บทที่ 8 ตอนที่ 7 ไม่น่าไว้ใจ

ตอนที่ 7 ไม่น่าไว้ใจ

เมื่อคืนสิรวัฒน์ไม่ได้กลับคอนโด เพราะมัวแต่นั่งดูกล้องวงจรปิดในห้องทำงานจนผล็อยหลับ เช้านี้เลยไม่ได้อาบน้ำอาบท่า แถมยังมาถึงที่นัดหมายช้ากว่าเวลานัดครึ่งชั่วโมง 

“กลางคืนทำอะไรไม่หลับไม่นอน” 

“กูมาสายเพราะกูนอน” มึงเห็นตากูไหม ตอนนี้แทบลืมไม่ขึ้น 

“ถ้ากูไม่โทรไป มึงจะตื่นไหม?” 

“ถามแปลก” 

“ตื่น?” 

“ไม่ตื่นดิ กูลืมตั้งนาฬิกาปลุก” 

“สัด!” ไทเกอร์สบถด่า ก่อนจะหันมองซ้ายมองขวาแล้วมาจ้องหน้าจับพิรุธไอ้สารเลว “ไอ้ขาลบอกกูหมดแล้ว” 

“บอกอะไร” 

“มึงตั้งใจหลอกน้องมาเปิดตัว” 

“ตลก” เขาจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร ปวีญาไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรเลยสักนิด นอกจากเรื่องอย่างว่าเรื่องเดียว 

“แล้วมึงพามาเจอไอ้ขาลกับปีใหม่ทำไม” 

“กูไม่รู้มันจะอยู่นาน” เพราะเมียไอ้ขาลไม่ค่อยถูกใจสถานที่แบบนี้สักเท่าไหร่ เขาคิดว่ามันคงรีบมารีบกลับ ใครจะไปรู้ว่ามันจะชวนเมียลงอ่าง 

“สาบาน” 

“กูสาบาน” ให้ฟ้าผ่าเลย หมายถึงผ่ามึงอะ 

“หน้าตามึงแม่งไม่น่าไว้ใจ” คนอย่างไอ้สองยิ่งหาสาระไม่ได้อยู่ด้วย 

“ก็มีแต่พวกมึงแหละที่คิดแบบนั้น” 

“หรือมึงจะเถียง?” 

เขาอยากเถียง อยากแก้ตัว ถ้าไม่ติดว่าลูกค้าเดินยิ้มแย้มหน้าบานมาก่อนน่ะนะ ทีแรกเขาคิดว่าตัวเองมาช้ามากแล้ว เพราะกว่าจะมาถึงก็เลยเวลานัดตั้งครึ่งชั่วโมง แต่ที่ไหนได้ ลูกค้ามาช้ากว่า อืม! 

“รถติดมากเลยค่ะ สามีฉันเร่งให้สุด ๆ แล้ว” 

“ถนนเส้นนี้รถติดเป็นประจำ เข้าใจได้ครับ” ไทเกอร์เอ่ยพลางผายมือเชิญคุณหญิงและสามีให้นั่งลง “ทานอะไรมาหรือยังครับ อยากสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มก่อนไหมครับ” 

“ขอเป็นลองแบล็กสองแก้วแล้วกันค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” 

สิรวัฒน์จะไม่คิดว่าอีกฝ่ายรบกวนเลยหากมีการตกลงเซ็นสัญญา แต่ทว่า..

“นัดแปดโมงทำเพื่อ ตัวเองมาถึงเกือบเก้าโมง” ช้ากว่ากูอีก 

“คงมาดูเชิงเราสองคน” 

“มาแบบนี้ไม่ซื้อแน่ กูฟันธง” 

“ก็สุดแล้วแต่” จะซื้อหรือไม่ซื้อเป็นการตัดสินใจของลูกค้า ไม่ใช่เราสองคนที่เป็นเจ้าของที่ดิน 

“วันหลังมึงช่วยเลือกคนที่ชัวร์ ๆ หน่อยเหอะ กูขี้เกียจเสียเวลา” 

“เวลาเป็นเงินเป็นทองมากเลยดิมึงอะ” 

“เออดิ ง่วงฉิบหาย” ร่างกายต้องการที่นอน กูง่วง กูอยากนอน! 

“ถ้าจะขนาดนี้ก็กลับไปนอนซะไป” เห็นแล้วรกหูรกตา 

ทั้งที่ไล่มันกลับไปนอน แต่มันเสือกเดินมาเปิดประตูรถเขา เข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ ซ้ำยังปรับเบาะเอนลงนอนหน้าตาเฉย ไอ้เหี้ยสองนี่มันหน้าด้านหน้าทนจริง ๆ 

“แวะส่งบริษัทหน่อย” 

“สัด!” ตอนมา มาเองได้ แต่พอขากลับ เสือกขับรถกลับเองไม่ไหว ไอ้เวร! 

ระหว่างทางไปบริษัทรถค่อนข้างติด เจ้าของรถเลยหันไปสะกิดคนนอนหลับเพื่อชวนคุยฆ่าเวลา ทำให้ไอ้คนที่ผล็อยหลับจนนอนกรน ผงกศีรษะขึ้นมาสบตา 

“ถึงแล้ว?” ไวจังวะ กูเพิ่งนอนเมื่อกี้ เมื่อกี้นี้เลย 

“ยัง รถติด” 

“กวนตีน?” ไอ้เก้อมันต้องกวนตีนเขาแน่นอน 

“เปล่า กูก็แค่สงสัย อยากถามมึงให้หายคาใจ” 

“มันใช่เวลาไหมไอ้เก้อ กูง่วง กูจะนอน” 

“พ่อมึงรู้ยังว่ามึงกับน้องเคยรู้จักกัน” 

“อะไรของมึง” มาอยากรู้อยากเห็นอะไรตอนนี้ เรื่องมันผ่านไปเป็นเดือน ๆ แล้ว มึงบ้าหรือเปล่า 

“ตอบคำถามกูมาก่อน” 

“กูจะไปรู้เหรอ ไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลา” 

“แล้วเมียใหม่พ่อมึงรู้ไหมว่ามึงแอบมาแซ่บลูกสาวเขาแบบนี้” 

“คำถามเหี้ยอะไรของมึง” 

“กูแค่อยากรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้มึงยังวนเวียนกับคนนี้ก็แค่นั้น” นอกจากเรื่องบนเตียงแล้วยังมีเหตุผลอื่นอีกหรือเปล่า? 

“มึงใช้คำได้เหี้ยมากไอ้เก้อ” 

“เพราะผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่บ้าน พักนี้มึงเลยกลับบ้านบ่อย กูพูดถูกไหม?” 

“กูก็ต้องไปดูลาดเลาปะ เผื่อพ่อกูใจป้ำยกรถ ยกสมบัติให้ จะได้เบรกทัน” 

“นิติคอนโดบอกกูว่ามึงออกไปตอนตี 1” นี่คงเป็นเหตุผลที่มันนอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ 

“เฮ้อ!” สองกระแทกถอนหายใจ กลอกตามองบนอย่างเอือมระอา 

“กว่ามึงจะไปถึง พ่อมึงคงหลับไปสามตื่นแล้ว” ไทเกอร์พูดแกมประชด ก่อนจะหันไปมองหน้าไอ้คนปากหนัก “มึงไปทำอะไรดึก ๆ ดื่น ๆ” 

“กูกลับบ้านตัวเองไม่ได้หรือไง” 

“ย่องเก่งเหมือนแมวขโมยเลยนะมึงอะ” 

“กูไม่ได้ย่อง กูเข้าทางประตู” 

“กูไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามึงจริง ๆ” 

“แล้วมึงจะด่ากูทำไม กูแค่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง” หรือมันอยากให้เขาปล่อยเลยตามเลย ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นมาสูบเลือดสูบเนื้อตาแก่ก้องภพจนหมดตัว? 

ถึงเขากับพ่อจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ แต่พ่อก็คือพ่อ เขายอมไม่ได้ เขาทนเห็นพ่อโดนผู้หญิงหลอกจนหมดตัวไม่ได้จริง ๆ

“มึงไม่ผิดที่อยากปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง แต่มึงผิดที่ดึงน้องเขา..” 

“มึงจะบอกว่ายัยนั่นไม่รู้?” สิรวัฒน์สวนขึ้นทันควัน “มันเป็นแม่ลูกกันนะ มึงอย่าลืม” 

“กูไม่ได้ลืม แต่กูแค่คิดว่ายังมีวิธีอื่นที่..” เขายังพูดไม่ทันจบประโยค มันพูดแทรกอีกแล้ว ใจร้อนอะไรขนาดนั้น ช่วยฟังให้จบก่อนไม่ได้เลยหรือไง 

“พ่อกูหลงจะตาย ทั้งรักทั้งหลง มึงไม่มาเป็นกูไม่รู้หรอก” ไอ้เก้อมันไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเขากับพ่อต้องผ่านอะไรมาบ้าง มันแทบไม่เคยรู้เลย เพราะถ้ามันรู้ มันจะไม่พูดแบบนี้แน่นอน 

“กูก็กำลังถามมึงอยู่นี่ไง” 

“หึ!” เพื่อ? 

“มึงขาดความอบอุ่นหรือเปล่าไอ้สอง กูถามตรง ๆ” 

“!!!” อ้าว พูดแบบนี้ก็สวยดิ 

“กูสงสัยตั้งแต่ไอ้ขาลมีเมียละ” เพื่อนมีแฟนทั้งทีแทนที่จะยินดี แต่เปล่าเลย มันปั่นจนไอ้ขาลทะเลาะกับใหม่ประจำ หนักสุดถึงขั้นเลิกกันเลยด้วยซ้ำ จิตใจทำด้วยอะไร 

“ก็แค่ไม่ชอบ” 

“มึงไม่ชอบอะไร มึงไม่ใช่ไอ้ขาล” 

“เมียมันนิสัยเสียจะตาย มึงไม่เห็นเหรอ?” 

“มึงดีตายห่าเลย” 

“กูเพื่อนมึงนะ!” 

“เพราะมึงเป็นเพื่อนกูนี่แหละ กูเลยสงสัย” 

“เฮ้อ!” 

“อาการมึงหนักขึ้นทุกวันเลยนะไอ้สอง มึงไม่รู้ตัวบ้างเหรอ” เพื่อนมีเมียก็มีปัญหา พอพ่อมันมีเมียก็ตามไปรังควาน อะไรของมัน

“กูเป็นอะไร กูปกติดี” 

“มึงไม่ปกติดิ มึงโรคจิตอะ เห็นคนอื่นเขามีความสุขไม่ได้ หรือมึงมีปมเรื่องผู้หญิง?” ไทเกอร์คาใจเรื่องนี้มากจนอยากได้คำตอบจากเจ้าตัวให้กระจ่าง เพราะจากพฤติกรรมของมันหลาย ๆ อย่าง ดูมีแนวโน้มสูงมาก 

มันไม่ได้ไม่ชอบใหม่ที่ใหม่นิสัยไม่ดีหรอก แต่มันไม่ชอบใหม่เพราะไอ้ขาลไม่รับสายไม่ออกมาเจอมันเหมือนเดิมมากกว่า 

คนเรามีแฟนก็ต้องรักแฟนดิวะ 

ถ้ามีแฟนแล้วยังติดเพื่อนอยู่จะมีแฟนทำห่าอะไร 

ยิ่งถ้ามีแฟนสวย ทำงานเก่ง คอยดูแลเรื่องงานบ้าน อาหารการกินแบบที่ปีใหม่ทำให้ไอ้ขาล เขาคงหลงตาย เผลอ ๆ หลงหนักกว่าไอ้ขาลอีก 

“จอดข้างหน้านี่แหละ กูจะซื้อกาแฟ” สองแสร้งเปลี่ยนเรื่อง

“ตอบมาก่อน” 

“กูปกติ” 

“มึงไม่ปกติ” 

“งั้นกูคงเป็นบ้ามั้ง” ตอบแบบนี้พอใจมึงหรือยังไอ้เพื่อนเหี้ย 

ปึง! 

สิรวัฒน์ตอบตัดบทแล้วชิงลงจากรถก่อนถึงจุดหมาย เพราะถ้าขืนอยู่ตอบคำถามมันต่อ เขาต้องเผลอต่อยหน้ามันแน่ ๆ คำถามแม่งโคตรไร้สาระ 

คนไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลห่าเหวอะไรทั้งนั้น

กูไม่ชอบ ไม่ชอบ ไม่ชอบ รู้แค่นี้ก็พอ จบ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป