บทที่ 15 ล่อลวง ๗๕%
ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งสกรีนตัวอักษรภาษาอังกฤษชื่อช่องยูทูปของตัวเองกลางอกกระโดดโหยงไปทางซ้ายก้าวเท้าถอยหลังติดผนัง
ใบหน้าซีดเผือดใจหล่นวูบไปกองแทบเท้า ไม่ตั้งตัวหรืออาจเพราะมัวแต่สนใจหมอกสภาพฟ้าอากาศด้านนอกทำให้ไม่ทันสังเกตตัวตนการมีอยู่ของคนที่คิดว่ากลับไปแล้ว
เวย์หลุบมองเรียวขายาวสวยของหญิงสาวพลางขมวดคิ้วนิดๆ มือซ้ายถือขวดโซจูยกค้างกลางอากาศเสมอเอวสอบ มือขวาสอดในกระเป๋ากางเกงยีน ช้อนตาคมดุขึ้นมองใบหน้าสวย
"เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย! มาเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียง ฉันหัวใจวายตายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบห๊ะ" ใต้อกอิ่มยังมีก้อนเนื้อที่เต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง นาบียกมือขึ้นทาบอกลูบปลอบเบาๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกขวัญกลับ
"ผิด?" นิ้วชี้เรียวยาวยกชี้อกตัวเอง นัยน์ตาแฝงความงุนงงทว่าสีหน้ากลับนิ่งสนิทจนคนมองอดนึกหมั่นไส้ไม่ได้
"เออ!"
นาบีกระแทกเสียงตอบกลับ กลอกตาไม่พอใจแล้วเบี่ยงตัวเดินหนีไปเข้าครัวแทนด้วยท่าทางฟึดฟัดกระท่อนกระแท่นไม่พอใจ
ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักอย่าง ข้าวสักเม็ดก็ยังไม่ได้กิน แล้วยังมาอารมณ์เสียเด็กตัวโตนิสัยไม่ดีอีก อารมณ์ร้อนเลยยิ่งความทวีคูณ ไหนจะโมโหหิว หมั่นไส้เด็กมันอีก
...แล้วทำไมไม่กลับไปสักทีล่ะ หรือกำลังรอเธอโผล่หัวออกจากรูแล้วจะเอาคืน?
"อึก" น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคอหลังนึกจำได้ว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้ มือเย็นเฉียบจังหวะเอื้อมมือเปิดตู้เย็นแล้วไอเย็นจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแผ่กระจายออกมากระทบใบหน้า
กระแอมไอเบาๆ กะพริบตาหลายครั้งติดดึงตัวเองออกจากภวังค์ความคิดด้านลบที่มีมวลความน่าจะเป็นไปได้มากกว่าด้านดี นาบีหยิบแยมผลไม้และกล่องน้ำส้มออกมาจากตู้เย็น ก่อนจะดันประตูปิดคืนเบาๆ หันหลังมามองหาขนมปังแผ่นที่จำได้ว่าเหลือติดถุงอยู่ไม่กี่แผ่น
พลันบอกกับตัวเองว่าสมควรแล้ว มันสมกับสิ่งที่เด็กเวย์ทำกับเธอแล้ว ไม่ว่าจะเมื่อหลายปีก่อน หรือเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
นึกถึงสัมผัสร้อนผ่าวของริมฝีปากหนาจังหวะโน้มลงมากัดปากเธอ จังหวะการเต้นของหัวใจก็กระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง นึกถึงทีไร นอกจากความโกรธแล้วก็ยังมีอาการกระสับกระส่ายแปลกๆ จนอยากสลัดภาพนั้นทิ้ง
อีกนิดเดียว ถ้าเด็กนิสัยเสียไม่โผล่หน้ากลับมาให้เห็นนาบีก็คงจะลืมมันได้แล้ว บ้าฉิบ!
"ข้าวไม่กิน กินแต่ของแบบนั้นโรคกระเพาะจะถามหาสักวัน"
เสียงทุ้มเหน็บแนมแกมดุนิดๆ จากทางด้านหลัง เรียกความสนใจของบล็อกเกอร์สาวให้หันกลับไปมอง ปากอิ่มมีคราบเศษขนมปังติดเล็กน้อย ในขณะที่กระพุ้งแก้มเนียนยังขยับยุกยิกบดฟันเขี้ยวอาหาร
นาบีกลอกตาพลางเบะปาก กลืนขนมปังในโพรงปากลงคอแล้วหันไปหยิบแก้วน้ำส้มข้างๆ มายกดื่มล้างปากตามหลัง
"นายก็ระวังโรคตับจะถามหาเหมือนกันล่ะ ข้าวไม่กิน กินแต่เหล้า" ตอกกลับด้วยน้ำคำเจ็บแสบ กระหยิ่มยิ้มย่องมุมปากสะใจที่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเวย์
"ต่อปากต่อคำดีไม่เปลี่ยนเลย"
"นายก็นิสัยเสียปากหมาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเหมือนกันนั่นแหละ"
"เฮอะ!" มันเขี้ยวฉิบหาย! แทนที่จะโมโหเป็นเดือดเป็นร้อนกับการต่อปากต่อคำของผู้หญิงร่างบางเกิดก่อน ทว่า เวย์กลับรู้สึกมันเขี้ยวแกมเอ็นดูเจ้าหล่อน
คงเพราะสีหน้าสะใจที่มองยังไงก็เหมือนกระต่ายน้อยหัดเดินนั่นทำให้เกิดความรู้สึกสวนทางขึ้นในใจ
มือหนายกโซจูขึ้นกระดก สายตายังจับจ้องยังเจ้าของห้องอย่างไม่ละสายตา เจ้าหล่อนเองก็จ้องตากลับอย่างไม่ยอมแพ้
ยกขนมปังในมือขึ้นกัดอีกคำใหญ่ท้าทาย เขี้ยวตุ้ยๆ แล้วเกี่ยวถุงขนมปังที่เหลือไม่กี่แผ่นพร้อมกับแยมผลไม้รสโปรดและแก้วน้ำส้มติดมือ เท้าเล็กในรองเท้าขนนุ่มหัวกระต่ายสีขาวเดินเข้าไปกระแทกไหล่หนาสวนออกจากครัวไป
ได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆ ในลำคอจากทางด้านหลังแทรกเสียงลากรองเท้า แต่มันไม่ได้ทำให้เวย์รู้สึกอะไรมากไปกว่ามันเขี้ยวเจ้าของการกระทำเลยสักนิด
ตอนจะกระแทกชนไหล่ เจ้าหล่อนยังอุตส่าห์เขย่งเท้าให้ตัวสูงขึ้นจากส่วนสูงเดิมของตัวเองอีกนิดเพื่อที่จะกระแทกชนมาได้ แล้วกูต้องโมโหคนที่พยายามจะขึ้นมาเทียบชั้นกันเหรอวะ?
ปัญญาอ่อน!
.
.
"เฮ้อ... อีกสิบนาทีจะหกโมงแล้วนะ เมื่อไหร่นายจะกลับสักที!"
จำไม่ได้ว่านาบีพูดประโยคนี้มากี่ครั้งแล้ว และแต่ละครั้งที่พูดก็ได้รับเพียงสายตาว่างเปล่าของเด็กตัวโตตอบกลับมา นั่งรอตั้งแต่เย็นจวนจะค่ำก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับสักที
เหม็นเบื่อขี้หน้ามาก โซจูรสพีชขวดเล็กที่เธอตุนไว้ในตู้เย็นเหลือขวดสุดท้ายแล้วเพราะเด็กเวย์มันเอาออกมาดื่มไม่หยุด สาม สี่ ห้า... หรือมากกว่านั้นก็จำไม่ได้ จนขวดสุดท้ายนาบีจึงรีบไปหยิบมาเปิดดื่มเองก่อนที่จะโดนริบไปจนหมดไม่เหลือให้เจ้าของมันอย่างเธอ
ทำใจรอนั่งดูหนังในเน็ตฟลิกซ์กับเวย์พร้อมกับจิบโซจูไปด้วย สภาพอากาศด้านนอกก็ไม่เป็นใจเอาเสียเลย ฝนตกหนักมาก ไม่รู้ว่าเพราะเป็นช่วงฤดูของมัน หรือสวรรค์กำลังกลั่นแกล้งกันกันแน่
"พายุเข้า ขับรถอันตราย"
"นายน่าจะกลับตั้งแต่ก่อนพายุจะเข้าแล้วนะ ทำไมยังนั่งอยู่อีกตั้งนานล่ะ!"
มีน้ำโหนิดๆ!
