บทที่ 4 ตอนที่ 3 ทำให้แม่เธอหย่ากับพ่อฉัน
ตอนที่ 3 ทำให้แม่เธอหย่ากับพ่อฉัน
“นี่เธอ..” !!!
สิรวัฒน์ถึงกับไปไม่เป็น เมื่อได้เห็นลูกติดคนโตของเมียพ่อ อีกฝ่ายก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน ถึงได้รีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงลำคอ
ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าผู้หญิงใจแตกวันนั้นจะเป็นลูกสาวของเมียใหม่พ่อ
เหนือความคาดหมายมาก
แต่พอลองคิดทบทวน
เขาไม่แปลกใจเลยสักนิด
พวกหล่อนคงกลัวจะไม่ได้สมบัติสินะ ถึงได้ขนกันมาทั้งบ้าน มาปักหลักอยู่ที่นี่ แถมตัวแม่ยังให้ลูกวิ่งแจ้นไปให้เขาเอาถึงที่ คงวางแผนกันมารอบคอบเลยมั้งน่ะ
อีพวกปลิง!
“คุณ..ออกไปก่อนได้ไหมคะ ฉันขอแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน” ปวีญาเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน ด้วยที่รู้อยู่แก่ใจว่าต้องมีวันนี้ แต่เธอไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้ หัวใจจะวาย
“ทำเหมือนไม่เคย”
“…” เขาพูดอะไรนะ?
“จ้องหน้าฉันแบบนี้ หมายความว่าอะไร หรือเธอลืมไปแล้วว่าร่างกายเราเคยแนบชิด สนิทกันมากขนาดไหน?” เจ้าของบ้านยิ้มเยาะมองใบหน้าสวยที่ขึ้นเลือดฝาด ค่อย ๆ ซีดจาง จนเกือบจะซีดเผือด ก่อนจะพูดถากถางอีกรอบ ให้คนฟังเจ็บใจเล่น “แม่เธอคงรู้เห็นเป็นใจสินะ”
“นี่คุณ! อย่าลามปามแม่ฉันนะ แม่ฉันไม่เกี่ยว!”
“เธอจะบอกว่าวันนั้นมันเป็นเรื่องบังเอิญเหรอ โลกกลมเกินไปไหม?” เขาว่าพลางเอี้ยวตัวไปเชยปลายคางร่างเล็กบนเตียงที่กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ให้สบตากัน “น้องปริม”
พรึบ!
หญิงสาวปัดมือสกปรกของอีกฝ่ายออกทันควัน เพราะแค่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เธอก็รังเกียจตัวเองจะแย่ที่เผลอไปทำเรื่องอย่างว่ากับคนแปลกหน้า และยิ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นลูกชายของลุงก้องภพ เธอก็ยิ่งเกลียดตัวเองเป็นบ้า มันเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอขอเข้าไปขังตัวเองไว้ในห้องน้ำดีกว่า
“รังเกียจเหรอ ไม่ทันแล้วมั้ง หึหึ” สองหัวเราะเยาะ
“คุณต้องการอะไรกันแน่” ร่างเล็กกลั้นใจถามออกไป เพราะจำประโยคที่ลุงก้องภพพูดได้เป็นอย่างดี
‘ลูกชายลุงนาน ๆ จะกลับมาครั้ง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร’ แสดงว่าที่เขากลับมาวันนี้ ต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่นอน
“จะตรงเข้าประเด็นเลยเหรอ?”
“แล้วคุณต้องการอะไร”
“ฉันไม่ชอบแม่เธอ รวมถึงเธอ กับน้อง”
“…” เขากำลังประกาศตัวเป็นศัตรูใช่ไหม?
“ไม่ชอบ จนไม่อยากให้มีความสุข เห็นแล้วอกจะระเบิด”
“ถ้าแม่ฉันไม่มีความสุข พ่อคุณก็..”
“เธอคิดว่าฉันแคร์ตาแก่นั่นหรือไง?” ประโยคโต้ตอบของเขาทำให้คนฟังแน่นิ่ง ถอนหายใจเสียงสั่นเครือ ราวกับไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากเขา
“ตาแก่ที่คุณพูดถึง คือพ่อคุณนะ”
“แล้วไง” เขาตอบไม่สะทกสะท้าน เพราะตาแก่นั่นแก่แล้วจริง ๆ ทำไมจะเรียกตาแก่ไม่ได้ล่ะ
“คุณมันบ้า พ่อตัวเองก็ไม่เว้น!”
“รู้ก็ดี” สิรวัฒน์พูดน้ำเสียงสบาย ๆ จากนั้นปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดอย่างใจเย็น แต่กลับทำให้ร่างเล็กบนเตียงแตกตื่น จนขยับถอยหนี เขาเดาว่าเธอคงรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้ว
“ค..คุณจะทำอะไร” ร่างเล็กถามในขณะที่พยายามถอยห่างตามสัญชาตญาณ เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยมาก ยิ่งเห็นว่ากระดุมเสื้อถูกปลดทีละเม็ด ทีละเม็ด จนเห็นผิวเนื้อ เธอก็ยิ่งหวาดกลัว “ย..อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง”
สองมือเล็กพนมขึ้นกลางอกเพื่ออ้อนวอนชายหนุ่มตรงหน้า
“คืนนั้นเธอก็ขอฉันแบบนี้” สองยิ้มตอบ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาปลดล็อก เปิดคลิปวิดีโอที่ตั้งกล้องถ่ายในวันนั้น ให้เธอได้เห็นกับตา “อย่าลืมเพิ่มเสียง เพราะเสียงเธอตอนอ้อนวอนขอร้องฉัน มันโคตรได้อารมณ์”
ปวีญาจ้องมองโทรศัพท์ที่โยนมาอยู่ตรงหน้า ใบหน้าร้อนวูบวาบ ผู้หญิงในโทรศัพท์เป็นเธอ ไม่ผิดแน่ เพียงแค่ตอนนั้นเธอไม่มีสติมากพอ ถึงได้ขอร้องอ้อนวอนให้เขาทำเรื่องอย่างว่า..
‘ช..ช่วยฉันหน่อยได้ไหม’
‘ฉันขอร้อง ขอร้องจริง ๆ’
‘ช่วยฉันสักครั้งเถอะนะ’
‘ช่วยทำมันได้ไหม’
‘ฉันจะไม่โทษคุณ เพราะฉันเป็นคนขอร้องคุณเอง’
‘ถ้าคุณยังมีความรู้สึกก็เลิกเป็นสุภาพบุรุษสักที’
‘ฉันร้อนจนจะระเบิดอยู่แล้ว’
‘ร้อนตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้’
‘ฉันไหว้ละ ช่วยฉันเถอะนะ’
‘ขอร้อง ช่วยฉัน ช่วยทำให้ความรู้สึกพวกนี้มันหายไป’
‘ฉันจะไม่ลืมบุญคุณคุณครั้งนี้เลย’
“ฟังแล้วรู้สึกยังไง อาย หรือ..” เจ้าของโทรศัพท์แกล้งหยุดพูด ให้คนฟังได้คิดตาม
“วันนั้นฉันไม่มีสติ ฉันโดนวางยา” เธอพยายามรวบรวมสติที่พอมีหลงเหลืออยู่ตอนนี้ตอบกลับเขาไป
“ใช่ เธอโดน โดนแล้วก็มาปลุกปั่นฉัน ทั้งที่ฉันพยายามกดเธอให้แช่อยู่ในน้ำ แต่เธอก็ดึงดันมาจูบ มาล้วงของฉัน แถมยังเดินตามมาที่เตียง มาอ้อนวอนขอร้อง..ถึงที่”
“ก็..”
“หรือที่ฉันพูดไม่จริง?”
“แต่คุณก็น่าจะ..” มีสติกว่านี้หน่อย หรือเปล่า
“ฉันเป็นผู้ชาย โดนรุกหนักขนาดนี้ ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยก็บ้าแล้ว เรื่องนี้เธอโทษฉันไม่ได้ ในเมื่อเธอเป็นคนเสนอตัวให้ฉันทำเอง” กูมีคลิปวิดีโอยืนยันว่าสมยอม อย่ามาโยนขี้นะเว้ย
“คุณมีสติ แต่ฉัน..”
“ใช่ ฉันมีสติ แล้วฉันก็สติแตกเพราะเธอลงไปคุกเข่า” ทั้งที่ทำไม่เป็น ยังอุตส่าห์มาเล่นไข่กูอีก!
“เฮ้อ! โอเค เรื่องวันนั้นฉันผิด ฉันขาดสติ แต่..วร้าย!” เธอกำลังสำนึกผิด และกำลังจะขอโทษเขาที่เคยล่วงเกิน แต่จู่ ๆ เขาก็กระชากข้อเท้าเธออย่างแรง จนล้มลงไปนอนแผ่หลาอยู่ใต้ร่างเขา
ภาพที่เขาขึ้นคร่อม จ้องหน้าตอนนี้มันเหมือนวันนั้นไม่มีผิด
“แต่อะไร?” ร่างสูงถามพลางใช้นิ้วมือกรีดกรายกลางร่องอก ลงไปวนที่ขอบกางเกงนอน ก่อนจะกลับขึ้นมาวอแวที่กระดุมเม็ดแรกของชุดนอนหญิงสาวใต้ร่าง “ตอบช้า ฉันถอด”
“ป..เปล่า ฉันแค่จะขอโทษ ขอโทษที่เคยล่วงเกินคุณ”
“แล้ว?”
“ล..แล้วอะไร ก็ฉันขอโทษคุณไง” ปริมละล่ำละลักตอบ จนกระดุมเสื้อเม็ดที่สองถูกปลดออก เธอถึงได้คว้าข้อมือใหญ่ไว้แน่น “ฉันขอโทษคุณแล้ว คุณควรให้อภัย ไม่ใช่..”
“ไม่ใช่อะไร?”
“ไม่ใช่ทำแบบนี้” ที่กำลังปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของเธออยู่ตอนนี้
“แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับการที่พวกผู้หญิงอย่างเธอย้ายมาอยู่ในบ้านของฉัน มาเกาะตาแก่นั่น”
“…” เธอว่าแล้วเชียว เขาต้องโกรธแน่ ๆ ว่าแต่ตอนนี้เขาโกรธเรื่องอะไรกันแน่ สับสนไปหมดแล้ว
ตกลงโกรธเรื่องล่วงเกิน หรือโกรธที่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้?
หรือโกรธทั้งสองเรื่องเลย..
ว่าแล้วขอเคลียร์ทีละเรื่องได้ไหม
“เพราะฉะนั้น ฉันมีสิทธิ์!” ทันทีที่พูดจบ เขากระชากเสื้อเธอจนกระดุมกระเด็นไปไร้ทิศทาง เผยให้เห็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้า แต่ก็แค่ไม่กี่วิเท่านั้น เธอดึงผ้าห่มมาคลุมจนมิด เขาเลยกระชากผ้าห่มเหวี่ยงออกไปให้ไกล เธอไม่วายใช้สองมือปิดเอาไว้
“ย..อย่าทำแบบนี้เลยนะ ฉันขอร้อง ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ พรุ่งนี้ฉันจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น” ปวีญาขอร้องเสียงสั่นเทา “หรืออยากให้ฉันทำอะไร บอกมาได้เลย ฉันจะทำ”
“ทำให้แม่เธอหย่ากับพ่อฉัน”
“ฉัน..”
“ถ้าทำไม่ได้ก็หุบปาก!” เพราะมันไม่มีประโยชน์
“เรื่องนี้คุณต้องไปคุยกับพ่อคุณเอง ไม่เกี่ยวกับฉัน หรือแม่”
“ไม่เกี่ยว หึ ไม่เกี่ยว พูดมาได้ยังไงว่าไม่เกี่ยว” ทั้งที่พ่อเขาหลงแม่เธอหัวปักหัวปำซะขนาดนั้น คำพูดโคตรเด็กอนุบาล
“มันเป็นความต้องการของพ่อคุณ”
“แต่งานแต่งที่เกิดขึ้นมันเพราะแม่เธอ! ฉันอาย! ได้ยินไหมว่าฉันอาย!” สิรวัฒน์กระชากข้อมือเล็กทั้งสองข้างที่กอบกุมเนินอก ไปกดลงบนเตียง ทำให้ร่างเล็กไม่สามารถปกปิดความสวยงามตรงหน้าได้ และยิ่งเธอดิ้นไปมา ปลายถันสีชมพูอ่อนก็ยิ่งเสียดสีตัวเขาอย่างจัง
หากคนตรงหน้าไม่ใช่เธอ เขาคงจะคิดว่ากำลังอ่อยกัน
“ม..มันเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ ฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย ฉันไม่เกี่ยว..”
“เกี่ยว! เธอเกี่ยว! เพราะเธอเป็นลูกของผู้หญิงคนนั้น!”
“คุณเลยมาทำกับฉันแบบนี้..เหรอ?” ร่างเล็กถามเสียงสั่น ตาพร่ามัวจนน้ำตาไหลอย่างคนสิ้นหวัง เธอหมดศรัทธาในตัวเขาแล้วจริง ๆ
“หึ!” เห็นน้ำตาผู้หญิงแพศยาแล้วสะใจฉิบหาย
“เพราะปริมเป็นลูกแม่ปลาใช่ไหม คุณเลยทำกับปริมแบบนี้ T-T”
“พ่อฉันเอาแม่เธอได้ ทำไมฉันจะเอาเธอไม่ได้?”
“…”
“พ่อฉันมีสิทธิ์ในตัวแม่เธอ ฉันก็มีสิทธิ์ในตัวเธอเหมือนกัน”
“ฮึก! ความคิดคุณมันป่วย” เธอสะอื้นไห้ ก่อนจะโต้ตอบเขาอย่างจนตรอก “ชีวิตนี้จะเห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้เลยหรือไง”
“!!!”
“คุณคงจะขาดความอบอุ่น พ่อแม่ไม่รักสินะ ใช่ไหม?” ปริมถามทั้งน้ำตา
“หุบปากเน่า ๆ ของเธอไปซะ!” เขาตวาดร่างเล็กแล้วผละมือออกไปกระชากถอดกางเกงนอนพร้อมกางเกงในของเธอออกไปให้พ้นทาง โดยที่ตัวเธอนอนแน่นิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน มีเพียงหน้าท้องแบนราบที่บุ๋มเข้าออกดูไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่ากำลังทำใจยอมรับ หรือคิดหาคำพูดเจ็บแสบมาพูดแทงใจดำเขาอีกกันแน่
ทีแรกเขาแค่จะมาขู่ให้กลัว แต่เธอดันปากดี พูดแทงใจดำ แถมยัง..
“ถ้าคุณข่มขืนฉัน พรุ่งนี้ได้เห็นดีกันแน่” ร่างเล็กพูดข่มชายหนุ่มตรงหน้า แม้จะรู้ว่าขณะนี้เธอเป็นรองเขามากก็ตาม
“เธอท้าฉันเองนะ” ในเมื่อเก่งนักก็เก่งให้มันตลอดรอดฝั่งแล้วกัน!
“ฉันพูดคำไหนคำนั้น”
“งั้นก็ดี ฉันจะได้ไม่ลังเลว่าควรจะเข้าไปต่อกับน้องสาวเธออีก ดีหรือเปล่า” สิรวัฒน์พูดพลางมองไปทางกุญแจสำรองบนโต๊ะข้างหัวเตียง ทำให้คนใต้ร่างถลึงตาใส่จนตาแทบหลุดออกจากเบ้า
“!!!”
“ได้ทั้งปริม ได้ทั้งปราง ฉันว่าฉันคุ้มนะ” เขาเกริ่นให้ปริมได้ลองคิดทบทวนอีกทีว่าควรจะต่อรองกับคนอย่างเขาอยู่อีกหรือเปล่า “ลองคิดดี ๆ หรือถ้าพี่น้องอยากจะใช้ผัวคนเดียวกัน ฉันก็ไม่ติด”
“อย่ายุ่งกับปราง!” ลำพังเธอคนเดียว เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว แต่ยัยปรางยังเด็กมาก เพิ่งอายุ 19 คงหนีไม่พ้นน้ำมือเสือผู้หญิงอย่างเขาแน่
“แล้วฉันจะได้อะไร?”
“ทุกอย่าง ขอแค่อย่ายุ่งกับแม่ กับปราง”
“แน่ใจว่าทุกอย่าง?”
“ฉันอยากเห็นแม่กับน้องมีความสุข ถ้าคุณรับปากว่าจะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับแม่หรือน้อง ฉันจะยอมคุณทุกอย่าง ทุก ๆ อย่าง” ปวีญาเน้นย้ำ ยอมสละความสุขส่วนตัวเพื่อแม่กับน้อง
แม่ปลาเหนื่อยมามาก เธออยากเห็นแม่มีความสุข
ส่วนยัยปรางก็กำลังโต เธออยากเห็นน้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ อีกอย่างปรางชอบที่นี่ มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ เธอเห็นน้องมีความสุข คนเป็นพี่ก็พลอยสุขใจไปด้วย
“ถ้าฉันรับปาก เธอทุกข์ทรมานแน่ จะไหว?”
“ขอแค่อย่ายุ่งกับแม่กับน้องก็พอ”
“งั้นฉันขอให้แม่เธอกับพ่อฉัน รักกันให้ตายไปข้าง เธอจะได้ทุกข์ทรมานอยู่ข้างฉันไปนาน ๆ”
“…” เขาเคียดแค้นอะไรนักหนา ถึงได้พูดคำพวกนี้ออกมาไม่กระดากปาก หรือเขาขาดความอบอุ่นจริง ๆ?
“ต่อไปนี้ ชีวิตเธอเป็นของฉัน จำเอาไว้ปริม” ทันทีที่พูดจบ สิรวัฒน์โน้มหน้าลงไปฝังคมเขี้ยวที่ไหล่มนอย่างแรง จนเลือดซิบ ติดมุมปาก แต่ร่างเล็กกลับไม่ร้องสักแอะ เธอเพียงแค่นอนตัวสั่นมองเขาเท่านั้น “เข้าใจไหม?”
“เข้าใจ” เธอแสร้งตอบราวกับจำนนทุกอย่าง ทั้งที่ความจริงแล้วความคับแค้นใจกำลังทับถมลึกอยู่ในใจต่างหาก
“หึ” ชายหนุ่มพอใจในคำตอบมาก จึงโน้มหน้าลงกระซิบข้างกกหูขาวของหญิงสาวใต้โอวาท “ดีมาก..ที่เชื่องเหมือนหมา” เขาไม่วายพูดดูถูกดูแคลนให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจอีกระลอก
“!!!”
“ยินดีต้อนรับสู่นรกของฉัน..ปวีญา”
