บทที่ 5 นายหญิงที่ 5 คุณชายเย่

นายหญิงที่ 5

คุณชายเย่

นับจากวันที่นางเสียความบริสุทธิ์ ให้บ่าวไพร่อัปลักษณ์นั้น เวลาก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว นางในวัย 16 งดงามเป็นหนึ่งในเมืองหลวง ไม่ว่าจะด้านความสามารถ พิณหมากภาพวาด หรือจะร่ายรำแต่งบทกลอน ฝีมือนางจัดอยู่ในขั้นผู้มีพรสวรรค์

ยามนี้มารดานางเริ่มมองหาตระกูลที่ดีให้แก่นางแล้ว นางถูกแม่สื่อทาบทามเยอะมากจนบิดานางต้องประกาศออกไปว่า หากบุตรีไม่พึงใจเขาจะไม่บังคับนางให้แต่งออก

ยามนั้นกระแสสังคมการแต่งง่านล้วนขึ้นอยู่กับบิดามารดาไหนเลยให้ผู้บุตรเป็นคนตัดสินใจ เรื่องครั้งนี้กลับส่งเสริมให้ชื่อเสียงของนางดังกระฉ่อนขึ้นไปอีก

สตรีที่ถูกผู้คนยกย่องกล่าวขานว่าเป็นหญิงงามมากความสามารถ ตอนนี้กลับไม่ได้กระทำเรื่องดีงามอะไรอย่างที่ผู้คนว่ามา

ยามนี้นางอยู่ในคอกม้าสกปรกห่างจากเรือนของตัวเองมากโข เนื่องจากนางถึงวัยออกเรือนแล้ว เรื่องอะไรที่ไม่ดีไม่งามหรือออาจทำให้ชื่อเสียงนางด่างพร้อยได้ นางต้องระวังให้มาก

นางนอนถ่างขาอยู่บนกองฟางที่ถูกปูด้วยผ้าเนื้อหยาบสองชั้น ก้อนฟางถูกนำมาจัดวางให้สูงอยู่ในระดับที่บุรุษเตี้ยเล็กผู้นี้กระทำการกระแทกนางได้อย่างถนัด

“เจ้าว่าข้าควรแต่งให้กับผู้ใดดี” หน้าอกนางกระเด้งไปมาตามแรงกระแทก นางถอดเสื้อผ้าออกหมดเพราะกลัวเลอะเทอะ ปทุมถันสีชมพูบัดนี้ตกอยู่ในปากของเจ้าหลังค่อมข้างหนึ่ง

“จ๊วบ คุณหนูหากแต่งเข้าวังต้องอยู่แต่กับขันทีฮ่องเต้ชราชั่วชีวิต” เขาทราบว่านางไม่มีทางแต่งไปเป็นสนมฮ่องเต้แน่นอน นางที่ตอนนี้ขาดแท่งเนื้อเขาไม่ได้แม้แต่วันเดียวจะอดทนใช้ชีวิตในวังหลวงได้อย่างไร

“หากคุณหนูแต่งให้กับองค์ชายซักคน ตอนนี้ฮ่องเต้ชรามากแล้ว วันใดวันหนึ่งผลัดเปลี่ยนแผ่นดินหากคุณหนูเลือกผิดคนใยไม่เป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อม”

“พับ พับ พับ”

เขาคายปทุมถันนางออกจากปาก เงยตัวขึ้นมาจับขานางถ่างออกจากกันให้กว้างขึ้น นี่เป็นคอกม้าที่มีเขาดูแลเพียงผู้เดียว คอกมีม้าสิบกว่าตัว ม้าแต่ละตัวหายใจดังฟึดฟัดย่ำเท้าไปมา กลับเป็นการช่วยกลบเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงครางของนางได้ทางอ้อม

เขาจัดให้คอกกั้นกลางห้องที่สมควรมีม้าพ่วงพีอาศัยอยู่ ยามนี้ถูกนำมาใช้เป็นห้องพิเศษที่เขามักนำนางลู่อิงซื่อหรือคุณหนูอวี่เซียนมาขึ้นขี่เล่น ยามนี้นายหญิงใหญ่ของบ้านทราบแล้วว่าเขาเองก็สามารถขึ้นขี่บุตรีนางได้ เพียงแต่นางไม่อาจห้ามความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้

“อือท่านขมิบตอดรัดข้าหน่อย” เขาก้มองกลีบท้อนางที่ปลิ้นไปมา ยามนี้เขาส่งนางขึ้นสวรรค์ไปสองครั้งแล้ว ตัวเขาเองกลับยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

นางทำตามที่เขาร้องขอ ยามเขากระแทกเข้ามานางก็ขมิบตอบอย่างรู้งาน กลิ่นของเสียที่ม้าขับถ่ายออกมาไม่เป็นอุปสรรคกิจกรรมของคนทั้งสองแม้แต่น้อย

“พวกเจ้ารีบๆ หน่อย อวี่เซียนคุณชายเย่รอเจ้าอยู่ที่โถงใหญ่”

จู่ๆ นางลู่อิงซื่อก็เดินเข้ามาเร่งคนทั้งสองที่ควบขับกันอยู่

“ซีด..ท่านแม่ไฉนคุณชายเย่มาบ้านเราหรือ”

นางนอนรองรับการกระแทกของเกาต้าอยู่แท้ๆ กลับหันหน้าไปคุยกับมารดาโดยไม่อับอายแม้แต่น้อย นั่นเพราะบ่อยครั้งที่พวกนางแม่ลูกจะหาโอกาสมาให้เจ้าเกาต้าผู้นี้กระแทกพร้อมกัน

“พับ พับ พับ นายหญิงรอซักครู่ข้ายังไม่เสร็จเลย” สามปีที่ผ่านมาเขากุมความลับของนางลู่อิงซื่อไว้มากมาย ยามนี้เขาสามารถเอ่ยปากต่อลองเรื่องบางอย่างกับนางโดยตรงได้แล้ว

“ป็อก! เจ้าไปเอาท่านแม่ข้าต่อเถอะ ข้าไปแล้ว” ลู่อวี่เซียนเด้งตัวออกจากแท่งเนื้อเจ้าค่อม ไม่ว่าคุณชายเย่จะมาด้วยสาเหตุใดนางก็ยินดียิ่ง นางมีใจชมชอบคุณชายนั่นอยู่ไม่น้อย เขาอายุยังน้อยกลับมีตำแหน่งเป็นถึงแม่ทัพซานเจี้ยน

“เหลวไหล! เจ้ารีบแต่ตัวให้เขาดีๆ ผู้อื่นรออยู่นานแล้ว” นางกล่าวจบก็หันหลังเดินออกจากคอกม้าทันที เพียงแต่จู่ๆ ก็มีแรงดึงจากด้านหลังเหวี่ยงนางให้ล้มลงตรงที่บุตรสาวนอนอยู่เมื่อครู่

“เกาต้า เจ้าลุกออกไปวันนี้ข้าไม่ว่างเล่นกับเจ้า”

“ให้ข้าเสร็จก่อนข้าจะปล่อยท่านไป” เขาจับนางพลิกคว่ำลงไปกับกองฟาง ดึงทึ้งกางเกงแพรอ่อนนุ่มนางออก ก็สอดใส่เข้าไปทันที

นางลู่อิงซื่อได้แต่ถอนหายใจปล่อยให้เขาควบนางอยู่นานสองนาน สุดท้ายเขาทนไม่ไหวต้องหลั่งเข้ามาในกายนาง นางรับรู้ได้ถึงบางอย่างกระตุกอยู่ภายใน

“เจ้าเอาออกไปได้แล้ว” เขากลับแช่ไว้ไม่ยอมถอนกลับไปซักทีนางจึงเอ่ยปากเตือน…


ภายในโถงใหญ่

หลังจากเย่หลงได้พบหน้าอวี่เซียนแล้วเขาก็จากไปด้วยความยินดีปรีดา เขามาวันนี้เพื่อออกปากฝากรักกับนางตรงๆ ตอนนี้เมื่อได้คำมั่นสัญญาแล้วว่านางยินดีแต่งให้ เขาจึงรีบกลับบ้านไปบอกบิดามารดาให้จัดขบวนสู่ขอในอีกครึ่งเดือน

“เจ้าคิดดีแล้วหรือที่จะแต่งให้เย่หลง”

“มีอันใดไม่ดีท่านพ่อ หรือว่าท่านคิดว่ามีคนที่ดีกว่าเขา”

เป็นจริงอย่างนางว่า หากคิดให้ดีๆ ก็ไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับเขา นับว่าบุตรสาวผู้นี้ฉลาดไม่น้อย ในบรรดาตัวเลือกบุตรเขยของเขามีทั้งผู้มีบรรดาศักดิ์ กง โหว ป๋อ แม้กระทั่งองค์ชายทั้งสามก็หมายจะแต่งบุตรสาวเขาไปเป็นชายา

เพียงแต่เขายังไม่โง่พอที่จะเลือกตัวเลือกสิ้นคิดเหล่านั้น อย่าเห็นว่าพวกเขามีฐานะสูงส่ง ความจริงทั้งหมดเป็นเพียงเปลือกนอก เหล่าผู้มีบรรดาศักดิ์ในเมืองส่วนมากมีแค่ตำแหน่งลอยที่สืบทอดกันมา

แม่แต่เหล่าองค์ชายฐานะสูงส่ง ก็ไม่มีอำนาจอันใด เพียงแต่พวกเขาถือว่าตนมีสายเลือดมังกร แม้ตนเองไม่มีอำนาจแต่กลับแสวงหากันจนบาดเจ็บล้มตาย

หากแต่งให้องค์ชายใดองค์ชายหนึ่งก็เหมือนเลือกลงเรือ หากลงผิดลำทั้งครอบครัวเขาต้องพินาศแล้ว

“นับว่าเลือกได้ดี สมแล้วที่เป็นบุตรีเรา ฮ่า ฮ่า”

เขาเห็นว่าบุตรีสายตาเฉียบแหลม แม่เย่หลงจะไม่มีบรรดาศักดิ์ แต่เขาเกิดในตระกูลทหาร เพียงแค่ครอบครัวเขาสายเดียวก็มีแม่ทัพขั้น 3 อยู่ถึง 5 คนแล้ว

เพียงแต่บุตรสาวสุดสวาทเขากลับไม่ได้คิดอ่านลึกซึ้งเช่นเดียวกับบิดา นางเพียงคิดว่าเย่หลงมีรูปร่างสูงใหญ่ซ้ำหน้าตายังดูดียิ่ง เมื่อเขาสูงใหญ่กว่าเจ้าค่อมปานนั้น สิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงเขาจะใหญ่โตเพียงใด เพียงแค่คิดนางก็เริ่มคันแล้ว

เวลาผ่านไปหลายวัน ข่าวคราวที่นางเตรียมแต่ออกให้ตระกูลเย่พอถูกปล่อยออกไปก็เกิดคลื่นลมในราชสำนักขึ้นลูกหนึ่ง

องค์ชายสามผู้ยึดมั่นในตัวหญิงงามเมื่อทราบข่าวมงคลนี้ถึงกลับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เช้าวันรุ่งขึ้นเขาเข้าเฝ้าฮองเฮาที่เป็นมารดาแท้ๆ เขายอมไม่ได้ที่อวี่เซียนจะตกเป็นของเจ้าเย่หลงนั่น

เดิมทีไม่ก็ไม่ถูกกับเจ้าบัดซบนั่นอยู่แล้ว พอมีเรื่องหญิงในดวงใจเข้ามาเกี่ยวข้อง เขายิ่งยอมไม่ได้เข้าไปอีก เขาชมชอบอวี่เซียนมานานเดิมเคยเอ่ยปากกับอาจารย์ออกไปตรงๆ แล้ว แต่อีกฝ่ายกับแบ่งรับแบ่งสู้มาเรื่อยๆ

ยามนี้เขาเมื่อยอมยกลูกสาวให้เย่หลง แสดงว่าไม่ได้เห็นองค์ชายอย่างเขาอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

เขาพกพาความคุ้นแค้นไปพบมารดา หวังให้นางคุยกับเสด็จพ่อของสมรสพระราชทานให้

เพียงแต่ไม่ใช่เขาที่คิดเช่นนี้เพียงคนเดียว วันนั้นเกิดเรื่องที่สะเทือนเมืองหลวงขึ้นในตำหนักฮองเฮา องค์ชายสาม องค์ชายสี่และองค์ชายห้า ทุกคนกลับมายังตำหนักฮองเฮาพร้อมเพียงกันโดยมิได้นัดหมาย

ยามนั้นพออีกฝ่ายต่างทราบว่า ต่างคนต่างมาขอให้มารดาขอสมรสพระราชทานจากเสด็จพ่อให้ ปกติที่ทั้งสามคนไม่ค่อยลงลอยกันอยู่แล้ว วันนั้นถึงขั้นลงมือลงเท้าต่อกัน

องค์ชายทั้งสามต่างมีผู้ติดตามของตนเอง เมื่อเจ้านายตีกันพวกเขาคราแรกยังดูชมอยู่ห่างๆ แต่พอมีเจ้านายคนหนึ่งสั่งให้ช่วยเหลือผู้ติดตามทุกคนก็กลายเป็นสุนัขรับใช้ กระโดดร่วมวงเข้าไปคลุกฝุ่นร่วมกับเจ้านาย

กว่าฮองเฮาจะสั่งคนให้แยกคนกลุ่มนี้ออกมาได้ พวกเขาก็หัวแตกหัวโนกันหมดแล้ว

เหล่าองค์ชายทั้งสามยังย่ำแย่ยิ่งกว่า แต่ละคนตาปูตาดำราวกับหมีแพนด้า เรื่องราวในวังหลังที่ผ่านมาไม่เคยเป็นความลับ ไม่ถึงครึ่งวันข่าวที่องค์ชายตะรุมบอลแย่งหญิงงามก็ถูกส่งออกไปเบื้องนอก

สองวันให้หลังอวี่เซียนพอทราบเรื่อง นางต้องหัวร่อคิกคักออกมา

“คิก คิก ฟังว่าพวกเขาทุบตีกันจนหัวแตกจริงหรือ” ลู่อวี่เซียนผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องยามนี้อยู่ในรถม้าที่จอดอยู่ในป่าข้างวัดแห่งหนึ่ง นางพอหัวเราะคิกคักคนที่นอนรองรับสะโพกที่ทิ้งลงมาเบื้องล่างก็กลั้นต่อไปไม่ไหว เขาต้องทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“อ่า อืม คุณหนูท่านอย่าทำไปหัวเราะไปได้หรือไม่ข้ากลั้นเอาไว้ไม่อยู่ทุกครั้งเลย”

นางลุกออกจากตัวเขาจัดกระโปรงให้เข้าที่เข้าทาง

“เจ้ามั่นใจว่าวิธีของเจ้าตบตาเย่หลงได้แน่นอนหรือ”

นางเองไม่ค่อยเขาใจในวิธีการของเขา หากคืนเข้าหอเย่หลงพบว่านางไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์เช่นนั้นนางก็จบสิ้นแล้ว

“โถ่คุณหนูท่านเชื่อใจข้า นี่เป็นวิธีที่ชาวบ้านทางเหนือใช้ตบตาผู้คนยามแต่งออก” เขาความจริงเป็นราษฎรชั้นต่ำทางเหนือ ชาวเหนือนิยมมั่วสุมกันก่อนแต่งงาน น้อยคนจะครองตนบริสุทธิ์ไว้ได้ก่อนมีสามีเป็นตัวเป็นตน

แต่ว่าเหล่าสตรีทางเหลือกลับมีเคล็ดลับบางอย่าง เอาไว้ใช้ตบตาผู้เป็นสามียามเข้าหอ

“เมื่อถึงวันแต่งงานข้าจะเตรียมสิ่งนั้นให้ท่าน”

เขากล่าวจบพลันเอื้อมมือไปลูบก้นนาง เนื่องจากนางยืนก้มหัวจัดกระโปรงอยู่เขาจึงลูกคลำไปตามขาอ่อนนางจนถึงบั้นท้าย

“คุณหนูท่านเมื่อถูกข้าเปิดบริสุทธิ์ประตูหน้า ยังคงยกประตูหลังให้ข้าอีกรูเถอะ”

นางอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอเขา แต่นางกับเขาทุกวันนี้ก็ไม่ได้ขวยเขินหรือถือดีอะไรเหมือนสมัยก่อน นางยอมให้เขาขึ้นขี่มาสามปีเต็มความอับอายหรือรังเกียจอะไรตอนนี้ไม่มีแล้ว

นางเองก็ไม่ได้รักเขาแต่ก็ไม่ได้รังเกียจเขา นางชอบเวลาที่เขาปรนเปรอความสุขให้ นางนิ่งคิดเพียงครู่เดียวก็คุกเข้าไปทางหน้าต่างรถม้า เขากลับเอื้อมมือไปเปิดหน้าต่างรถม้าออก

“คุณหนูท่านชมดูนกกาภายนอก”

“อย่าทำให้ข้าเจ็บจำไว้” นางใช้มือเกาะขอบหน้าต่างสายตากลับมองทอดยาวออกไปยังป่าไม้ไกลตา

เกาต้าใช้มือตวัดกระโปรงนางขึ้น จากนั้นใช้แท่งเนื้อเสยเข้าไปกระแทกประตูหยกที่มีน้ำขาวขุ่นของเขาหลงเหลืออยู่ห้าหกครั้ง

ป็อก! เขาชักออกมาจากรูด้านล่าง ยามนี้แท่งเนื้อเขาอาบไปด้วยน้ำรักของนางและเขาจนเขาวาว

“คุณหนูข้าจะเข้าไปแล้ว”

เขาใช้นิ้วมือปาดเช็ดน้ำที่อยู่รูล่างขึ้นมารูบน หัวทุยถูกดุนดันเข้ามา คราแรกที่เขามุดเข้ามานางเจ็บปวดจนต้องใช้ปากกัดขอบหน้าต่างรถม้า นางกัดแรงจนฟันน้อยๆ ฝังลึกเข้าไปในเนื้อไม้

“อืม คุณหนูท่านอย่าเกร็ง” เขากดเข้าไปกว่าครึ่งลำแล้วแต่เขาพบว่าตอนนี้ขยับต่อไปไม่ได้เพราะนางเกร็งประตูหลังบีบรัดเขาไว้แน่น

แช่ไว้นานสองนานกว่าแรงบีบรัดนางจะคลายตัวออก เขาขยับสะโพกดันเข้าไปจนสุด พบว่าตอนนี้ช่องทางสะดวกแล้วจึงสาวเอวนางเข้าหาตัวและกระแทกออกไปโดยแรง

“พับ พับ พับ” ซีด..คุณหนูท่านเสียวเหมือนกันมั้ย

เขาสูดปากเสียวซ่านกับความรู้สึกโอบรัดของประตูหลังนาง นี่ราวกับเขาได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อสามปีก่อนตอนที่เขาเปิดบริสุทธ์นางใหม่ๆ

“โอ้ย เสียวกะผีสิ เจ้าออกไปเดียวนี้เจ็บจะตายอยู่แล้ว”

นางไม่รู้รสชาติแม้แต่น้อย เจ้าค่อมที่อยู่ข้างหลังกลับไม่ได้สนใจนางเลยยามนี้ เขายังคงกระแทกนางด้วยความเร็วคงที่จนนางหัวสั่นหัวคลอน “หากยังไม่เอาออกไปข้าจะฆ่าเจ้า ฮือ ฮือ”

นางพอสาดอารมณ์ออกไปต้องนึกย้อนกลับมาแค้นใจตนเองนักไฉนจิตใจอ่อนไหวจนยอมให้เขาเล่นการละเล่นเด็ดดอกไม้หลังสวนเช่นนี้ ฮือ ฮือ

“พับ พับ พับ” กระแทกแบบนี้บ่อยๆ ก็ไม่เจ็บแล้วคุณหนู

เขาหาสนใจว่านางจะร่ำร้องอันใด เขาเพียงตั้งหน้าตั้งตาคว้าเอวนางไว้ให้แน่นแล้วกระแทกเอวออกไปแรงๆ “…”


บทก่อนหน้า
บทถัดไป