บทที่ 7 สูงเกินเอื้อม

ตอนที่ 7 สูงเกินเอื้อม

ภายในห้องน้ำเด็กรับใช้หน้าหวานนอนล้มลงอยู่กลางพื้นห้องน้ำซึ่งเจิ่งนองไปด้วยน้ำ มีเศษกระเบื้องเคลือบแตกตกอยู่ใกล้ๆ ข้อมือบางของเหลวสีแดงสดคล้ายเลือดไหลออกมาเป็นทางยาวดูน่ากลัว

“สิน เป็นอะไรหรือเปล่า” คุณพฤกษ์ก้าวเท้าออกไปด้านหน้าแต่ถูกผมขยับก้าวแซงไปก่อน

“ตายจริง น่าสงสารจัง เจ็บ....มากหรือเปล่า” ผมย่อตัวนั่งลงตรงหน้าเด็กรับใช้ผู้น่าสงสาร

“เอ่อ ผมขอโทษครับ ผมไม่ระวัง..” สินเงยหน้าขึ้นแต่ไม่ได้มองมาที่ผม สายตาออดอ้อนมองเลยข้ามหัวผมไปทางด้านหลังซึ่งผมรู้ดีแก่ใจว่าใครอยู่ห่างจากผมไปทางด้านหลัง

“คราวหน้าก็ระวังหน่อยนะ ส่วนแผลนี่...มันก็ไม่ได้ลึกแค่รอยแก้วบาดธรรมดา ไม่ต้องทำหน้าเหมือนมัน...ปัก ! เข้าไปกลางหัวใจขนาดนั้นหรอก แผลนี่ไกลหัวใจตั้งเยอะ อีกอย่างเลือดที่ไหลออกมาเป็นเพราะเธอบีบคัดมันออกมาเอง  ไม่ต้องกลัวนะ พลาสเตอร์แผ่นเดียวก็ห้ามเลือดได้แล้ว”

ผมยกยิ้มมุมปากอย่างรู้เท่าทันอุบายตื้นๆ ของคนมารยา ก่อนจะลุกขึ้นหันไปรายงานอาการและบาดแผลให้แม่สามีและสามีทราบเพื่อความสบายใจก่อนจะรอจนกว่าทุกคนเดินกลับออกไปจากห้องจึงได้หันกลับมาหาเด็กรับใช้คนเดิม

“ชีวิตของเธอน่าสงสารเหลือเกินนะ แต่ฉันจะบอกอะไรให้...อย่ามาทำตัวน่าสงสารต่อหน้าสามีคนอื่น โดยเฉพาะ...สามีของฉัน”

“คุณพฤกษ์จะไปไหนหรือครับ” ผมเอ่ยปากรั้งสามีเอาไว้ก่อนที่เท้าทั้งสองข้างจะก้าวพ้นประตูห้องนอนออกไป

“เอ่อ...”

ผมสังเกตเห็นอาการกระสับกระส่ายคล้ายกับว่าสามีของผมมีเรื่องให้วิตกกังวลใจ และผมเชื่อเหลือเกินว่าสัญชาตญาณเมียของผมไม่ได้พลาด เพียงผมอดทนรอให้คุณพฤกษ์เฉลยมันออกมาด้วยตัวเองเท่านั้น

“ว่ายังไงครับ คุณพฤกษ์จะไปไหนหรือ”

“ฉันแค่...จะลงไปข้างล่างหน่อยก็เท่านั้น” เสียงทอดถอนใจเหมือนคนอึดอัดดังลอดออกมาจากช่องอกกว้าง

“ถ้าอย่างนั้น คุณพฤกษ์ช่วย...พาผมไปหาสินหน่อยได้มั้ยครับ”

“อะไรนะ...เธอจะไปหาสินทำไม” คุณพฤกษ์ตวัดสายตากลับมามองผมเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

“ผมรู้สึกเป็นห่วงสินน่ะครับ พอดีนึกขึ้นได้ว่าผมพกยาทาสำหรับป้องกันแผลเป็นมาด้วย เลยอยากเอาไปให้ คุณพฤกษ์พาผมไปหน่อยนะครับ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าสิน...พักที่ไหน”

ผมยกตลับยาลายดอกไม้สีเงินขึ้นมาให้กับอีกฝ่ายดู อันที่จริงผมรู้อยู่แก่ใจว่าคุณพฤกษ์คงห่วงใย “เมียเก่า” แต่ถ้าผมร้องห้ามตีโพยตีพายออกไป นอกจากจะแสดงกิริยาอันไม่น่ามองแล้ว จากเดิมที่คุณพฤกษ์เคยสร้างกำแพงเดียดฉันท์ไม่พอใจใส่ผม สิ่งนี้อาจยิ่งทำให้คุณพฤกษ์เดินถอยหลังหนีผมแล้วกลับไปหาเมียชั้นไพร่ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการเสแสร้งสร้างน้ำใจอันน้อยนิดนี้ หากไม่นับยาตลับเล็กในมือที่ผมต้องเสียไปนอกจากนั้นผมก็มีแต่ได้กับได้เท่านั้น

“เดี๋ยว...ฉันเอาไปให้เองก็ได้” เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ ด้วย ตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าเยื่อใยของคนทั้งสองยังมีให้กันอยู่ เพียงแค่ผมต้องรีบตัดมันให้ขาดอย่างชาญฉลาดที่สุด

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากไปดูด้วยว่าแผลหายดีหรือยัง ไปกันเถอะครับเดี๋ยวดึกเกินไปสินจะนอนเสียก่อน” ผมเดินไปหยิบเสื้อคลุมผ้าแพรเนื้อละเอียดมาสวมทับชุดนอนให้กับสามีแล้วเดินตามหลังเจ้าของบ้านผ่านบ้านหลังใหญ่ซึ่งถูกปลูกไว้ด้านหลังคฤหาสน์หลังงาม

“ผมไม่เคยทราบเลยว่าด้านหลังนี้มีบ้านพักอยู่ด้วย นั่นบ้านพักคนใช้ของที่นี่หรือครับ” ผมชี้นิ้วไปทางบ้านหลังใหญ่อีกครั้ง

“ใช่ ที่นี่มีคนรับใช้หลายคน เราก็เลยสร้างบ้านให้อยู่กันต่างหาก”

“แล้ว...ทำไมคุณพฤกษ์ถึงพาผมเดินเลยมาทางนี้ล่ะครับ หรือว่า...สินไม่ได้พักที่บ้านหลังนั้น” ผมแกล้งถามทั้งที่ในใจรู้คำตอบอยู่แล้ว

“เอ่อ...ห้องมันเต็มน่ะ สินก็เลย...ออกมาอยู่อีกหลัง”

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง”

ผมเดินตามคุณพฤกษ์มาจนถึงบ้านหลังหนึ่งซึ่งปลูกห่างออกมา คุณพฤกษ์เดินตรงไปยังบ้านหลังนี้อย่างคุ้นเคยก่อนจะหันมาชำเลืองตามองผมแวบหนึ่ง ผมยังคงส่งยิ้มแสนซื่อกลับไปอย่างใจเย็น สายตากวาดมองไปรอบๆ และเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น

“คุณพฤกษ์” ผมได้ยินเสียงเด็กรับใช้ร้องเรียกชื่อสามีผมด้วยความยินดีมาจากภายในบ้าน

แน่นอนว่าหากใครคนหนึ่งต้องตกอยู่ในสถานะของ "คนรอ" มันคงทรมานไม่น้อยและยิ่งเป็นการรอคอยที่ไร้หนทางแย่งชิงเอาชนะด้วยแล้ว ผมรู้ว่าเด็กรับใช้คนนี้คงชอกช้ำทรมานหัวใจเป็นที่สุด แต่ผมไม่มีหัวใจจะแบ่งปันไปสงสารใครทั้งนั้นเพราะกันต์กฤษณะไม่ได้สอนให้ผมแบ่งสามีให้กับคนอื่น หรือแม้แต่ใช้ร่วมกับใครก็ไม่ได้...นั่นเป็นสิ่งน่ารังเกียจ น่าอับอายและกันต์กฤษณะจะไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้น

เด็กรับใช้หนุ่มวิ่งถลาเข้ามาคล้ายจะซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของสามีผม ในขณะที่อีกฝ่ายก้าวเท้าถอยหลังแล้วเบี่ยงตัวหลบ ผมเห็นท่อนแขนเรียวที่ชูค้างทิ้งเอาไว้กลางอากาศเหมือนกำลังรอคอยให้เจ้านายยื่นแขนมารับร่างบางเข้าไปสวมกอด

“เห็นเธอวิ่งได้แบบนี้ ฉันค่อยหายห่วงหน่อย” ผมพูดขึ้นเพื่อทำลายความอึดอัดของคนสองคนที่ได้แต่ยืนนิ่งเพราะคงทำตัวไม่ถูกเมื่อมีผมยืนเป็นกระดูกชิ้นใหญ่อยู่ตรงนี้

“คุณกันต์” สินมองหันกลับไปกลับมาระหว่างคนที่ตัวเองเฝ้ารอและผมซึ่งคงเป็นคนที่สินไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป