บทที่ 3 ตอนที่ 2 บ้านสุขภิรมย์

ตอนที่ 2 บ้านสุขภิรมย์ 

@Condo Wine

ห้องหมายเลข 110

“ทำไมพี่ยังไม่เก็บของ รีบเก็บได้แล้ว เดี๋ยวโดนแม่ดุนะ”

“พี่รอแม่มา เดี๋ยวจะคุยกับแม่อีกที” เธอไม่อยากย้ายออกจากห้องนี้ และไม่อยากเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น บ้านหลังที่เป็นนามสกุลของใครบางคนที่ยัดนามบัตรใส่ร่องนมเธอเอาไว้

“พี่อยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก แม่ประกาศให้เช่าแล้ว” อีกหน่อยห้องนี้ก็ต้องปล่อยเช่า

“พี่รู้ พี่แค่อยากจะลองดู..อีกสักครั้ง”

ทว่าคำขอร้องไม่เป็นผล

สุดท้ายก็ต้องเก็บข้าวของ เตรียมย้ายไปอยู่บ้านสุขภิรมย์

ปริม ปวีญา กิจเจริญ อายุ 26 ปี

เป็นลูกสาวคนโต มีน้องสาวชื่อ ปราง แม่ชื่อปลา ส่วนพ่อ ท่านเสียไปนานแล้ว

เธอกับน้องอายุห่างกันถึง 7 ปี เพราะปรางเป็นลูกหลง

หลังแม่คลอดน้องไม่นาน พ่อก็เสียเพราะหัวใจวายเฉียบพลัน ตั้งแต่นั้นมา แม่ปลาเลยกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียว และสู้ชีวิตมาตลอด จนบ้านเราลืมตาอ้าปากได้ แม้จะไม่ได้รวยมาก แต่บั้นปลายชีวิตไม่ลำบากแน่นอน

กระทั่งโชคชะตานำพาให้แม่ปลา แม่หม้ายลูกติดมาเจอกับพ่อหม้ายลูกติดอย่างลุงก้องภพ..

ท่านทั้งสองคบหาดูใจกันถึงสองปี ก่อนจะตกลงแต่งงานกัน เลยเป็นเหตุผลที่เธอกับน้องต้องย้ายมาอยู่ในบ้านสุขภิรมย์ แม้ทีแรกจะค้านหัวชนฝาก็เถอะ

‘ย้ายเถอะหนูปริม แม่จะได้ไม่เหงา’

‘แม่เขาคิดถึง’

‘บ้านลุงมีห้องว่างเยอะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก’

‘ลูกชายลุงนาน ๆ จะกลับมาครั้ง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร’

‘ย้ายมาอยู่กับแม่เถอะ จะได้ช่วยกันดูแลกันและกัน’

ปวีญาอยากจะปฏิเสธ ทว่าก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ และอีกอย่าง ลุงก้องภพก็ดีกับครอบครัวเรามาก ไม่เคยรังเกียจลูกติดอย่างเธอกับยัยปรางเลยด้วยซ้ำ แถมยังช่วยแนะนำลูกค้าให้อีกต่างหาก จนบ้านเรามีกินมีใช้ล้นมือ ในช่วงสองปีหลังก็เพราะคุณลุงก้องภพ

เธอเลยไม่กล้าปฏิเสธ

แต่กว่าจะทำใจย้ายไปบ้านสุขภิรมย์ได้ก็นานเอาเรื่อง

จนเมื่อคืนก่อน มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น..

เรื่องคืนนั้นทำให้เธอต้องคิดทบทวนอย่างหนักอีกครั้ง

“เป็นไง ชอบไหม” ปาลีนาลูบแผ่นหลังบอบบาง ถามลูกสาวคนโตที่ยืนกวาดสายตามองห้องนอนของตัวเอง ต่างจากลูกสาวคนเล็กที่กระโดดโลดเต้นดีใจจนออกนอกหน้า “น้องชอบมากเลยนะ ดีใจใหญ่”

“ที่นี่มันคู่ควรกับเราจริง ๆ ใช่ไหมคะแม่” ปริมถามน้ำเสียงหวาดหวั่น เอื้อมมือไปคว้ามือแม่มากอบกุมเอาไว้ ด้วยที่กลัวว่าเรื่องในวันนั้นจะตามมาหลอกหลอน

ชื่อเสียงลูกชายลุงก้องภพไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

ถึงแม้คืนนั้นเขาจะเป็นสุภาพบุรุษ พยายามช่วยเธอเบื้องต้นแล้วก็เถอะ สุดท้ายก็จบที่..มีอะไรกันอยู่ดี

“ชีวิตเรากำลังจะดีขึ้น มันจะดีกว่าที่แล้วมา เชื่อแม่สิ”

“แล้วถ้า..” ไม่เป็นอย่างที่แม่คิด เราสามคนแม่ลูกจะทำยังไง

“ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเถอะนะลูกรัก” ปาลีนาพูดพลางใช้มืออีกข้างที่ว่าง ลูบศีรษะปลอบลูกสาวให้คลายกังวล “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่แม่อยากเห็นปริมกับปรางมีความสุขมากกว่ากังวลนะ”

“หนูรู้ค่ะ” ปริมกดหน้ารับ

“หรือปริมไม่อยากให้แม่แต่งงาน แม่ไม่แต่งก็ได้นะ ยกเลิกตอนนี้ก็ยังทัน” สำหรับคนเป็นแม่อย่างปาลีนา ยังไงแล้วลูกก็สำคัญที่สุด

“แม่คะ ไม่เอาแบบนี้สิ เดี๋ยวลุงก้องภพมาได้ยิน เสียใจแย่”

“ลุงก้องภพจะเข้าใจแม่ ถ้าแม่เปิดใจพูดตรง ๆ”

“แต่การแต่งงานมันคือความฝันสูงสุดของแม่..” ถ้าเธอบอกว่า ‘ไม่อยากให้แม่แต่งงาน’ ก็เท่ากับว่าเธอทำลายความฝันของแม่ ทั้งที่ก็รู้ว่าแม่รอคอยอยากจะมีวันนี้มากว่าครึ่งชีวิต

บอกตามตรง เธอทำไม่ลง “แม่แต่งงานกับลุงก้องภพเถอะค่ะ ลุงเขาเป็นคนดีนะ แล้วก็รักแม่มากด้วย”

“ลุงเขาไม่ได้รักแค่แม่นะ เขารักลูกสาวทั้งสองคนของแม่ด้วย”

“^_^” เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ไม่กล้าเถียง เพราะลุงก้องภพดีกับเธอและน้องมากจริง ๆ

หลังจากเราสามคนย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านสุขภิรมย์ไม่นาน

งานแต่งก็ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ

มีทั้งนักข่าว นักการเมือง และนักธุรกิจมากหน้าหลายตามาร่วมแสดงความยินดี ทว่าไม่ยักเห็นเขาคนนั้น แม้แต่เงา..

ผู้คนในงานต่างก็ซุบซิบนินทากันหนาหูว่าคุณลุงก้องภพกับลูกชาย ‘ไม่ลงรอยกัน’ ดูท่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องจริง

“แม่สวยมากเลยพี่ว่าไหม” ปรางกระซิบพี่สาวแล้วชี้ไปทางเวที ตรงที่ผู้เป็นแม่ยืนกอดแขนลุงก้องภพ

“อือ สวย สวยมากเลย”

“ตั้งแต่มีลุงก้องภพเข้ามา แม่ดูมีความสุขมาก พี่ปริมคิดเหมือนปรางไหม”

“คิด” เพราะแม่ยิ้มง่ายขึ้น ดูสดใส และแต่งตัวเก่งมากขึ้น ตามประสาคนมีความรัก

“พี่เห็นลูกชายลุงก้องภพหรือยัง ได้ยินว่ามาแล้ว กลับแล้ว”

“ปรางเห็นเขาแล้วเหรอ?”

“อยากเห็น อยากทำความรู้จัก ปรางอยากมีพี่ชาย”

“ไม่ได้นะปราง!” ปริมปรามน้องเสียงดัง

“ทำไม พี่ปริมเคยเจอเขาเหรอ หรือเขาดุ” ปรางถามสีหน้าสงสัย เธอแค่บอกว่าอยากมีพี่ชาย ทำไมพี่ปริมต้องพูดเสียงดุ ๆ ด้วย หรือกลัวน้องไม่รัก? “แต่ปรางว่าพี่เขาไม่ดุหรอก คงใจดีเหมือน..”

“เขาเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน อยู่ห่างกันไว้ดีแล้วปราง”

“แต่เรามีศักดิ์เป็นพี่น้องกันแล้วนะ ถึงจะเป็นพี่น้องไม่แท้ แต่ก็เป็น”

“พี่พูดเพราะหวังดี หัดฟังพี่บ้างปราง” ปวีญาไม่รู้ว่าเขาคนนั้นรู้หรือเปล่าว่าเธอเป็นลูกติดเมียใหม่ของพ่อเขา แต่ที่แน่ ๆ เขาเป็นเสือผู้หญิง เธอไม่มีทางยอมให้ปรางเข้าไปใกล้เสือตัวผู้ตัวนี้เด็ดขาด ซึ่งยัยปรางเองก็รับปาก

“ก็ได้..” ปรางตอบเสียงแผ่ว พึมพำแผ่วเบาลำพัง “อดได้ค่าขนมเพิ่มเลย เซ็ง”

ปริมปรางอยู่ร่วมงาน คอยช่วยภายในงาน จนงานเลี้ยงเลิกรา ถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ..

“ขอให้แม่กับลุงก้องภพรักกันนาน ๆ นะคะ” ปริมเอ่ยแสดงความยินดีอยู่หน้าประตูห้องบ่าวสาว โดยข้างกายมีน้องสาวคอยยืนบิดเขินอาย

“ปรางขอน้องได้ไหม”

“ปราง!” ปริมดุน้องทันที เด็กคนนี้พูดอะไรไม่ดูอายุแม่กับลุงก้องภพเลย

“ล้อเล่นค่ะ ~ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ”

“ขอบใจมากนะ” ก้องภพยิ้มรับคำอวยพรของเด็ก ๆ

“กลับบ้านกันดี ๆ ถึงบ้านแล้วโทรบอกแม่ด้วยนะ” ปาลีนาเอ่ยน้ำเสียงห่วงใย คืนนี้เธอต้องเข้าห้องหอที่โรงแรม ไม่ได้กลับบ้านพร้อมลูก เลยค่อนข้างเป็นห่วง

“^_^” ปริมปรางยิ้มรับ เดินกลับออกมาด้านข้างโรงแรมที่จอดรถไว้ เพื่อกลับบ้าน

กลับถึงบ้านปุ๊บ ยัยตัวดีวิ่งเข้าห้องปั๊บ อะไรจะคิดถึงห้องขนาดนั้น

แก็ก!

“ฝันดีนะพี่ปริม วันนี้เหนื่อยมาก ปรางอยากแช่น้ำอุ่น ๆ แล้วนอนตื่นสักบ่าย”

“อือ ฝันดี” ยัยปรางเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เธอชินแล้ว

แต่ที่ไม่ชิน เห็นจะเป็นความเงียบภายในบ้านตอนนี้มากกว่า

ร่างเล็กลากร่างกายที่เหนื่อยล้าไปยืนหน้ากระจกในห้องน้ำของห้องนอน จากนั้นลบเครื่องสำอางบนใบหน้าออกจนหมดจด ถึงได้เดินไปอาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคล

ปวีญาใช้เวลาไม่กี่นาทีในการทาครีมบำรุง และทำให้ผมแห้ง

หัวถึงหมอนปุ๊บ เธอสลบเหมือดทันที เนื่องด้วยเหนื่อยล้าจากการช่วยเตรียมงานแต่งมาหลายวันติดกันแล้ว

03.00 นาฬิกา

เจ้าของบ้านขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของบ้านเวลาตีสามตรงเป๊ะ เขามาด้วยความรู้สึกร้อนรุ่ม เหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก

คนบ้านนี้ชักจะมีความสุขกันเกินไปแล้ว

มีความสุขเกินหน้าเกินตา เกินกว่าเจ้าของบ้านตัวจริงอย่างเขาไปมาก จากนี้ไปอย่าหวังจะได้มีความสุขกันอีกเลย

ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่ ‘นรกของสองนะครับ’

แก็ก!

สิรวัฒน์ไขประตูห้อง และดันประตู เดินเข้าไปในห้องของลูกติดเมียพ่อ โดยเปิดไฟในห้องจนสว่างวาบ แล้วใจดีปิดประตูห้อง ล็อกให้อย่างแน่นหนา ก่อนจะสาวเท้าไปโยนพวงกุญแจสำรองลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง จนคนนอนสะดุ้งโหยง หันมองมาทางเขา

“นี่เธอ..” !!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป