บทที่ 10 ตอนที่ 9 : นางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 9 : นางฟ้าตกสวรรค์

“พวกคุณไม่คิดจะถามหน่อยหรือคะ... ว่าทำไมบ้านฉันถึงโดนแก๊งทวงหนี้ตามรังควานจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกมาแบบนี้”

ท่ามกลางความโล่งอกลึก ๆ ของสาวน้อยที่จู่ ๆ ก็ได้รับความช่วยเหลือเรื่องที่พักพิงชั่วคราวอย่างเหนือความคาดหมาย ทว่าในใจของแชมเปญกลับยังคงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามและก้อนความสงสัยมากมายที่มีต่อสองแฝด เหตุใดพวกเขาทั้งคู่ถึงได้ใจดีและละเว้นไม่เอ่ยถามถึงเบื้องลึกเบื้องหลังในชีวิตของเธอเลยสักคำ หากเป็นคนปกติทั่วไป ป่านนี้คงซักไซ้ไล่เลียงไม่หยุดหย่อนให้เธอต้องอับอายไปแล้ว

“อยากเล่ามั้ยล่ะ”

ทรอยเอ่ยปากสวนกลับมาทันควันด้วยดวงหน้าทะเล้น ยิ้มพรายราวกับไม่ได้รู้สึกว่าวิกฤตชีวิตของนักศึกษาสาวที่โดนหนี้นอกระบบตามล่าจนต้องหนีตายมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายหรือเลวร้ายอะไรนักหนาสำหรับเขา

“พวกเราไม่ค่อยชอบฝืนใจใคร... รอให้เธออยากพูดออกมาเองจะดีกว่า”

แฝดผู้พี่เอ่ยสมทบทราบความนุ่มนวลทว่าเฉียบขาด ฝ่ามือหนายังคงบังคับพวงมาลัยรถสปอร์ต ทว่าสายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นแบรนด์หรูกลับยังคงจดจ้องและพินิจเรือนร่างอ้อนแอ้นของเธอผ่านกระจกมองหลังอย่างไม่วางตา

“แม่ของฉันท่านเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ... หลังจากเลิกรากับพ่อ พ่อก็ไปแต่งงานมีครอบครัวใหม่ มีลูกชายคนใหม่หนึ่งคน... แต่หมอนั่นไม่ชอบขี้หน้าฉันเท่าไหร่ คงจะกลัวว่าฉันจะไปแย่งความรักความเอาใจใส่มาจากพ่อ ฉันก็เลยไม่ค่อยได้บากหน้าไปหาท่านบ่อยนักถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่อยากโผล่ไปให้ฝั่งโน้นเขาลำบากใจหรอกค่ะ” เด็กสาวสูดหายใจลึก ข่มก้อนความเสียใจลงคอก่อนจะเปรยต่อเสียงแผ่ว “แต่บังเอิญว่าวันนี้...”

แชมเปญเงียบเสียงลงและไม่ได้เอื้อนเอ่ยประโยคถัดไปให้จบความ เพราะเธอนึกรู้ดีว่าสองแฝดทายาทมาเฟียก็คงจะสอดส่องและพอจะคาดเดาสถานการณ์อันน่าสมเพชของเธอจากภาพที่หน้าไนต์คลับเมื่อครู่ได้ดีอยู่แล้ว

“แม่ของฉันไปกู้เงินนอกระบบมาสองล้านบาทเพื่อลงทุนทำธุรกิจ... ฉันเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นธุรกิจประเภทไหน ทว่าสุดท้ายท่านโดนคนเลวโกงจนหมดตัว จนต้องหนีไปทำงานเก็บผลไม้ตรากตรำที่ต่างประเทศแล้วคอยส่งเงินกลับมาช่วยชดใช้ แต่มันก็แทบไม่ทันส่งดอกเบี้ยเงินกู้ที่งอกออกมาทุกวันอยู่แล้วค่ะ... ตอนนี้ที่บ้านก็มีแต่พวกนักเลงพวกนั้นป้วนเปี้ยนคอยดักรุมจับ และบ้านของฉัน... ตอนนี้ก็ตกอยู่ในมือของแก๊งหนี้นอกระบบไปเรียบร้อยแล้ว”

สองอสูรแฝดนิ่งฟังถ้อยคำระบายยาวเหยียดเหล่านั้นแล้วก็ลอบรู้สึกเห็นใจอยู่ลึก ๆ สตรีตัวเล็กกะทัดรัดเพียงคนเดียวที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตรอบด้าน แถมผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ยังแล้งน้ำใจไม่เหลียวแลใส่ใจ... แอบสงสารแฮะ

กระแสความเวทนาและเห็นใจฉายชัดออกมาทางสีหน้าและแววตาของสองทายาทมาเฟียอย่างปิดไม่มิด แชมเปญตระหนักดีว่าเรื่องราวความตกต่ำของตนไม่ใช่สิ่งน่าอภิรมย์ที่ใครเขาจะมานั่งเวทนา ทว่าเธอกลับอดรู้สึกอุ่นวาบในอกไม่ได้ที่มีใครสักคนยอมเปิดใจรับฟังเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตของเธอโยไม่ซ้ำเติม หัวใจดวงน้อยของสาวน้อยเริ่มสั่นคลอนหวั่นไหวไปกับดวงหน้างามสลักที่เหมือนกันอย่างกับแกะ และดวงตาสองคู่ที่กำลังทอดมองตรงมาที่เธอด้วยความอาทร

เมื่อพาหนะคันงามเคลื่อนตัวมาถึงคอนโดมิเนียมหรูหราตระการตาใจกลางเมืองหลวง ซึ่งเป็นคนละสถานที่กับคอนโดห้องพักที่เทรย์เคยลากตัวเธอไปกักขังไว้เมื่อวันก่อน สองแฝดนำพาแชมเปญก้าวเดินเข้ามาภายในห้องชุดเพนต์เฮาส์ขนาดใหญ่ที่มีขอบเขตถึง 3 ห้องนอน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มันหรูหราเลอค่าเสียจนแชมเปญรู้สึกหวาดกลัวและเกร็งไปหมดที่จะทอดฝ่าเท้าเหยียบย่ำลงไป ทว่าพวกเขากลับจัดแจงเลือกห้องนอนตรงกลางที่ขนาบข้างด้วยห้องส่วนตัวของพวกเขาสองคนให้แก่เธอ

“ตามสบายนะ”

ทรอยเอ่ยปากขึ้นพลางวางกระเป๋าเดินทางใบย่อมของเธอที่เขาอาสาช่วยถือมาตลอดทางลงบนเตียงนอนหนานุ่ม แฝดผู้น้องสืบเท้าเดินมาทรุดกายนั่งลงบนผืนเตียงของเธออย่างถือวิสาสะ ไร้ซึ่งความเกรงใจ พลางนิ้วเรียวก็แกะซองถุงขนมขบเคี้ยวส่งเข้าปากเคี้ยวกลืนอย่างชิล ๆ ท่าทางสบายอารมณ์

“พวกฉันไม่ได้ใจดีปล่อยให้อยู่พำนักฟรี ๆ หรอกนะ... ต่อจากนี้เธอต้องทำตัวเหมือนเป็น ‘แม่บ้าน’ ประจำของที่นี่ คอยดูแลความเรียบร้อยทุกอย่าง”

เทรย์แฝดผู้พี่เอ่ยขัดด้วยสุ้มเสียงเข้มงวดเด็ดขาดพลางทอดสายตาคมกริบจับจ้องตรึงแน่วแน่มาที่เรือนร่างอวบอัดของแชมเปญอย่างไม่สามารถละสายตาไปไหนได้เลย สาวน้อยพยักหน้ารับคำสั่งละล่ำละลักด้วยความจำยอม ยามนี้ร่างกายและจิตใจของเธอเหนื่อยล้าอิดโรยเกินกว่าจะมีเรี่ยวแรงถามไถ่เงื่อนไขใด ๆ ต่ออีกแล้ว

“แล้วเธอก็ต้องทำสรุปเนื้อหาบทเรียนทุกวิชาให้พวกฉันด้วยนะ... อัดเสียงสรุปมาให้ด้วยก็ดี จะได้เอาไว้เปิดฟังแก้เซ็งตอนว่าง ๆ” แฝดน้องสำทับพลางส่งขนมเข้าปากอีกคำ

“ตะ... แต่ว่า ถ้าพวกคุณไม่อ่านหนังสือทบทวนด้วยตัวเอง จะเรียนไม่รู้เรื่องเอานะคะ”

เธอเอ่ยแย้งน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยท่าทีตื่นกลัวและเกรงใจนิด ๆ ก่อนจะรีบหลุบสายตาต่ำลงมองพื้นทันควัน เพราะหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะโดนอสูรร้ายตรงหน้าดุดันวาจาใส่เหมือนอย่างที่ผ่านมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป