บทที่ 12 ห้ามออกจากเรือนแม้เพียงครึ่งก้าว

“บ้าบอจริงๆ ทีนางเอกนิยายพวกนั้นหลงมิติมา แต่ละคนได้เป็นตั้งแต่ฮองเฮา สนมรัก ยันพระชายาอ๋อง...”

อาจูนั่งเอนหลังพิงโขดหิน หลับตาพริ้ม ปล่อยให้ความอุ่นร้อนจากสายน้ำช่วยผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า

อาจเพราะสะเทือนใจหนักหรือเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป คืนนี้เธอจึงเผลอแช่น้ำร้อนนานกว่าปกติ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงใครบางคนเดินลงน้ำ

เสียงใคร...?

นี่เป็นเพราะมาอาบน้ำผิดเวลางั้นเรอะ!

จ้าวหุบเขาเคยกำชับให้เธอลงมาแช่น้ำร้อนวันละสองเวลาเพื่อปรับสมดุลร่างกายตามเวลาที่กำหนดให้อย่างเคร่งครัด เธอก็ทำตามมาโดยตลอด แต่หลังจากทำงานหนักมาสามวันเต็ม เย็นวันนี้เธอจึงเปลี่ยนแผน เพราะอยากจะแช่น้ำอุ่นๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนเข้านอน มากกว่าเข้านอนโดยมีกลิ่นอาหารและกลิ่นควันไฟติดเส้นผม

แย่แล้ว...

คนอาบน้ำผิดเวลาแถมยังแช่น้ำนานนับครึ่งชั่วยามอยากจะร้องเตือน

แต่เมื่อหันไปเห็นว่าผู้ชายที่แก้ผ้าแก้ผ่อนลงมาแช่น้ำร้อนชนิดไม่ดูตาม้าตาเรือไม่ใช่ท่านจ้าวหุบเขา ใบหน้าขาวผ่องก็ซีดลงอีกสามระดับ

ไอ้ตี๋ร่างเล็ก หน้าหวาน แต่ท่าทางดูกวนประสาท แถมยังเอาแต่หัวเราะหึหึเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียวคนนี้เป็นใคร!!!

อาจูซ่อนตัวนิ่งสนิทโดยสัญชาตญาณ ในใจได้แต่นึกขอบคุณตัวเองที่ยังหน้าบางเกินกว่าจะแก้ผ้าแก้ผ่อนลงแช่น้ำร้อนกลางแจ้ง ก็เลยว่ายเข้ามาหลบมุมอาบน้ำหลังซอกหินแบบนี้

ขณะอาจูกำลังคิดว่าจะเอายังไงดี ไอ้ตี๋ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนคนนั้นก็กางแขนกางขาถูเนื้อถูตัวอย่างน่าเกลียด ทำเอาคนที่คิดว่าตัวเองหน้าหนามากแล้วถึงขั้นอยากยอบกายคารวะ

อี๋...ร่างเด็กหนุ่มเพิ่งโตผอมแห้งพรรค์นี้น่าดูตรงไหนกัน

อะ...อนาจาร...นี่มันภาพอนาจารชัดๆ

เสี่ยวจวี๋ฮวาไม่กล้าขยับตัว ได้แต่ปิดตากางนิ้ว พยายามเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า...

“อา...ที่แท้ที่นี่ก็มีบ่อน้ำร้อนอยู่ด้วยจริงๆ หึหึ...” ตี๋นิรนามพึมพำ น้ำเสียงสุขสันต์ เขากวาดตามองทิวทัศน์รอบกาย สีหน้าดูผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด

“หืม...นั่น...?” จู่ๆ ตาบ้าแปลกหน้านี่ก็ส่งเสียงที่ทำให้สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา

อาจูมองตามสายตาแขกไม่ได้รับเชิญแล้วหัวใจกระตุกวูบ ยิ่งเห็นเขาหรี่ตามองกองเสื้อผ้าสีมรกตบนโขดหินที่ตั้งอยู่ใกล้ต้นท้อต้นใหญ่มากที่สุด ก็ยิ่งแทบหยุดหายใจ

อย่าน้า...ปล่อยมันไว้ตรงนั้น อย่ายุ่งกับเสื้อผ้าฉันนน

เพราะไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องในใจเธอ แขกไม่ได้รับเชิญขยับตัวเข้าหากองเสื้อผ้า ทำท่าจะยื่นมือไปคว้า...

ปึก!

วัตถุบางอย่างพุ่งเฉียดมือเขา ปักเข้าใส่โขดหินใกล้ๆ

เพียงชั่วเสี้ยววินาทีหลังจากนั้น เลือดสีแดงสดก็ไหลทะลักออกจากหลังมือขาวซีดเหมือนเขื่อนแตก

“ว้าย!” อาจูรีบยกมือขึ้นปิดปาก กลัวจะหลุดส่งเสียงอะไรมากไปกว่านี้

แขกไม่ได้รับเชิญชะงักไปทันที เขาเหลียวมองใบไม้ที่ฝังแน่นในก้อนหิน รู้สึกคล้ายน้ำลายในคอเหนียวหนืดชวนให้หายใจลำบากขึ้นเฉียบพลัน

“ขึ้นมา ออกมาจากตรงนั้น” น้ำเสียงเย็นเยียบทรงอำนาจไร้ที่มา ทำเอากระทั่งอาจูยังรู้สึกว่าอุณหภูมิน้ำในบ่อเหมือนจะเย็นลงหลายส่วน

ตี๋หน้าหยกกุมแผลที่หลังมือแน่น ทำหน้าคล้ายจู่ๆ ก็บังเกิดพุทธิปัญญา ตระหนักถึงบางอย่างขึ้นมา

เขารีบตะเกียกตะกายไปคว้าเสื้อคลุมตัวยาวมาสวมทันที

“ขออภัย ฮูหยิน ข้าไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่นี่” เขาเอ่ยเสียงเบา ก่อนรีบขึ้นจากบ่อ ดีดตัวขึ้นยอดไม้ จากไปไวยิ่งกว่าสายลม

“ฮูหยิน?” อาจูย่นหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย

“ยังไม่รีบขึ้นมาอีก” ชั่วพริบตานั้น เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่ลอยมาคลุมร่างเธอไว้มิดชิด แม่นเหมือนสวรรค์ช่วยจับวาง

เมื่อกวาดตามองหาที่มา ดวงตาคู่งามก็สบกับร่างสูงสง่าซึ่งสวมเพียงเสื้อสีขาวตัวใน

“ซะ...ซือฝุ?”

“กักบริเวณ” เขาเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าฟังดูเฉียบขาด “กลับถึงที่พักแล้ว หากไม่ได้รับอนุญาต ห้ามก้าวขาออกจากเรือนทิศใต้แม้เพียงครึ่งก้าว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป