บทที่ 9 แผนลวง คุณภรรยา
ตอนที่ 9 แผนลวง คุณภรรยา
“กันต์” ทันทีเมื่อประตูห้องถูกปิดลง ฝ่ามือหนาคว้าหมับจับกระชากผมจนตัวปลิว
“ครับ” ผมหลุบสายตาลงมองฝ่ามือซึ่งบีบรัดข้อมือของผมเอาไว้จนแน่น แรงกดของกล้ามเนื้อนั้นบ่งบอกถึงอารมณ์อันคุกรุ่นจากเจ้าของ
“แผนของเธอใช่มั้ยที่จะให้คุณแม่ ไล่สินไป”
“คุณแม่ท่านเป็นคนยกบ้านหลังนั้นให้ผมเอง โดยที่ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปเลยสักคำเดียว คุณก็ได้ยินแล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นแผนของผมล่ะครับ”
“เพราะเธอไม่ชอบสิน เธอพยายามหาทางกลั่นแกล้งเขา อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”
“ถ้าคุณพฤกษ์รู้ว่าผมเป็นคนทำ ถ้าอย่างนั้นตอบผมหน่อยสิครับ...ว่าผมทำทุกอย่างไปเพื่ออะไร...”
“เพราะ....” สามีผู้เกรี้ยวกราดของผมยืนขบกรามตัวเองแน่น ดวงตาแข็งกร้าวสะบัดมองตรงมาทางผม ริมฝีปากหนาขยับขบเม้มกันเองเหมือนมีสิ่งที่อยากพูดแต่ก็พูดไม่ได้
“ผมไม่เคยทำอะไรที่จะส่งผลทำให้คุณหรือตระกูลพรรณพนาต้องเสื่อมเกียรติ ผมรู้ว่าคุณไม่ได้เต็มใจที่จะอยู่กับผมนัก และผมก็รู้ว่าคุณไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบหรืออาจจะเกลียดผมด้วยซ้ำไป แต่อย่างน้อยคุณควรให้เกียรติชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของผม”
“แต่สินเขาไม่ได้ผิดอะไร เขาก็แค่เด็กน่าสงสารคนหนึ่ง ทำไมเธอจะต้องบีบบังคับเขาขนาดนั้น...”
“น่าแปลก....ที่คุณสงสารเด็กรับใช้ไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง แต่กลับไม่สงสาร ภรรยาอย่างผมที่ถูกตบแต่งเข้ามาอย่างถูกต้อง น่าแปลกที่คุณไม่สงสารคนที่ยอมจากบ้าน จากครอบครัว จากญาติพี่น้องเพื่อเดินทางเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แค่ลำพัง เพียงเพื่อมาอยู่เชิดชูเกียรติให้ตระกูลคุณเอง คุณโกรธผม...ที่ผมทำให้เด็กคนนั้นเสียใจ แล้วคุณคิดว่าผมควรรู้สึกยังไงกับสิ่งที่คุณกำลังทำกับผมอยู่ตอนนี้...”
ข้อมือของผมถูกปล่อยให้เป็นอิสระพร้อมกับร่องรอยแห่งอารมณ์ซึ่งคุณพฤกษ์ทิ้งเอาไว้ ผิวเนื้อบอบบางช้ำแดงจากแรงบีบเมื่อครู่ ผมเพียงแค่ก้มลงไปชำเลืองมองมันนิดหน่อยก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้นวมหน้าโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ แล้วเปิดดึงลิ้นชักหยิบยาออกมารีบจัดการทาเนื้อขี้ผึ้งสีอ่อนเพื่อป้องกันมิให้เส้นเลือดฝอยซึ่งถูกบีบจนแตกละเอียดนั้นกลายเป็นรอยฟกช้ำให้คนอื่นเห็นในวันพรุ่งนี้
หัวใจอันราบเรียบสงบนิ่งของผมเหมือนผิวน้ำที่ไร้แรงกระทบมายาวนานเหลือเกิน ผมแทบไม่เคยรู้จักคำว่าทุกข์ โศก เศร้า หรือเสียใจมาก่อน แต่น่าแปลกที่วันนี้ผมรู้สึกว่ามันมีแรงสั่นไหวเล็กๆ กระเพื่อมอยู่ภายในจนทำให้หัวใจของผมรู้สึกเจ็บอยู่ลึกๆ
“............”
เก้าอี้นวมตัวใหญ่ถูกลากดึงมาวางอยู่เคียงกับตัวที่ผมนั่ง ฝ่ามือซึ่งเมื่อครู่ได้ทิ้งร่องรอยแห่งโทสะเอาไว้เอื้อมเข้ามาหา แต่ทว่าไม่ได้บีบเคล้นเฟ้นหนักเหมือนเคยแต่มันเอื้อมมาดึงตลับยาอันเล็กๆ ในมือของผมไปพร้อมกับปลายนิ้วขนาดใหญ่แตะเอาเนื้อยาสีชมพูอ่อนแล้วทาลงมาบนข้อมือของผม
ไม่มีคำพูดหรือบทสนทนาระหว่างเรา มีเพียงเงาสะท้อนของชายหนุ่มใบหน้าเรียบเฉยซึ่งกำลังก้มลงมองข้อมือของผมอยู่บนกระจกเงาบานใหญ่ สันกรามสองข้างขยับเกร็งกดเข้าหากันแน่น
“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยคำขอบคุณอย่างแผ่วเบาให้กับคนที่ยอมลดทิฐิเพื่อมานั่งทายาให้ ก่อนจะหยิบตลับยาขนาดเล็กนั้นคืนกลับมาแล้วลุกขึ้นเดินไปถอดเสื้อคลุมนอนให้กับสามีตามหน้าที่ซึ่งผมทำเป็นประจำทุกคืน
“คืนนี้ดึกมากแล้ว คุณพฤกษ์...พักผ่อนเถอะครับ”
“กันต์....” ท่อนแขนสองข้างหนาหนักโอบรัดรอบร่างของผมไม่ให้เดินกลับไปที่เตียง คางแหลมเกยกดลงบนไหล่ และผมได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ออกมาจากคนตัวสูงกว่าซึ่งกอดผมอยู่ด้านหลัง
“..........”
“ขอโทษ..." คุณพฤกษ์แตะจูบลงมาตรงซอกคอของผมเบาๆ แทนประโยคอีกร้อยพันที่เหลือ
คืนนี้ผมรับคำขอโทษจากสามีด้วยร่างกายและเสียงลมหายใจซึ่งเราค่อยๆ ปรับให้มันเป็นจังหวะเดียวกัน ถึงแม้เวลานี้หัวใจของผมกับคุณพฤกษ์จะยังเดินไม่ตรงจังหวะกันนัก แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ขัดแย้งจนเกินกว่าที่ผมจะใช้ความอดทนและพยายามต่อไป แม้ว่าอนาคตข้างหน้าจะต้องเจอกับเรื่องราวอะไรอีกในฐานะสายเลือดกันต์กฤษณะ ผมมีภาระและหน้าที่ซึ่งต้องแบกรับและทำมันให้ดีที่สุดเท่านั้น
