บทที่ 7 ตอนที่ 6 อีตัวที่ยังไม่เบื่อ
ตอนที่ 6 อีตัวที่ยังไม่เบื่อ
ปวีญาเม้มปากแน่นจนริมฝีปากห้อเลือด ด้วยที่คิดไม่ตก เธอควรจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันนี้ยังไง
แต่เรื่องนี้เธอไม่ได้โกหก เมื่อเช้านี้มันไหลอยู่นิดหน่อย ทว่าระหว่างวัน จนตอนนี้ ไม่มีแล้ว พอเห็นว่าไม่มี ไม่ไหล เธอเลยไม่ได้ใส่ผ้าอนามัยต่อ ถ้าเขาเอื้อมมือมาจับ เขาต้องรู้แน่ ๆ
“ถ้าตอบยากขนาดนั้นก็ไม่ต้องตอบ” สองสอดมือไปประคองใต้รักแร้ร่างเล็ก แล้วเหวี่ยงเธอขึ้นเตียง โดยมีเขาตามไปคร่อมลำตัวเอาไว้
นิ้วเรียวยาวกรีดกรายกลางร่องอกลงไปยังร่อง..
ทำให้คนตัวเล็กถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เธอคว้ามือเขาเอาไว้ในตอนที่นิ้วร้ายกำลังจะเคลื่อนลงไปสัมผัสช่วงล่าง “?”
“มันสกปรก” หญิงสาวละล่ำละลักบอก
“ก็ไปอาบน้ำ”
“ฉันหมายถึงด้านใน”
“ไปล้วงดิ” เธอเป็นผู้หญิง ต้องมีวิธี หรืออยากให้เขาช่วยล้วง? “ยังไงปริม”
“ขอเป็นวันพรุ่งนี้ได้ไหมคะ วันนี้ไม่ค่อยมั่นใจ กลัวมันไม่สะอาด”
“คำพูดเธอเชื่อไม่ได้ เดี๋ยวฉันดูเอง”
เสื้อผ้าร่างเล็กถูกปลดเปลื้องในชั่วพริบตา
“ย..อย่าทำแบบนี้ได้ไหมคะ” เธอหมายถึงสิ่งที่เขากำลังจะกระทำต่อไปนี้
“เพราะ?”
“มันเหมือนคุณไม่ไว้ใจฉัน”
“ฉันไม่ไว้ใจเธออยู่แล้ว ไม่ต้องมาหว่านล้อมให้ยาก” เขาเผยยิ้มร้าย วางมือบนหน้าขาเนียนขาว ลูบไล้ขาขาวแผ่วเบาอย่างมีอารมณ์ ก่อนจะช้อนขาข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่า
“ค..คุณ” ร่างเล็กพยายามจะเอาขาลง แต่เขากลับ..
“อย่าคิดต่อต้าน ฉันขอเตือน”
“แบบนี้มันดูไม่ดี”
“ตรงไหน?”
“ก็..” มันดูไม่เหมาะสม เขาเป็นใคร เธอเป็นใคร รู้อยู่แก่ใจ
“อ้าขา” เขาแตะที่ขาอีกข้างเบา ๆ เธอจึงค่อย ๆ ขยับขา ทำให้ร่องสวาทที่ปิดสนิทพลอยแย้มตามเรียวขาที่อ้ากว้าง
มองจากตาเปล่า ไม่ยักเห็นความสกปรกเลยสักนิด มีแต่จะชมพูเข้มขึ้นทุกวัน หลังโดนเขาเสียดสีบ่อยเข้า
สองไม่รอช้า ป้ายน้ำลายจากปลายลิ้นตัวเองลงไปไล้วนรอบรูร่อง ก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปสำรวจด้านใน ส่วนที่เธอไม่มั่นใจ เมื่อพอใจ เขาจึงผละนิ้วออกมาแย้มกลีบเนื้อทั้งสองข้างออกจากกัน ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเธอที มองความแดงอมชมพูตรงหน้าที
ตกลงแล้วมันสกปรกตรงไหน?
“อ..เอาขาลงได้หรือยังคะ” ร่างเล็กถามอย่างเขินอาย ตั้งแต่เกิดมา เธอยังไม่เคยนอนยกขาพาดบ่าใคร หรืออ้าขาให้ใครแหกดูช่วงล่างแบบนี้มาก่อนเลย เขาทำกันเกินไปแล้ว หมอตรวจภายในยังไม่เคยทำกับเธอแบบนี้เลย
“สะอาด เอาได้”
หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่ลีลาเลยจริง ๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะเขาลุกไปหยิบถุงยางมานู่นแล้วไง T-T
“ลุกขึ้นมาใช้ปากแล้วใส่ถุงยางให้ฉัน”
“…” เธอมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ได้ยินกี่ครั้งก็ไม่ชินสักที
“?” อะไรคือการจ้องหน้า ไม่พูดไม่จา หรือเธอ.. “ไม่อยากทำ?”
“ท..ทำ ทำค่ะ ทำ” หญิงสาวรีบถลาตัวลงจากเตียงนอนไปนั่งคุกเข่าบนพื้นข้างเตียง เธอรอจนเขานั่งลง ถึงได้ขยับเข้าไปนั่งตรงระหว่างขา โดยค่อย ๆ ลูบไล้จากหน้าขาแกร่งขึ้นไปยัง..
“ถอดเสื้อให้ฉันก่อน ทำไมต้องให้บอกทุกครั้ง?”
“คะ ค่ะ ค่ะ” เธอตอบแล้วรีบปลดกระดุมเสื้อร่างสูงมือไม้สั่น
น้ำเสียง และสีหน้าเขาเมื่อครู่นี้ บ่งบอกให้รู้ว่ารำคาญเธอเต็มที ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อช่วงล่างเธอเลยสักนิด เว้นก็แต่..จะทำให้เขาพอใจได้
ทันทีที่ปลดกระดุมเสื้อครบทุกเม็ด เธอไม่ได้ถอดเสื้อให้เขาเลยเหมือนทุกครั้ง แต่เธอดันตัวเองขึ้นจูบริมฝีปากร่างสูงแล้วดูดเม้มริมฝีปากเขาแผ่วเบาจนเขาตอบรับจูบ จากนั้นค่อย ๆ ดึงเสื้อที่ติดช่วงแขนออกอย่างไม่เร่งรีบ
คุณสองให้ความร่วมมือดีมาก เขายอมถอดแต่โดยดี แถมยังสอดมือมาประคองกอดเธอขึ้นไปนั่งจูบกันต่อบนตักเขาอีกต่างหาก
ทว่าเธอต้อนจูบเขาได้เพียงไม่กี่ครั้ง เขาก็ดันหน้าเธอออก ทำให้ได้เห็นใบหน้าหล่อที่แดงซ่าน ราวกับเลือดกำลังสูบฉีด
คุณสองหน้าแดง แดงไปถึงหูเลย เขาเขินที่เธอเริ่มจูบเขาก่อนเหรอ?
“พรุ่งนี้ฉันมีนัดคุยงาน 8 โมง รีบทำให้เสร็จเถอะ” เขาเอ่ยแล้วช้อนร่างเล็กไปวางกลางเตียง จากนั้นหันไปหยิบถุงยางมาแกะสวมใส่
ระหว่างที่กำลังรูดรั้งไปให้สุดโคน เสียงของเธอกลับดังขึ้นเรียกสติ
“คุณหน้าแดงจัง เป็นอะไรหรือเปล่า” เธอถามขณะที่ยื่นมือไปช่วยเขาใส่เครื่องป้องกัน และนอกจากจะไม่ได้คำตอบ เธอยังพลาดท่าให้เขากระชากเธอขึ้นมาอยู่บนตัวเขาอีกต่างหาก
“มันอยากโดนเธอขย่ม”
“ให้ฉันเริ่มเหรอ”
“ได้ไหมล่ะ” เขาถามหยั่งเชิง แต่จะได้หรือเปล่าไม่รู้ เคยสอนไปหมดแล้ว ตอนนี้คงอยู่ที่เธอแล้วว่าจะใจกล้ามากพอหรือเปล่า
ร่างเล็กไม่ได้ตอบกลับในทันที เพราะกำลังชั่งใจคิด เธอกลัวเจ็บ กลัวจะทำเขาเจ็บด้วย ทว่าเขาคงไม่ได้คิดแบบเดียวกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่สอดมือเข้าไปสาวรูดของตัวเองมากรีดกรายผ่านช่องทางรักเธอแบบนี้
"ไม่ได้ยากเลย ลองดู" เขาเกลี้ยกล่อมเธอที่กำลังลังเล
"ฉันกลัวทำคุณเจ็บ" เธอไม่ได้แคร์เขา แต่กลัวเขาจะเอาคืนหนักกว่าเดิมมากกว่า
"ถ้าเจ็บฉันจะบอก" สิรวัฒน์ลูบท้ายทอยร่างเล็กแล้วพยักหน้าให้เธอลองทำ ผิดถูกไม่ว่ากัน เขามีเวลาสอนเธออีกยาว จนกว่าแม่เธอจะยอมหย่ากับพ่อเขานู่นแหละ
คำบอกกล่าวของเขาช่วยให้เธอใจกล้าขึ้นมานิดหน่อย
เธอกล้าที่จะดันตัวเองลุกขึ้น และกล้าที่จะสอดมือเข้าไปกำรอบของเขาแทนมือเขา
ร่างเล็กสาวแกนกายใหญ่ขึ้นลง ขยับตัวให้ปลายส่วนจ่อที่ช่องทางรักลื่นไหลของตัวเอง เธอปล่อยให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามสัญชาตญาณ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มือใหญ่ดันเอวเธอขึ้น พร้อมกับเอ่ย..
"อีกรอบ"
"..." เธอยังไม่ทันได้ถามด้วยซ้ำว่าอีกรอบคืออะไร เพราะเขาพูดแล้วทำเลย
เขาดันเธอขึ้นจนแกนกายแทบหลุดออก จากนั้นก็เด้งสวนจนเธอจุก
เธอจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน เพราะเขาที่กระแทกสวนขึ้นถี่ ๆ ไม่เว้นว่างให้เธอได้ถามคำถามหรือหายใจเลยด้วยซ้ำ
"ท..ทำ ทำ" มือใหญ่บีบเอวเล็กบังคับทิศทางให้ร่อนต่อ ร่างเล็กที่ได้ยิน รีบขยับร่อนทันที เขาเลยผละมือจากเอวเล็กขึ้นไปเคล้นคลึงหน้าอกอวบที่กระเพื่อมไหวระบายความเสียวซ่านแทน
แม้จังหวะขยับเขยื้อนจะไม่ได้ถี่รัวมากนัก ทว่าช่องทางคับแคบของเธอนั้นตอดรัดจนเสียวเหี้ย ๆ
เขาผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเจอช่วงล่างใครตอดรัดเหมือนเธอสักคน หรือเพราะเธอไม่เคยผ่านมือชาย?
ตอนนี้จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง ขอแค่ได้ขึ้นสวรรค์ก็พอ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“รีบไปอาบน้ำแต่งตัว ฉันจะให้แม่บ้านมาทำความสะอาดห้อง” ร่างสูงเอ่ยขณะที่ปากคาบบุหรี่ เตรียมจะจุดสูบ “ได้ยินที่พูดไหม?”
“ค่ะ” ปวีญาปรือตาขึ้นมองชายหนุ่มแล้วพยักหน้าตอบ ก่อนจะฝืนเดินไปเข้าห้องน้ำ ทั้งที่สภาพร่างกายเหนื่อยล้า ต่างจากเขาที่นั่งสูบบุหรี่สบายใจ
แหงสิ ชั่วโมงกว่าที่มีอะไรกัน เธอทำอยู่ฝ่ายเดียว เขาไม่ช่วยสักนิดเลย!
แก็ก..
“ห้ามเข้ามานะ! ฉันแก้ผ้าอยู่” แค่ได้ยินเสียงแก็ก ปวีญาก็รีบตะโกนบอกทันที เธอกลัวว่าคนที่เปิดประตูห้องน้ำเข้ามาจะไม่ใช่เขา เพราะก่อนหน้านี้เขาบอกจะให้แม่บ้านมาทำความสะอาดห้อง
“แก้ผ้าแล้วไง?” เขาสาวเท้ามายืนพิงกระจกห้องอาบน้ำ “เธออายฉันเหรอ”
“ฉันนึกว่าแม่บ้านค่ะ”
“กว่าจะอาบน้ำเสร็จอีกนานไหม”
“?” เธอสบตาเขาผ่านกระจกห้องอาบน้ำ
“ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ คงไม่ว่างมานั่งรอเธออาบน้ำ” แต่ถ้ารีดน้ำก็พอได้
“ไม่นานค่ะ ฉันแค่ล้างตัว” เพราะยังไงแล้วเธอก็ต้องกลับบ้านไปอาบน้ำใหม่อยู่ดี
“รีบอาบแล้วออกไปแยกไซซ์ถุงยางให้เสร็จ”
“คะ?” เขาใช้งานเธอหนักขนาดนี้ยังมีหน้ามาตามให้ออกไปแยกไซซ์ถุงยางอีกเหรอ จะรังแกกันไปถึงไหน
“เธอชักช้าลีลามาหลายชั่วโมงแล้ว”
“ก็เพราะคุณให้..”
“อย่าคิดว่าเป็นคนของฉันแล้วจะได้สิทธิพิเศษ เธอมันก็แค่อีตัวที่ฉันยังไม่เบื่อ ทำความเข้าใจซะใหม่นะปริม” สิรวัฒน์เหยียดยิ้มมองหญิงสาวที่แน่นิ่งไปชั่วขณะ ทั้งที่เมื่อครู่เธอยังตั้งท่าจะเถียงเขาฉอด ๆ “เธอเป็นใคร ฉันเป็นใคร หัดเจียมตัวหน่อย”
ปึง!
เขาไม่ได้ด่า ไม่ได้ตะคอกหรือตะโกน แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกของแหลมทิ่มแทงตามลำตัวไม่หยุดหย่อน..
‘อีตัว’
‘เจียมตัวหน่อย’
เธอเองเพิ่งรู้ว่าตัวเองไร้ค่าไร้ศักดิ์ศรีขนาดนี้ก็วันนี้นี่แหละ สมเพชตัวเองจริง ๆ
