บทที่ 6 บริสุทธิ์

บริสุทธิ์

งานแต่งงานคุณชายเย่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ขบวนสินสอดยาวจนนับไม่ไหว เย่หลงนั่งอยู่บนหลังม้าพ่วงพีในชุดเจ้าบ่าวสีแดง วันนี้เขามีความสุขยิ่ง หญิงงามในดวงใจบัดนี้นั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามของเขา

เย่หลงพบพาความยินดีก้าวเข้าประตูคฤหาสน์ แม้แต่พิธีคำนับฟ้าดินบิดามารดาเขาก็กระทำราวกับร่างไร้วิญญาณ ยามนี้จิตใจเขาจดจ่ออยู่กับคืนส่งตัว

หลังพิธีการต่างๆ จบสิ้น สหายมากหน้าหลายตาต่างพากันฉุดดึงเขาไปกรอกสุรา ยามนี้เขาเริ่มเมามายแล้ว

“ฟ้ามืดแล้วพวกท่านแยกย้ายเถอะ คืนเข้าหอมีค่าดังทองคำพันชั่ง อย่าได้ทำให้เราพลาดโอกาสดีงาม ฮ่า ฮ่า”

หลังจากเขาขับไล่ไสส่งสหายออกไป ก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรีบร้อน เขาขับไล่หญิงรับใช้ออกไปปิดประตูลงดาล จากนั้นเดินอ้อมฉากกั้นเข้าไปยังห้องชั้นใน

บนเตียงนั่งไว้ด้วยเจ้าสาวในชุดผ้าคลุมหน้า เขาเพียงมองเห็นนางนั่งสงบนิ่งอยู่ตรงนั้นช่วงล่างตนเองก็แข็งตั้งตรงพร้อมให้งานแล้ว

“อวี่เซียนเปาเป่ย ให้ข้าเถอะนะข้าทนไม่ไหวแล้ว”

เขาพุ่งเข้ากดนางลงกับที่นอน ไม่แม่แต่จะเปิดผ้าคลุมหน้าหรือปลดมงกุฎหงส์ของนางออกก็ลงมือดึงทึ้งกางเกงชั้นในของนางทันที

นางถูกจับกดลงไปกับที่นอน เย่หลงวุ่นวายอยู่กับการถอดกางเกงในนาง จนไม่ได้สนใจผ้าคลุมหน้าที่ปิดบังใบหน้านางอยู่ นางอดดูแคลนเขาไม่ได้ “เฮอะ บุรุษต่อให้มีอำนาจปานใด สุดท้ายยังต้องคุกเข้าอยู่ใต้หว่างขานาง”

นางแสร้งขัดขืนเขาพอเป็นพิธียามเขาแยกขานางออกจากกัน เนื่องจากนางใช้งานประตูหยกของนางทุกวัน นางจึงดูแลรูร่องนี้เป็นพิเศษ มารดานางมีสูตรลับที่สืบทอดกันมาจากหมอตำแยมากประสบการณ์ สูตรลับนี้กลับทำให้กลีบท้อนางแม้ผ่านการใช้งานอย่างหนัก แต่ยังคงสภาพปิดสนิทและยังคงไว้ด้วยสีชมพูงดงาม

“อวี่เซียนเจ้าแยกขาออกให้ข้านะ” เขาพยายามง้างขานางออกจากัน แต่นางชันเข้าหนีบขาเข้าหากันไว้ ไม่ยอมให้เขาได้เห็น

จู่ๆ ขาของนางก็คลายออกจากกัน เขายินดียิ่งรีบถ่างให้อ้าออก ที่ปรากฏในสายตากลับเป็นประตูหยกสีชมพูปิดสนิทสวยงาม เขาอดใจไม่ไหวต้องก้มลงใช้ชิวหาปาดเลียไปตามรอยแยก

นางแสร้งทำเป็นเขินอายบอกเขาว่าอย่าเตะต้องตรงนั้นนาง เขาเองก็ปวดหนึบแกนกล้ายเต็มทีไม่ต้องการจะเสียเวลาเล้าโลมนาน เขาดันหัวเข่านางออกจากกันจากนั้นใช้ท่อนเนื้อเขี่ยไปมาให้กาบหอยนางอ้าออก

ยามนี้ลู่อวี่เซียนขมิบปากประตูไว้สุดชีวิตยามเขาดุนดันเข้ามา นางรับรู้ถึงแท่งเนื้อที่กำลังไหลเข้ามาในรูร่อง

“อ่า คับแน่นนัก น้องหญิงเจ้าไม่ต้องกลัวสามีไม่ทำให้เจ็บปวด” เขาพอเข้าไปต้องพบกับความฝืดเคืองและคับแน่น นี่เป็นความรู้สึกยามเปิดบริสุทธิ์จริง ยามนี้เขาก้มลงมองจุดที่เชื่อมต่อกัน เลือดสีเข้มไหลออกมาจากรูร่องนาง หยดลงไปยังผ้าขาวที่ใช้ปูไว้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์เจ้าสาวยามเข้าหอ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าไม่ได้ฝันไป ข้าไม่ได้ฝันไป” เขาหัวเราะในใจ นี่คือหญิงงามที่ทุกผู้คนต่างใฝ่ผัน ยามนี้กลับนอนอ้าขาถูกเขาเปิดบริสุทธิ์

นางแสร้งเป็นเจ็บปวดยิ่ง ร้องขอให้เขาหยุดยัดเยียดเจ้าสิ่งนั้นเข้ามา นางร้องไห้กระซิก กระซิก อ้อนวอนขอให้เขาหยุดกระทำ เพียงแต่ความจริงนางกลับกำลังก่นด่าเขาในใจ

เราหลงนึกว่าเขารูปร่างสูงใหญ่ต้องมีของดีติดตัวใหญ่ไม่น้อยแน่ ไฉนเขากลับไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด “โอ้ ต่อแต่นี้เราจะมีชีวิตสุขสมได้อย่างไรหากต้องอยู่กับเจ้าผู้นี้ไปชั่วชีวิต”

ยามนี้นางถูกเขากระแทกเอวจนร่างน้อยๆ ของนางเด้งขึ้นเด้งลง เพียงแต่ถึงเขาจะกระแทงนางได้แรงแค่ไหน นางกลับแทบไม่รู้สึกถึงความเสียวเลย ขนาดของเขายังไม่ได้ครึ่งเจ้าค่อมด้วยซ้ำ

“พับ พับ พับ” เย่หลงไม่ทราบความคิดนาง เขามีความสุขกับการได้มองดูแท่งเนื้อตนเองหายเข้าไปในรู่ร่องแล้วโผล่ออกมายามเขากระชากกลับ ตอนนี้รูร่องนางเริ่มขยายให้เขาเข้าออกได้สะดวกแล้ว ไม่เหมือนกับตอนแรกที่บีบรัดเขาไว้แน่น

“โอ้ย ท่านพี่ข้าเจ็บ” นางหลอกลวงเขาด้วยจริตมารยา ยามนี้ผ้าคลุมหน้านางยังไม่ถอดออกจึงมองไม่เห็นสีหน้าที่เรียบเฉยของนาง

“อืม อ่า อ่า” เย่หลงกระแทกไปเพียงครู่เดียวเขาก็ปลดปล่อยออกมา

เย่หลงฟุบอยู่บนหน้าท้องนาง เขายังไม่ถอดถอนแกนกายตนเองออกจาประตูหยกนาง ความจริงเขาตั้งใจจะกระแทกนางต่ออีกซักยก เพียงแต่ด้วยความเมาและเพลียจากการกระแทกนางเมื่อครู่จึงเผลอหลับไป

ลู่อวี่เซียนที่นอนแผ่อยู่บนเตียงถูกผ้าคลุมหน้าปิดอยู่ นางอดชื่นชมวิธีการของเกาต้าไม่ได้ วิธีการของเขากลับหลอกเจ้าเย่หลงผู้นี้จนเขาเชื่อสนิทว่าเขาเป็นผู้เปิดบริสุทธิ์นางคนแรก

นี่ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 2 ชั่วยามก่อนที่นางจะถูกส่งเข้าห้องหอ ยามนั้นเกาต้านำของสิ่งหนึ่งแอบมอบให้นาง เขาบอกให้นางยัดใส่ไว้ในประตูหยกก่อนที่เย่หลงจะเข้ามาในห้อง

เกาต้าบอกว่าสิ่งนี้คือเลือดปลาไหลที่ห่อด้วยหนังไส้อ่อนของหมูถูกรัดไว้จนเป็นก้อนกลมๆ เขาบอกว่ายามยัดเจ้าของสิ่งนี้ไว้ในรูร่อง ยามบุรุษสอดใส่เข้ามาก็ให้นางขมิบรัดแท่งเนื้อเขาไว้อย่าให้เขาเข้ามาได้โดยง่าย เมื่อเขาสามารถสอดใส่เข้ามาได้แล้วยามหัวหยักกระแทกโดนก้อนกลมๆ เขาก็จะแตกออก ส่งผลให้เลือดปลาไหลที่อัดแน่นไว้ภายในไหลออกมา

เป็นเช่นนี้เองเย่หลงที่คิดว่าตนเองได้ครอบครองสตรีดีงามจึงถูกตบตาอย่างแนบเนียน

วันเวลาผ่านไปอีก 5 ปี

ยามนนี้ ลู่เจาฉงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเสนาบดีแล้ว บุตรเขยเขาคุมทหารสองแสนนาย ตัวเขาเองก็เป็นเสนาบดีหนึ่งในสามของราชสำนัก ยามนี้ตระกูลเขานับว่ามีอำนาจบารมีอย่างมาก

ไม่ว่าเขาจะไปยังที่ใด ทุกผู้คนที่พบเจอเขาต้องค้อมศีรษะคราวะให้แก่เขา เรื่องราวต่างๆ ในราชสำนักหรือความเป็นไปของบ้านเมืองเขาทราบกระจ่างราวกับเส้นลายมือตนเอง แต่เขากลับไม่ล่วงรู้ความเป็นไปของหลังบ้านตนเอง 

นางลู่อิงซื่อเนื่องจากยกเกาต้าให้ตามไปรับใช้บุตรสาวที่บ้านเขยขวัญ ยามนี้นางมีคู่ขาใหม่แล้ว

ยามนี้เสนาบดีงานการรัดตัว หากไม่มืดค่ำไม่กลับบ้านกลับช่อง อย่าว่าแต่เขาอายุมากแล้วยามร่วมรักกับนางก็แทบไม่รู้สึกอันใด นางจึงไม่หวังให้เขาตอบสนองความต้องการตรงจุดนี้

วันนี้สามีนางออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อเข้าวัง ลับหลังสามีออกไปไม่นาน นางก็ตรงไปยังเรือนบ่าวรับใช้หลังหนึ่ง

“เร็วๆ เข้า วันนี้ข้ายังมีเรื่องต้องกระทำต่อ”

นางลู่อิงซื่อพอเข้ามาถึงก็รีบคลานไปบนเตียงบ่าวชายนั่น บ่าวรับใช้ผู้นี้รู้งานเป็นอย่างดี จึงรีบก้าวตามไปประกบนางทางด้านหลัง เขาตวัดกระโปรงนางขึ้นก็พบร่องรักที่ฉ่ำนองอยู่ก่อนแล้ว

วันนี้นางถึงกับไม่ใส่กางเกงและกางเกงในมาหาเขา ...

วังหลัง ณ ตำหนักซูเฟย

ซูเฟยในวัย 36 ยังคงดูสวยงามน่ารัก นางเข้าวังตั้งแต่อายุ 14 จากนางในเล็กๆ บัดนี้นางเลื่อนขั้นเป็นชั้นเฟย ช่วงเวลาโหดร้ายที่ผ่านมานางทั้งพบเจอคลื่นลมมรสุมในวังหลังแห่งนี้นับครั้งไม่ถ้วน

เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ใช่คลื่นลมที่ซัดใส่นางโดยตรง

“ท่านแม่ท่านต้องช่วยข้า” องค์ชายรองบัดนี้นั่งกุมมือนางอยู่ภายในตำหนัก วันนี้เขาเจ็บแค้นน้ำใจนัก เขาอยู่ในวังแห่งนี้กลับโดนผู้อื่นรังแกซึ่งๆ หน้าเขายังเอาคืนไม่ได้

“เมื่อไม่มีเรื่องขอร้องก็ไม่คิดมาหาเราหรือ” เขาไม่มาหานางเกือบเดือนแล้ว หากไม่มาขอความช่วยเหลือนางคงไม่ได้เห็นเขาสินะ

โถ่ ท่านแม่ท่านอย่าน้อยใจไปเราไหนเลยไม่คิดมาหาท่าน เพียงแต่เรามีความคับแค้นใจของเรา ท่านก็ไม่ใช่ไม่ทราบยามนี้ฮ่องเต้ประชารหนัก รัชทายาทเห็นเราเป็นที่ขัดตาตลอดมา ยามใดเขาขึ้นเป็นฮ่องเต้ท่านคิดว่าเขาจะปล่อยให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไปหรือ

เขาแสร้งทำท่าเศร้าเสียใจเพื่อให้มารดาช่วยเหลือ ยามนี้เขาต้องการอำนาจก็ไม่มี ต้องการทหารก็ไม่มี คนในตำหนักเขากว่าครึ่งก็ไว้ใจไม่ได้ แต่ละคนถ้าไม่ใช้หูตาฮ่องเต้ ก็เป็นหูตาฮองเฮาและรัชทายาท

วันนี้เขาเดินเล่นอยู่ในอุทยานของเขาดีๆ กลับพบเจอขุนนางขบวนหนึ่ง ยามนั้นเขาหยอกเย้านางกำนัลน้อยหลายนางอย่างเบิกบานเจ้าขุนนางพวกนั้นกับเข้ามาต่อว่าเขา บอกเขาเป็นองค์ชายสูงศักดิ์ สมควรจะสำรวมตนให้มาก

เขาแค้นแทบตายจึงลงมือทุบตีพวกนั้น พวกเขากลับวิ่งไปฟ้องร้องฮ่องเต้ นั้นเสด็จพ่อของเขาแท้ๆ บุตรชายตนเองถูกเหยียดหยาม เขากลับไม่เข้าข้าง ซ้ำยังเอ่ยปากสั่งสอนเขาหลายคำต่อหน้าขุนนางมากมา เช่นนี้จะให้เขาเอาหน้าไปไว้ไหน

“ท่านแม่หากท่านไม่ช่วยข้าครั้งนี้ข้าจะไปผูกคอตาย”

เขาเอาชีวิตข่มขู่มารดาเขา

เจ้าไม่ต้องเอาชีวิตมาข่มขู่เรา มีครั้งไหนเจ้าขอร้องแล้วเราไม่ช่วย นางรักเขาแทบตายไหนเลยปล่อยให้เขาถูกผู้อื่นรังแก

“ท่านแม่เราต้องการกำลังทหารท่านหาให้เราได้หรือไม่”

นางผงะไปเล็กน้อย เรื่องอื่นยังพอว่าหากเป็นเรื่องนี้ก็ลำบากแล้ว วังหลังไม่ยื่นมือยุ่งเกี่ยวงานราชการ นี่เป็นกฎปฏิบัติทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ในความเป็นจริงจะมากจะน้อยสตรีฮ่องเต้แต่ละนางล้วนซ่องสุมลับๆ กับขุนนางฝ่ายนอกเพื่อแย่งชิงอำนาจกัน

ยามนี้บุตรชายนางเอ่ยปากเช่นนี้ หมายความว่าเขาคงถึงทางตันจริงๆ ฮ่องเต้คงอยู่ได้อีกไม่นานหากเขาไม่ทำอะไรซักอย่าง เวลานั้นพอมาถึงเขาอาจไม่เหลือทางเดินแล้ว

“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกลัว เราเตรียมการให้เจ้าไว้นานแล้ว เจ้าเมื่อมาหาเราด้วยเหตุนี้แสดงว่าเจ้าเติบใหญ่รู้ความแล้ว”

“ท่านไม่หลอกลวงเราหรือท่านแม่” เขายามดีใจต้องพุ่งตัวเข้าไปกอดนาง

“วังหลวงกว้างใหญ่ เรากลับรักเจ้าผู้เดียวไม่ให้เราปกป้องเจ้าเราจะไปปกป้องผู้ใด” นางลูบหัวปลอบโยนเขาด้วยความรัก

“ท่านแม่เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน” เขาเมื่อได้ในสิ่งต้องการก็อยากกลับไปดื่มสุราฉลองเมาให้สะใจซักตั้ง

“เหอะ ได้สิ่งที่ต้องการก็จะกลับเลยหรือเจ้านี่เขาใจร้ายกับข้าจริงๆ” นางกระฟัดกระเฟียดในความไม่รู้ใจของเขาจริงๆ

“พวกเจ้าออกไปนอกตำหนักให้หมดข้าจะคุยเรื่องสำคัญกับองค์ชายหากไม่มีคำสั่งเรียงหาใครฝ่าฝืนเข้ามา ข้าจะสั่งโบยจนตาย”

พวกนางกำนัลและขันทีตางพากันแยกย้ายจากไป

หลังฉากกั้นภายในตำหนัก

ซูเฟยบัดนี้คลานสี่ขาอยู่บนเตียง ชุดชาววังของนางไม่ได้ถอดออกเพียงกองอยู่บนแผ่นหลัง

“พับ พับ พับ” เสียวมั้ยท่านแม่ เขาก้มมองกลีบท้อที่ปลิ้นเข้าปลิ้นออก

“อืมเสียวอยู่” นางเด้งไปมาตามแรงกระแทกของบุตรชายที่อยู่ข้างหลัง

ตอนนี้เสด็จพ่อนอนซมอยู่บนเตียงคงไม่มีทางเสด็จมาหาท่านคืนนี้แน่ ท่านแม่ท่านให้ข้าขี่ท่านให้สะใจซักครั้งได้หรือไม่

ซูเฟยที่ก้มหน้าอยู่ในกองผ้าห่มได้ยินบุตรชายร้องขอเช่นนั้นต้องรองคิดดูจริงๆ ปกติยามนางให้บุตรชายเล่นกับร่างกายนาง นางมักจะไม่ให้เขาจับร่างกายนางสุ่มสี่สุ่มห้า

นางกลัวเขาทิ้งร่องรอย บอบช้ำไว้ หากถูกฮ่องเต้จับได้ยามค้างที่ตำหนักนางเช่นนั้นพวกนางแม่ลูกก็จบสิ้นแล้ว แต่ยามนี้แตกต่างออกไป ฮ่องเต้ประชวนหนักไม่สามารถลุกเดินจากเตียงได้

“วันนี้เราตามใจเจ้า อยากเล่นกับเราเช่นไรก็ทำเช่นนั้น”

“พับ พับ พับ” เขาซอยเอวใส่นางอยู่ พอฟังว่านางปล่อยให้เขาเล่นได้อย่างเต็มที่ก็ยินดียิ่ง

ป็อก! ท่านแม่ ท่านถอดชุดออกให้หมดข้าอยากมองท่านตรงๆ เขาถอนดึงแกนกายออก กระชากนางที่คลานเข่าอยู่ให้ลุกขึ้นนั่ง

ในเสียงสวบสาบ ซูเฟยค่อยๆ ปลดอาภรณ์หรูหราออกจนหมดต่อหน้าบุตรชายนาง

“ท่านถ่างขาออกกว้างๆ ท่านแม่ ข้าจะเลียให้” เขาจับนางหงายท้องถ่างขา ก้มหน้าดูดเลียรูร่องนาง เพียงแต่รูร่องนี้กลับไม่ใช่รูร่องที่เขาถูกดึงออกมา

ความจริงองค์ชายรองไม่ใช่บุตรชายแท้ๆ ของซูเฟย เขาถือกำเนิดจากนางกำนัลต่ำต้อยคนหนึ่ง ยามนั้นมารดาแท้ๆ ของเขาคลอดเขาออกมาก็สิ้นใจตาย ฮ่องเต้เห็นซูเฟยที่ยามนั้นเพียงมีตำแหน่งเจาอี๋ยังไม่มีบุตร

ด้วยความโปรดปรานที่ฮ่องเต้มีต่อนางจึงรับสั่งยกเด็กคนนี้ให้เป็นบุตรชายนาง จากนั้นเลี้ยงเขาไว้ในตำหนักของตนราวกับเป็นบุตรแท้ๆ

“ท่านแม่ ท่านอมให้ข้าหน่อย” เขาสลับหัวสลับหางกับนางต่างฝ่ายต่างดูดเลียให้แก่กันและกัน...


บทก่อนหน้า
บทถัดไป