บทที่ 9 ยอดภูเขาสองเม็ดกับชุดนอนสีดำ ๕๐%

"อือ~"

เสียงแผ่วเบาและลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศปลุกคนใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ตื่นขึ้นรับวันใหม่ด้วยอาการปวดหัว ช่วงลำคอระหงเมื่อยขบราวกับถูกอะไรบางอย่างกดทับมาทั้งคืน 

นาบีดันตัวลุกขึ้นนั่งบนฟูกหนานุ่มควีนไซซ์ ยกมือบีบต้นคอ ลามมายังลาดบ่าและไหล่มน พ่นลมออกจมูก เปลือกตาสวยยังคงปิดสนิท พลางอ้าปากหาวไปด้วย

ปรือตาเปิด กระพือแพขนตางอนยาวเป็นธรรมชาติช้าๆ หลังนั่งปลุกตัวเองต่ออีกเกือบสองนาที กลืนน้ำลายลงคอแล้วทำหน้าเหย คอแห้งจนรู้สึกแสบๆ คันๆ

มือเรียวสะบัดผ้าห่มออกจากตัว ขยับลงมาหย่อนขาลงจากเตียง ลุกขึ้นเดินหารองเท้าหัวกระต่ายขนนุ่มรอบเตียง แต่ก็ยังไม่เจอทั้งที่เมื่อคืนจำได้ว่าเท้าเล็กๆ ของเธอยังสวมมันตอนตื่นมาเช็ดเครื่องสำอางเปลี่ยนชุดนอนให้มันสบายกว่าชุดเดิมอยู่เลย

เดินวนหาจนทั่วก็ไม่เจอ นาบีจึงยกมือเกาหัวพร้อมสะบัดผมยุ่งไปด้านหลัง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับอาการปวดหัวที่ยังจ้องเล่นงานสาวสวยไม่หยุด

เมื่อคืนไม่ได้ดื่มเยอะเลยเถอะ แต่ก็ยังแฮงค์ได้ เหลือเชื่อเลยนาบี!

ร่างอรชรเดินดุ่มๆ ด้วยเท้าเปล่าออกจากห้องนอน มุ่งหน้ายังห้องครัวโดยไม่ได้สนใจหันมองรอบห้องแต่อย่างใด ยกมือขยี้ตาหาวไปด้วย ผมยุ่งๆ พันกันเป็นรังหนูก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีใครตื่นมาแล้วสวยเช้งทั้งที่ขี้ตารอยน้ำลายยังแห้งกรังติดหน้าหรอก

โถงนั่งเล่นด้านนอกเปิดม่านทั้งหมดรับแสง ทำให้นาบีพอเดาได้ว่าเวลานี้ไม่ได้เช้าแล้ว เผลอๆ อาจจะสาย หรือไม่ก็เที่ยงแล้วด้วย

นาบีเปิดตู้เย็นแล้วคว้าเหยือกน้ำออกมาเทใส่แก้วเปล่าเต็มแก้ว ยกดื่มอึกใหญ่จนหมดแก้ว แล้วเทน้ำใส่แก้วเดิมอีกหนึ่งแก้ว จากนั้นค่อยวางเหยือกคืนกลับตำแหน่งเดิม คว้าแก้วน้ำเย็นขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มจิบน้ำเย็นๆ แทนกระดกอย่างแก้วแรก

ของเหลวฤทธิ์เย็นซ่านเรียกความสดชื่นพ่วงอาการปวดท้องคลื่นไส้เล็กน้อยเพราะยังไม่มีอาหารตกถึงท้องสักอย่าง มีแค่น้ำเย็น ซึ่งก็อาจทำให้มีอาการปวดท้องตามมา แต่นาทีนี้ขอเอาคอไว้ก่อน แสบคันจนอยากล้วงมือเข้าไปเกาให้หายคัน หากทำได้

นาบีเดินออกจากห้องครัว อมน้ำเย็นจัดไว้เต็มสองกระพุ้งแก้มให้เรียกสติและร่างกายให้กลับทำงานตามหน้าที่

หลุบตาลงเล็กน้อยพลางกลืนน้ำในปากลงคอ แต่ทว่าจังหวะที่เงยหน้าขึ้นมา ของเหลวในปากดันถูกพ่นพรวดออกมา พร้อมกันนั้นเสียงไอก็ดังแทรกขึ้น ใบหน้าเรียวสวยแดงก่ำ โก่งตัวงอโค้งไอค่อกแค่กน้ำหูน้ำตาไหล ร่างกายก็ดันสั่นแรงตามไปด้วย

มันจะไม่เป็นแบบนี้เลยถ้าเธอไม่ดันไปเห็นว่ามีเพื่อนร่วมห้องมันนั่งเอกเขนกจ้องเธออยู่บนโซฟารับแขก แล้วไม่รู้จ้องอยู่นานหรือยัง ที่สำคัญ เข้ามาได้ไง!?

"แค่ก แค่ก แค่ก!"

"สกปรกว่ะ หน้าไม่ล้างฟันไม่แปรงแต่มาพ่นน้ำเล่น อี๋~"

นาบีเงยหน้าแดงๆ ขึ้นมาจ้องคนตัวโตบนโซฟาหน้าเหวอตาขวาง พยายามกลั้นไอเอาไว้อย่างสุดกำลัง ข่มคนอายุน้อยกว่าด้วยสายตาที่คิดว่าน่ากลัวที่สุด อารมณ์โทสะก็พลันพลุกพล่านตีขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว

กลั้นไอได้ไม่ถึงนาที ก็ฝืนทนไม่ไหวระเบิดเสียงไอค่อกแค่กออกมาอีกครั้ง หนำซ้ำ จ้องข่มยังไง คนบนโซฟาก็ยังลอยหน้าลอยตาไม่ยักกลัวสักที เป็นตัวเองที่กลับมาโมโหเองเสียอีก

"เข้ามาได้ไง ใครอนุญาตให้เข้ามา!" เสียงหวานแหลมแว้ดถาม พุ่งตัวตรงไปยังโซฟารับแขกที่มีร่างสูงใหญ่ของเวย์นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ทันที

"ก็ยังไม่ห้าสิบนี่ว่ะทำไมสมองเริ่มเสื่อมสภาพแล้วล่ะ จำไม่ได้ไงว่าเมื่อคืนนี้พี่กลับกับฉัน"

เวย์เงยหน้านิ่งแบบกวนๆ ขึ้นมองคนตัวเล็กกว่า เตี้ยกว่า แต่เพราะตอนนี้หล่อนยืนอยู่เลยค้ำหัวเขา ทำให้ต้องเงยหน้าคุยกัน

จ้องสีหน้างงๆ กับคิ้วสวยที่มันขมวดเข้าหากัน เค้นหาความทรงจำเมื่อคืนพลางกระตุกยกมุมปากขึ้นนิดๆ หลุบตาลงเล็กน้อย ไล่มองหยดน้ำที่เกาะอยู่บนผิวนุ่มช่วงเนินอกอิ่ม

กะจะมองยั่วโมโหคนเมาจำไม่ได้สักหน่อย อยากเห็นหน้ายุ่งๆ ควันออกหู เลยแกล้งมองต่ำ ทำหน้าตากรุ้มกริ่มอย่างคนเจ้าชู้ มองนมสาวแล้วสื่อผ่านสายตาว่าหื่น

แต่เหี้ยแม่ง! ตอนนี้เป็นกูที่มันดันขึ้นจริง เวย์น้อยกูขึ้นจนคับกางเกงในดันกางเกงยีนขึ้นมาเห็นเป็นลำเท่าแขน แล้วไอ้ที่เหี่ยวๆ เฉาๆ ก็กระตุกหงึกหงักอยากจะมุดถ้ำสาวให้ได้อีก

ก็จะไม่ให้มันตื่น ขึ้นแข็งโป๊กเป็นลำใหญ่แบบนี้ได้ไง ในเมื่อนมขาวๆ ที่มันมีหยดน้ำเกาะแพรวพราวมันโคตรจะเซ็กซี่เลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป