บทที่ 4 นายหญิงที่ 4 เกาต้า

นายหญิงที่ 4

เกาต้า

18 ปีก่อน ยามนั้นลู่เจาฉงยังไม่ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเสนาบดีฮ่องเต้มอบหมายให้เขาเป็นอาจารย์สอนหนังสือเหล่าองค์ชายต่างๆ ในวังประชุมก็ต้องเข้าคัดแยกฎีกาก็ต้องทำ ซ้ำเขายังต้องไปสอนหนังสือองค์ชายอีกหลายพระองค์ ยามนั้นเขาวุ่นวายกับตำแหน่งหน้าที่จนหัวหมุน

เกาต้ายามนั้นเขามีอายุ 36 ปี เขาเป็นสารถีขับรถม้าให้ลู่เจาฉงมาตั้งแต่สมัยยังไม่ได้เป็นขุนนาง เพียงแต่เมื่อลู่เจาฉงมีตำแหน่งใหญ่มากขึ้น เขารังเกียจว่าเกาต้ารูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์จึงได้เปลี่ยนตัวสารถี นับแต่นั้นส่งเขาไปเป็นสารถีขับรถประจำตัวฮูหยินเขาแทน

วัดบนเขาแห่งหนึ่ง

“พับ พับ พับ” นายหญิงท่านย่อตัวลงหน่อย

เกาต้ายืนซอยเอวกระแทกบั้นท้ายนายหญิงของตน พื้นที่ตรงนี้คือป่าด้านหลังของวัด นางลู่อิงซื่อมักจะใช้ข้ออ้างไหว้พระขอพรนำสาวใช้คนสนิทติดตามขึ้นเขามากระทำเรื่องลับหลังสามีเช่นนี้เสมอ

“อืม อืม อืม” นางครางออกมาด้วยความสุขสม ย่อตัวลงต่ำให้เขาตามคำเรียกร้อง

เนื่องจากเกาต้าผู้นี้รูปร่างเตี่ยเล็กซ้ำหลังยังค่อมงอ หน้าตาเขาสุดอัปลักษณ์ แต่ว่าเจ้าที่เข้าๆ ออกๆ อยู่ในประตูหยกนางกลับใหญ่โตกว่าของสามีนางเท่าตัว สิ่งนี้ให้ความสุขแก่นางแบบที่สามีไม่สามารถมอบให้ได้

เพราะไม่อยากเห็นสารรูปเขา ทุกครั้งที่ลอบกระทำเรื่องชวนเสียว นางจะหันหลังให้เขาตลอด ทั่วตัวเขาไม่มีสิ่งไหนเลยที่นางจะพิสมัยมีเพียงก็แต่เจ้าแท่งเนื้อยาวใหญ่ของเขาที่นางไม่อาจขาดได้

“พับ พับ พับ” เกาต้ายึดจับเอวนางไว้แน่น เขากระแทกนางมากว่าครึ่งชั่วยามแล้ว นางไม่เคยให้เขาเตะต้องส่วนอื่นและไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าเขา นางเพียงคลานบ้างยืนบ้างยามเกิดความต้องการเจ้าสิ่งนั้น

“นายหญิงข้าขอจับหน้าอกท่านได้หรือไม่”

“เอาสิ” วันนี้นางอารมณ์ดีจึงยินยอมเขาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากมีผู้คนกลุ่มหนึ่งไหว้วานให้สนางกระทำเรื่องบางอย่างให้จึงนำภาพวาดโบราณจำนวนหนึ่งมาเป็นของกำนัล

นั่นเป็นภาพหายากที่ต่อให้ท่านมีเงินหมื่นตำลึงก็ไม่อาจเสาะหาได้ นางลูบคลำภาพเหล่านั้นอยู่ครึ่งค่อนวันค่อยพกพาความยินดีฉุดลากเจ้าเกาต้าผู้นี้มายังวัดหวังเสพสุขซักหลายครา

เกาต้ายินดียิ่งเขารีบเอื้อมมือขึ้นไปบีบเค้นหน้าอกทั้งสองข้างของนางอย่าแรง

“โอ๊ย เบากว่านี้” ตัวบัดซบนั่นบีบจนนางน้ำตาเล็ด

“พับ พับ พับ ขออภัยนายหญิง” เขาซอยเอวเข้าออกเร็วขึ้นปากก็ขอโทษขอโพยนาง เขายังไม่เคยสัมผัสหน้าอกนางมาก่อน ยามยินดีปรีดาจึงกะน้ำหนักมือไม่ถูกเป็นเหตุให้นางต้องเจ็บตัว

“ซีด..เจ้าควงเอวหน่อย” นางเสียวจะตายอยู่แล้วจึงไม่ใส่ใจกับเรื่องที่เขาทำนางเจ็บปวดเมื่อครู่

“นายหญิงข้าจะเสร็จแล้วขอรับ”

เขาต้องแจ้งบอกนางก่อนทุกครั้งเวลาตนเองกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

“เสร็จข้างในแล้วแช่ไว้ อย่าให้โดนกระโปรงข้า”

“ตับ ตับ ตับ นายหญิงข้าไปแล้ว อ่า อ่า อ่า” เขาตอกอัดเน้นๆ ไปหกเจ็ดทีก็แช่ไว้ในกายนาง

บางครั้งนางจะให้เขาหลั่งนอกบ้างในบ้างแล้วแต่สถานการณ์หากวันไหนเขาบอกนางไม่ทันเผลอปล่อยออกไป ไม่ว่าวันนั้นนางจะอารมณ์ดีเพียงไหน เขาจะต้องถูกนางทุบตีแล้วให้ดูดเลียนิ้วเท้านาง

นางลู่อิงซื่อยืนเกาะต้นไม้หอบหายใจอยู่ซักพักเมื่อเห็นว่าลมหายใจของเจ้าเกาต้าด้านหลังเริ่มกลับมาสม่ำเสมอจึงสั่งให้เขากระแทกนางต่อไป…

หลายวันต่อมา

“ท่านแม่วันนี้ข้ามีนัดจิบน้ำชากับสหาย” ลู่อวี่เซียนในวัยแรกแย้มสายงามน่ารักเดินเข้ามาหามารดานาง วันนี้นางตั้งใจมายืมรถม้าของมารดาเพื่อออกไปข้างนอก

“สหายเจ้าผู้ใดหรือ” หลายเดือนนี้บุตรีนางมักออกจากบ้านบ่อยครั้งจนนางอดสงสัยไม่ได้

“เป็นเย่ถิงเอ๋อเองท่านแม่” ทุกครั้งที่นางออกไปข้างนอกนางมักจะใช้ชื่อเย่ถิงเอ๋อสหายสนิทบังหน้าเสมอ นางกับเย่ถิงเอ๋อรู้จักกันมาตั้งแต่เล็ก ยามนี้ต่างฝ่ายต่างโตเป็นสาวน้อยจึงมีเรื่องมากมายที่ยามกระทำไม่สามารถบอกกล่าวทางบ้านได้

นางลู่อิงซื่อให้คนขับรถม้าไปส่งบุตรีตามความต้องการนาง จะอย่างไรนางแม้เป็นห่วงบุตรสาว แต่นางก็ไว้วางใจในตัวบุตรผู้นี้ ที่ผ่านมานางเรียบร้อยดีงามจัดอยู่ในกลุ่มคุณหนูสูงศักดิ์ที่ในเมืองหลวงตระกูลสูงส่งต่างๆ หมายตานางไปเป็นลูกสะใภ้

เพียงแต่ลูกสะใภ้ดีงามในสายตาผู้มีอันจะกินเหล่านั้น บัดนี้นั่งอยู่ในรถม้าวิ่งออกจากเรือน นางกลับไม่ได้สั่งให้คนขับตรงไปยังบ้านคุณหนูเย่ตามที่กล่าวกับมารดา

รถม้าคันดังกล่าววิ่งซอกแซกไปตามตัวเมืองชั้นนอก ยิ่งวิ่งไกลบ้านคนยิ่งน้อยลง จนในที่สุดรถม้าจอดลงที่ป่ารกร้างแห่งหนึ่ง

“เกาต้าเจ้ารีบด่วน เราต้องถึงบ้านตระกูลเย่ก่อนเที่ยง”

นางรีบร้อนดึงสายรัดเอวตนเองออก จากนั้นถอดกางเกงและกางเกงในตนเองไปกองไว้ข้างๆ ชุดกระโปรงยาวทำหน้าที่ปกปิดเรือนร่างนางยังคงอยู่ครบ

คนขับรถม้ามุดเข้ามาภายในรถ เขากลับไม่ใช่ใครอื่น เขาคือเกาต้าเอง

ทั้งสองเหมือนรู้งานกันเป็นอย่างดี ต่างฝ่ายต่างไม่พูดไม่จา ฝ่ายหญิงที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนบัดนี้คลานสี่ขาอยู่ตรงหน้ากระโปรงก็ดึงขึ้นไปไว้ด้านบนจนทางบุปผาเปิดอ้าต้อนรับผู้มาเยือน

แปะ แปะ แปะ เขาเมื่อมุดเข้ามาในรถก็เห็นนางตั้งท่าอยู่ก่อนแล้ว นี่แสดงว่านางรีบร้อนจริงๆ เห็นดังนั้นเขาจึงไม่รีรอปลดสายคาดเอวควักเจ้าแท่งเนื้อฟาดลงไปยังกลีบท้อนาง

“อือ อือ” นางครางอย่างเสียวซ่าน เมื่อรู้สึกถึงหัวทุยดุนดันไปมาตามรอยแยกหอยกาบนาง

เกาต้านำแท่งเนื้อเขี่ยไปตามจุดต่างๆ เมื่อดุนดันไปจนถึงติ่งเนื้อเล็กๆ เขาก็จะจับหัวหยักฟาดลงไปหลายที แปะ แปะ แปะ

“พับ พับ พับ” เขาซอยเอวเข้าออกรูร่องนาง ซอยจนศีรษะนางกระเด็นกระดอน เพียงแต่ที่เขาซอยกลับไม่ใช่รูร่องหลังประตูหยก

เขาเพียงหนีบขานางให้ชิดกันแล้วซอยเข้าออกช่องว่างระหว่างขากับติ่งเนื้อเหนือประตูหยกนั่น

“คุณหนูท่านให้ข้าเข้าไปเถอะนะ” เขาอ้อนวอนนางขอให้ได้เข้าไปภายในรูร่องเล็กนั้น นับตั้งแต่วันที่เขาทำเช่นนี้กับนางครั้งแรก เขายังไม่เคยได้เข้าไปสำรวจภายในกายนางเลยซักครั้ง

“เจ้าห้ามเข้ามา อยู่แต่ภายนอกก็พอ” นางใช้ศอกดันพื้นไว้หัวกระเด็นกระดอนไปมา

“พับ พับ พับ” เขากัดฟันแน่นโยกเอวใส่นาง ในเมื่อนางไม่ยอมเขาเป็นเพียงบ่าวไพร่ก็ขัดใจนางไม่ได้

ลู่อวี่เซียนหลับตาพริ้มซึมซับความเสียวยามหัวหยักถูไถติ่งเนื้อนาง กว่าครึ่งปีแล้วที่นางใช้เจ้าเกาต้าผู้นี้หาความสำราญทางเพศ นี่ต้องย้อนกลับไปครึ่งปีก่อน ตอนนั้นนางยังไม่สามารถบงการเจ้าผู้นี้ได้ แต่มีอยู่คืนหนึ่ง คืนนั้นนางนอนไม่หลับจึงออกไปเดินเล่นริมระเบียง

นางพักเรือนติดกับมารดาทางเดินจึงเชื่อมถึงกัน นางยามเพลิดเพลินเดินจนเข้าเขตที่อยู่อาศัยมารดา ค่ำคืนเงียบสนิทผู้คนต่างนอนกันหมดแล้ว แต่นางกลับได้ยินเสียงฮึดฮัดของอะไรบางอย่างแถวๆ ภูเขาจำลองกลางน้ำ

ภูเขาลูกนั้นมีสะพานเชื่อมกับทางเดินทั้งสี่ทิศ รอบข้างเป็นสระน้ำขนาดใหญ่นางสงสัยยิ่งผู้ใดยังไม่หลับไม่นอน

นางเดินตามเสียงไปเรื่อยๆ จนถึงหอเก๋งหกเหลี่ยมที่อยู่ใกล้ภูเขาจำลองลูกนั้นเพียงห้าหกวา

เนื่องจากเป็นคืนเดือนหงายนางจึงพอมองเห็นได้ในระดับหนึ่งนางยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้นเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า เนื่องจากทั้งสองคนหันข้างให้กับนางจึงไม่ทันสังเกตว่ามีผู้คนเดินเข้าใกล้

ตรงหน้านางคือท่านแม่ที่งดงามอ่อนหวานของนาง ไฉนนางกลับยืนเกาะโขดหินให้บ่าวไพร่คนหนึ่งขี่นางจากข้างหลังเช่นนี้ นางรู้จักเจ้าคนที่ขี่ท่านแม่นางผู้นี้ เขาเป็นคนขับรถม้าของท่านแม่ ยามท่านแม่พานางออกไปข้างนอกมักจะให้เขาขับรถม้าให้เสมอ

นางโตเป็นสาวรู้ความแล้ว นางทราบว่าทั้งสองลักลอบทำอะไรกัน ยามนั้นนางไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรที่ท่านแม่สวมหมวกเขียวให้ท่านพ่อ นางเพียงรู้สึกว่ากลางหว่างขามีน้ำไหลซึมออกมา

นางยืนแอบอยู่หลังต้นเสา ยืนมองคนทั้งสองขี่กันราวกับสุนัขข้างถนนที่นางเคยเห็น เจ้าไพร่ที่อยู่ข้างหลังท่านแม่กลับยกขานางขึ้นมาข้างหนึ่ง

“พับ พับ พับ” เขากระแทกสะโพกท่านแม่จนนางหัวทิ่มหัวตำ เสียงหนันเนื้อกระทบกันดังจนนางได้ยิน

หลายวันต่อมานางแอบไปพบเจ้าไพร่ผู้นี้ นางข่มขู่เขาว่าจะเอาเรื่องไปบอกท่านพ่อ เขากอดขานางโขกศีรษะให้นางสารพัดอ้อนวอนไม่ให้นางแจ้งเรื่องฉาวโฉ่นี้แก่นายท่าน

นับจากวันนั้นเขากลายเป็นวัวเป็นม้าให้นางใช้งาน ไม่ว่านางสั่งอะไรไม่ทำตามโดยไม่มีข้อแม้

“พับ พับ พับ” เอวสอบสังกระแทกเข้าออกหว่างขานางอย่างต่อเนื่อง เมื่อก่อนนางเพียงแค่ใช้นิ้วเขี่ยติ่งเนื้อเบาๆ นางก็เสียวมากแล้วยามนี้มีท่อนเนื้อขนาดใหญ่ถูไถไปมา นางเสียวเสียยิ่งกว่าใช้นิ้วตนเองอีก “เกาต้าเจ้าเอาออกมาเขี่ยติ่งเนื้อข้าก่อน”

เขาจัดให้ตามคำขอ สะโพกสอบหยุดกระแทก เขานำท่อนลำถูไถฟาดไปมาใส่ติ่งเนื้อนั่น เขาทราบว่านางยังไม่อยากเสียพรหมจรรย์ จึงไม่ยอมให้เขาเข้าไป เพียงแต่มีหรือเขาจะอดใจไว้ได้ เด็กสาวน่ารักเช่นนี้หากเขาไม่ได้ลิ้มรสชาติคนแรกเขายอมตายเสียดีกว่า

แปะ แปะ แปะ เขาใช้หัวหยักฟาดดุนดันไปมาจนกลีบท้อนางอ้าออก วันนี้เขาวางแผนมาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรวันนี้นางที่คลานอยู่ตรงหน้าเขาต้องถูกเขาแทงเข้าไปข้างใน

เขาเอื้อมมือเข้าไปในอกเสื้อควักหินก้อนเล็กๆ ก่อนหนึ่งออกมามือข้างหนึ่งก็จับแท่งเนื้อเขี่ยไปมารูร่องนาง เนื่องจากนางคลานอยู่กับพื้นจึงมองไม่เห็นการกระทำของเขา

“อือ เขี่ยไวๆ เกาต้าข้ากำลังเสียวเลย” นางเร่งเขาเนื่องจากยามนี้นางใกล้จะถึงสวรรค์แล้ว

ขณะที่นางกำลังเสียวถึงขีดสุดจนเข่าที่ยันพื้นทั้งสองข้าสั้นละริก ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เกาต้าดีดหินก้อนหนึ่งออกจากนิ้วไปยังสะโพกม้าเบื้องนอก

“เพี๊ยะ ฮี้ๆๆ” ม้ายามสะดุ้งตกใจต้องกระโดดย่ำไปมาอยู่กับที่ จังหวะนั่นเองลู่อวี่เซียนที่คลานเข่าอยู่ในรถม้าพลันกระเด้งไปมาตามแรงกระแทก เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก เนื่องจากช่องทางของนางมีน้ำไหลฉ่ำเยิ้มออกมามากอยู่ก่อนแล้ว นางเมื่อเด้งไปตามแรงโครงเครงของตัวรถพลันมีอยู่จังหวะหนึ่งที่นางเด้งถอยหลังไปทางเกาต้าที่ตั้งท่าคอยอยู่ก่อน

“อ๊ะ โอ้ย” นางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

แท่งเนื้อขนาดใหญ่ที่ตั้งจ่อรออยู่ปากประตูหยก เมื่อนางถอยหลังมากลับไหลเข้าสู่ร่องนางอย่างง่ายดาย เขามองดูหยดเลือดพรหมจรรย์นางที่ไหลผสมกับน้ำใสของนางหยดไปตามเรียวขา

“โอ้ คุณหนูท่านไฉนพุ่งเข้ามาหาเราเช่นนี้” เขาแสรงทำเป็นตกใจเอ่ยปากคำแรกก็กล่าวโทษนางว่าเป็นคนพุ่งเข้าใส่แท่งเนื้อเขาเอง

“โอ้ย ฮือ ฮือ ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าเอาออกไปก่อนเร็วๆ”

ตอนนี้นางทราบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น นางเศร้าเสียใจมาก นี่แสดงว่านางต้องสูญเสียพรหมจรรย์ง่ายๆ เช่นนี้หรือ แล้วนางจะแต่งออกไปได้ยังไง ฮือ ฮือ

“เจ้าดึงออกมาเร็วๆ ข้าไม่มีอารมณ์แล้ว” ยามนี้นางเพียงแค่อยากกลับบ้านไปนอนร้องให้กับความผิดพลาดนี้

“ดึงออกมาไม่ได้คุณหนู หากถอนดึงออกมาตอนนี้ท่านก็ไม่สามารถรักษาพรหมจรรย์ได้แล้ว”

เขากล่าวหลอกลวงนาง ความจริงเขาหวังเพียงได้กระแทกนางให้สะใจซักครั้ง เพียงแต่เมื่อเขาพูดออกมาเช่นนี้เขาพลันนึกได้วิธีหนึ่งที่จะทำให้นางยังคงเสมือนสาวพรหมจรรย์ยามเข้าหอในคืนแต่งงาน

“เจ้าพูดจริงหรือ เรายังสามารถรักษาพรหมจรรย์ไว้ได้”

“จริงแท้ไม่แปลกปลอม เรารับประกันคืนเข้าหอคุณหนูยังคงเป็นสาวพรหมจรรย์แน่นอน”

นางฟังว่าเขามีวิธีรักษาพรหมจรรย์นางได้ก็ยินดียิ่ง ยามนั้นนางถามออกไปอีกหลายความ เขากลับไม่ตอบอะไรเพียงแค่ยกขานางขึ้นข้างหนึ่ง จากนั้นเขาก็เด้งเอวใส่นางอย่างแรง

“พับ พับ พับ” คุณหนูให้ข้าเสร็จเรื่องก่อนข้าจึงบอกท่าน

“อ่า อ่า เจ้าไม่โกหกเรา”

“ไม่แน่นอน ขอเพียงเราเสร็จในกายท่านซักครั้งเราจะบอกออกไป” เขาซอยเอวเข้าออกพลางก้มลงไปมองจุดที่เชื่อมต่อกัน ยามนี้กลีบเนื้อเล็กๆ ของนางปลิ้นเข้าปลิ้นออกตามแรกกระชากของแท่งเนื้อเขา

หึ หึ เจ้าสูงส่งนักหรือ สุดท้ายก็แค่สุนัขตัวหนึ่งให้ข้าขึ้นขี่ เขาคิดในใจยามควบขับมารดานางก็เป็นเช่นนี้ ยามนี้ยังได้ขึ้นขี่บุตรสาวนางอีกคน ลู่เจาฉงดูถูกดูแคลนเขา ยามนี้เขาได้ขึ้นขี่ทั้งเมียทั้งลูกเขาแล้วช่างสมใจอยากเขานัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บทก่อนหน้า
บทถัดไป