ฉันไม่อยากไปไหน”
ผมอมยิ้มให้กับคุณพฤกษ์ซึ่งเริ่มจะหลงใหลติดใจในกลิ่นกายของผม แน่ล่ะเคล็ดลับมัดใจสามีของกันต์กฤษณะเราวางแผนตีกรอบล้อมรอบเอาไว้ทุกด้านอย่างรัดกุม ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายแบบไหน ประเภทไหนต่อให้พยายามดิ้นหนีปฏิเสธพวกเราอย่างไร หากหลบไปได้สิ่งหนึ่ง ก็จะไปเจออีกสิ่งหนึ่งอยู่ดี
“ไม่ได้นะครับ ยังไงเราก็ต้องลงไปทานมื้อเช้า คุณพฤกษ์ลุกขึ้นได้แล้วครับ เดี๋ยวคุณแม่จะรอนาน” ผมพยุงตัวลุกออกมาจากอกกว้างแตะวางฝ่ามือลงบนหน้าท้องของสามีพร้อมกับลูบไล้ไปมาเบาๆ
“ขอนอนกอดเธออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ ลงไปกินมื้อเช้าช้าเพราะฉันมัวนอนกอดเธอคุณแม่คงไม่ว่าอะไรหรอก”
เมื่อสามีร้องขอภรรยาอย่างผมมีหรือจะขัดใจเพราะนี่ถือเป็นนิมิตหมายอันดีระหว่างเราเพราะตราบใดที่สามียังหลงใหลในรูปลักษณ์เรือนกายหรือเสน่หารสรักร่วมเตียงกับเราอยู่ นั่นก็แปลว่าเขาจะไม่โหยหาหรือแอบชายตาไปเหลือบแลคนอื่นอย่างแน่นอน
หลังจากสินถูกคุณหญิงใหญ่สั่งให้ย้ายกลับไปอยู่บ้านพักคนใช้ตามเดิมและบ้านหลังเล็กนั้นตกเป็นของผมอย่างชอบธรรม ผมสั่งให้คนงานรื้อห้องนอนเก่าซึ่งมีอยู่ภายในบ้านหลังนั้นทิ้ง พร้อมกับขนย้ายเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือนทุกชิ้นออกไปให้หมดเหลือเพียงบ้านเปล่าๆ ซึ่งเป็นห้องโล่งกว้างเพียงห้องเดียว จากนั้นจึงสั่งให้คนงานตกแต่งต่อเติมใหม่ให้เหมาะแก่การทำเรือนตากดอกไม้ เครื่องหอม
ช่วงเวลาที่คุณพฤกษ์ออกไปทำงานผมจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในเรือนหลังเล็กนี้ เพื่อตระเตรียมดอกไม้เครื่องหอมสำหรับใช้ในงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับอาหารคาว อาหารหวาน เทียนหอม น้ำอบ น้ำปรุง และไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาภายในเรือนหลังนี้ทั้งสิ้น
“หอมจังเลยนะครับ” เสียงทุ้มกังวานนุ่มของผู้มาเยือนซึ่งผมไม่รู้จัก ทำให้ผมสะดุ้งตกใจก่อนจะรีบไหวหัวไหล่หลบให้พ้นจากแผงอกกว้างที่กำลังขยับเข้ามาชิด
“คุณเป็นใครครับ แล้วเข้ามาในนี้ได้ยังไง” ผมมองข้ามหัวไหล่สูงนั้นไปด้านหลัง ประตูไม้บานใหญ่เปิดอ้าออกกว้างเนื่องจากผมต้องการให้ลมโชยพัดผ่านได้สะดวกเพราะดอกไม้จะได้ไม่มีกลิ่นอับและช่วยให้มันแห้งเร็วขึ้น
“ผมมาหาคุณพฤกษ์ครับ แต่คนใช้ในบ้านบอกว่าคุณพฤกษ์ยังไม่กลับเข้ามา ผมก็เลยเดินเล่นมาเรื่อยๆ บังเอิญได้กลิ่นหอมโชยมาผมก็เลยลองเดินมาดู...อ้อจริงสิ ผมชื่อเจษนะครับ” ฝ่ามือหนายื่นออกมาข้างหน้าหลังจากแขกที่ผมไม่รู้จักแนะนำชื่อตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“สวัสดีครับผมกันต์...เป็นภรรยาของคุณพฤกษ์” ผมยกมือขึ้นมาประนมไหว้ชายแปลกหน้าแล้วเดินเบี่ยงหลบมาอีกด้านไม่ได้ประสานมือเพื่อทักทายอย่างธรรมเนียมของชาวตะวันตก
“ภรรยาของพฤกษ์อย่างนั้นเหรอ....ฮึ น่าเสียดายจัง เฮ้ออออ”
“น่าเสียดาย....?”
“เฮ้อ ครับ...น่าเสียดาย เราไม่น่าเจอกันช้าเลย” แขกของสามีผมพูดพร้อมกับส่ายหน้าอย่างช้าๆ ตามลักษณะอาการเหมือนคนกำลังรู้สึกผิดหวัง
ผมขยับเท้าเดินถอยหลังห่างออกจากผู้ชายคนนี้อีกเล็กน้อย แล้วรีบเดินกลับไปเก็บอุปกรณ์เครื่องหอมซึ่งเมื่อครู่ผมกำลังจะละลายขี้ผึ้งผสมกับแผ่นทองคำเพื่อเตรียมทำลิปปาล์มตลับใหม่ แต่เห็นทีวันนี้คงไม่เหมาะเนื่องจากมีแขกเข้ามาเยือนสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้จึงจำเป็นต้องหยุดมือเอาไว้ก่อน
“คุณพฤกษ์จวนจะกลับบ้านแล้ว ผมว่าเชิญคุณเจษกลับไปรอคุณพฤกษ์ที่บ้านหลังใหญ่ดีกว่าครับ”
“ทำไมล่ะครับรอที่นี่ก็ได้นี่ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายดีออก แถมยังหอมดีด้วย” ผู้ชายที่ชื่อเจษเดินไปรอบๆ เรือนหลังเล็ก มือสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงดูท่าทางสบาย สายตาคมราวกับเหยี่ยวหิวเนื้อมองกวาดไปรอบห้องก่อนจะหยุดลงที่ผม
“ผมว่ามันไม่เหมาะครับ...เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมไปรับรองคุณเจษที่บ้านดีกว่าครับ” ผมขยับเดินออกมายืนรอแขกอยู่ตรงหน้าประตูทันที
“ไม่เหมาะ? อะไรที่มันไม่เหมาะครับหรือว่าที่นี่ไม่มีน้ำร้อน น้ำชารับรองแขกอย่างนั้นหรือ ผมไม่ถือนะไม่เป็นอะไรเลย” ผู้ชายคนเดิมยังเดินวนไปรอบๆ ห้องโถงกว้างอย่างใจเย็น มือไม้จับพลิกดูสิ่งนั้นสิ่งนี้ราวกับมันเป็นสิ่งน่าสนใจ
“เปล่าครับ แต่ผมแต่งงานมีสามีแล้ว ไม่ควรอยู่ในที่ลับตากับผู้ชายคนอื่น เชิญคุณเจษกลับไปรอคุณพฤกษ์ที่บ้านหลังใหญ่ดีกว่าครับ” ผมหันหลังเดินออกจากบ้านมาโดยไม่รอให้แขกที่ผมไม่คุ้นเคยเอ่ยคำใดอีก ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินตามหลังมาเท่านั้น
“คุณซีเรียสขนาดนั้นเลยหรือครับ ผมว่าคุณพฤกษ์คง...ไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง” ผู้ชายชื่อเจษคนนั้นก้าวเท้ายาวๆ มาเดินอยู่ข้างผมในที่สุด
“คุณเจษกับคุณพฤกษ์อาจจะไม่ซีเรียส...แต่ผมซีเรียสครับ ผมไม่อยากให้ใครเอาการพบปะครั้งนี้ไปพูดต่อในภายหลังว่าผมอยู่กับผู้ชายอื่นในที่อันไม่ควร”
"ในที่ไม่ควร อะไรที่แปลว่าไม่สมควรครับ"
"การอยู่ตามลำพังกับผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่สามี ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ไม่เหมาะสมเป็นเรื่องไม่สมควร" ผมเร่งฝีเท้าเดินห่างออกมาแล้วไม่ได้เอ่ยปากสนทนาต่อปาก ต่อคำกับผู้ชายท่าทางไม่น่าไว้ใจคนนั้น จนกระทั่งเราสองคนมานั่งอยู่ภายในห้องรับรองขนาดใหญ่ของบ้าน
