บทที่ 7 ตอนที่ 6 : ค่ำคืนที่ไร้ทางไป
ตอนที่ 6 : ค่ำคืนที่ไร้ทางไป
“เงินมันทำให้คนสนิทกันเร็วขึ้นนะ... ขอบใจ ยัยชีทเรียน เดี๋ยวเอามาคืนให้”
ทายาทมาเฟียแฝดผู้น้องเอ่ยปากพลางยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ชายหนุ่มหมุนกายก้าวเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้แชมเปญยืนเบิกตาค้างทำหน้าเอ๋ออยู่ตรงนั้นด้วยความมึนตึบ ภายในหัวสมองดวงน้อยปั่นป่วนจนปรับตัวตามไม่ทัน เมื่อคืนเขายังตราหน้าตราสินให้เธอเป็น ‘ยัยเด็กเอ็นฯ’ อยู่ในห้องน้ำหรูแท้ ๆ มาวันนี้กลับเปลี่ยนสถานะแต่งตั้งให้เธอเป็น ‘ยัยชีทเรียน’ ไปเสียอย่างนั้น... เจ้าหมอนี่มันยังไงกันแน่
ทว่าเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน... เธอกลับรับรู้ได้ถึงมวลความรู้สึกบางอย่างที่ผิดแปลกไป
บรรรากาศรอบตัวของชายหนุ่มคนนี้ดูแตกต่างจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง หมอนี่ยิ้มเก่งกว่า ท่าทางดูเป็นมิตรและไร้ซึ่งรังสีคุกคามอันเยือกเย็น แถมเขายังไม่ได้ใช้สุ้มเสียงดุดันออกคำสั่งกับเธอเลยสักนิดเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยสถานะของเขา... แค่เอ่ยปากออกคำสั่งมาคำเดียว เธอก็พร้อมจะจำยอมส่งสมุดเลกเชอร์ให้แต่โดยดีอยู่แล้ว ทว่าเขากลับเลือกที่จะควักเงินก้อนโตมาฟาดใส่แทน ผีเข้าผีออกหรืออย่างไรกันนะ พิลึกคนชะมัด สาวน้อยได้แต่ยืนครุ่นคิดหาคำตอบในใจด้วยความฉงน
ทว่า... ม่านหมอกของความสงสัยทึบหนาก็กระจ่างแจ้งไขคำตอบจนหมดสิ้น เมื่อขนมขยับเข้ามาใกล้พลางระบายลมหายใจกระซิบขยายความ
“คนนั้นน่ะแฝดน้อง ชื่อทรอย... ส่วนพี่ชายเขาชื่อเทรย์ คนที่ชอบสวมแว่นตานั่นแหละ พวกเขาอยู่ในแก๊ง ‘จตุร’ แก๊งลูกคนรวยผู้ทรงอิทธิพลของมหา’ลัยเราไงมึง”
คำอธิบายของเพื่อนสนิททำเอาแชมเปญถึงบางอ้อในทันที... ที่แท้พวกเขาก็เป็นพี่น้องฝาแฝดที่มีใบหน้าเหมือนกันราวกับแกะ ทว่ากมลสันดานกลับต่างกันลิบลับ!
แชมเปญพยักหน้ารับรู้ด้วยความเข้าใจ ทว่าในเวลานี้ เรื่องของสองแฝดนรกตระกูลมาเฟียจะเข้ามามีบทบาทอย่างไร มันก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อชีวิตของเธอมากไปกว่า ‘กองหนี้สินอันท่วมหัว’ ที่เธอกำลังแบกรับอยู่ ณ ห้วงเวลานี้เลยสักนิด
หากจะถามหาเหตุผลว่า... ไส้ระกำอะไรที่บีบคั้นให้เด็กสาววัยขบเผาะที่กำลังศึกษาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ต้องวิ่งรอกทำงานง่วนตัวเป็นเกลียวเพื่อหาเงินมาตรากตรำชดใช้หนี้สินมากมายขนาดนี้ คำตอบทั้งหมดมันเริ่มต้นมาจาก ‘ผู้เป็นมารดา’ ของเธอเอง... แม่เลี้ยงเดี่ยวผู้สู้งานกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนทำธุรกิจด้วยความหวังจะสร้างอนาคต ทว่ากลับถูกคนสารเลวโกงสะบัดจนหมดเนื้อหมดตัว ท้ายที่สุดมารดาจึงต้องระหกระเหินเดินทางไปตรากตรำทำงานเก็บผลไม้ในต่างแดน และคอยเจียดเงินส่งกลับมาจุนเจือ
ทว่ากิตติศัพท์ของ ‘ดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบ’... ใคร ๆ ก็ย่อมรู้ดีว่ามันแตกหน่องอกเงยรวดเร็วยิ่งกว่าวัชพืช แชมเปญเข้าใจในเจตนาและความทุกข์ระทมของมารดาดี ท่านไม่ได้อยากให้เรื่องราวคาวน้ำตามันจบลงแบบนี้ เธอจึงไม่เคยนึกโกรธเคืองผู้ให้กำเนิดเลยแม้แต่น้อย ทว่าคนที่เธอเกลียดเข้าไส้คือไอ้คนชั่วที่โกงเงินแม่ไปต่างหาก ซึ่งจนถึงบัดนี้กฎหมายก็ยังจับตัวมันมาลงทัณฑ์ไม่ได้ ชะตากรรมจึงบีบบังคับให้เด็กสาวต้องมานั่งรับกรรม ชดใช้หนี้ก้อนโตมูลค่ามหึมากว่า ‘สองล้านบาท’ แถมยังต้องแบกรับภาระส่งดอกเบี้ยรายสัปดาห์ในราคาที่แพงมหาศาลจนแทบกระอักเลือด
โชคร้ายยังไม่หมดเท่านี้... สองสามวันต่อมา บาดแผลในชีวิตก็ถูกกรีดซ้ำ ยามเมื่อนายหน้าผู้จัดหางานพริตตี้เพิ่งจะโอนเงินค่าจ้างมาให้เธอล่าช้ากว่ากำหนด ส่งผลให้แชมเปญหมุนเงินไม่ทันและไม่สามารถส่งดอกเบี้ยให้พวกเงินกู้ตามนัดได้ ยามเมื่อเรียวขาเล็กรีบรุดก้าวกลับมาถึงบ้านในเวลาพลบค่ำ หัวใจของสาวน้อยก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ภาพเบื้องหน้าคือสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านถูกทุบทำลายจนพังย่อยยับเสียหาย ข้าวของกระจัดกระจายไม่เหลือชิ้นดี แถมพวกแก๊งทวงหนี้โหดดุดันยังพากันยกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พอมีราคาหลายชิ้นออกไปจนหมดหลังคาบ้าน วินาทีนั้นแชมเปญสั่นสะท้านไปด้วยความกลัวจับจิต เธอรีบกดยืนยันโอนเงินที่เพิ่งได้รับมาให้พวกมันผ่านแอปพลิเคชันมือถือทันทีเพื่อรักษาชีวิต
ความหวาดกลัวแล่นริ้วเข้ากัดกินขั้วหัวใจ สาวน้อยรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเก็บเสื้อผ้าชุดเก่งยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็กอย่างลนลาน ก่อนจะรีบก้าวเท้าหนีออกจากบ้านที่ไร้ความปลอดภัย พลางปลายนิ้วเรียวสั่นระริกก็กดเลื่อนหน้าจอสมาร์ตโฟนเพื่อต่อสายหาที่พึ่งเดียวในยามยาก
“ขนม... ฮึก กูกำลังเดือดร้อน กูขอไปนอนค้างที่ห้องมึงสักพักได้ไหม...”
“ได้สิมึง มาเลย ๆ... แต่ว่าแฟนกูมันกำลังจะมาหาเนี่ย เดี๋ยวพอมันมาถึงกูค่อยไล่มันกลับดึก ๆ ละกัน มึงรีบเข้ามาเลยนะ”
ปลายสายเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงใจ ไร้ซึ่งท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ในความตกต่ำของเพื่อนสนิทแม้แต่น้อย ทว่าคำตอบนั้นกลับยิ่งทำให้แชมเปญรู้สึกเกรงใจเพื่อนจนจุกอก สาวน้อยผู้มีนิสัยขี้เกรงใจและขี้กลัวเป็นทุนเดิมกำลังตกที่นั่งลำบากอย่างที่สุด เธอไม่อยากเข้าไปเป็นก้างขวางคอหรือสร้างความลำบากใจให้ชีวิตรักของเพื่อนรัก
ท้ายที่สุด... แชมเปญจึงตัดสินใจหันหน้าไปพึ่งพิงบุคคลที่เธออยากจะบากหน้าไปขอความช่วยเหลือเป็น ‘คนสุดท้ายของโลกใบนี้’
บุคคลผู้นั้นคือ ‘บิดา’ บังเกิดเกล้าผู้ให้กำเนิด ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นผู้จัดการใหญ่ควบคุมไนต์คลับหรูหราแห่งหนึ่ง ชายผู้ซึ่งเลิกราหย่าร้างกับมารดาของเธอไปเนิ่นนานปี และได้ก้าวไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวใหม่ด้วยการแต่งงานใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และมันก็เป็นไปตามคาด... ทันทีที่เธอร้องขอความช่วยเหลือ สุ้มเสียงเรียบเฉยไร้ความอาทรของผู้เป็นพ่อก็เอ่ยปฏิเสธกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ออสการ์ ไม่สะดวกหรอกลูก... ตอนนี้น้องขึ้น ม.ปลาย แล้ว แถมน้องยังมีโลกส่วนตัวสูงมากด้วย”
คำอ้างถึงลูกสาวคนใหม่จากภรรยาใหม่ ถูกยกขึ้นมาเป็นเกราะกำบังตัดเยื่อใยบุตรสาวคนโตทันควัน ให้ตายเถอะ... แชมเปญนึกสมเพชตัวเองในใจอย่างรุนแรง เธอไม่น่าบากหน้าจูงกระเป๋ามาที่ไนต์คลับแห่งนี้เลยจริง ๆ ดวงตาคู่สวยกลอกมองบน สลัดความอ่อนแอพลางแค่นยิ้มขื่นขมให้กับท่าทีเฉยชาไร้หัวใจของผู้เป็นพ่อ ก่อนจะหมุนกายหันหลังเตรียมเดินจากไปพร้อมกับความโศกเศร้าที่เกาะกุมจนแทบหมดแรงก้าวเดิน
ทว่า... เสียงของชายวัยกลางคนกลับร้องเรียกไล่หลังไว้ก่อน
“แชม... เอาเงินนี่ไปลูก แล้วไปหาห้องเช่าอยู่ไปพลาง ๆ ก่อนนะ”
แชมเปญชะงักฝีเท้า เธอเบือนหน้ากลับมามองฟ่อนเงินที่บิดายื่นส่งให้พลางยื่นมือไปรับมาไว้ในครอบครองอย่างจำใจ แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่เต็มใจอย่างยิ่ง ทว่าในสถานการณ์บีบคั้นที่ไร้ซุกหัวนอนเช่นนี้... เธอก็คงทำได้ดีที่สุดเท่านี้แหละ ชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่ใช่ความผิดของเขาไปเสียทั้งหมด... เด็กสาวพยายามคิดปลอบใจและหาเหตุผลเข้าข้างพ่อตัวเองช้า ๆ
มือน้อยกระชับเงินสดปึกนั้นไว้แน่น พลางแหงนใบหน้าหวานขึ้นมองป้ายไฟนีออนดัดสีแดงฉูดฉาดที่ส่องสว่างพราวระยับอยู่เหนือศีรษะ ป้ายขนาดยักษ์ระบุชื่อของสถานบันเทิงหรูหราอันเป็นสถานที่ทำงานของบิดา... ไนต์คลับที่มีนามอันแสนน่าสะพรึงกลัวว่า ‘Hell Twins’ (คลับแฝดนรก)
