บทที่ 12 บทที่ 10 ในที่สุด

และกว่าที่พ่อเลี้ยงจะหยุดทุบตี ร่างกายของหญิงสาวก็รู้สึกบอบช้ำไปทั่วตัว คนเป็นแม่ลากแขนลูกสาวกลับไปที่ห้องนอน มองสำรวจทั่วตัวก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างรู้สึกเจ็บปวด ทั้งแขนและแผ่นหลังของลูกสาวมีรอยช้ำไปทั่วทั้งตัวจนเธอแทบใจสลาย

"แม่ขอโทษนะแพร ฮึก! แม่ขอโทษ"

"แพรว่าแม่ออกไปอยู่ที่อื่นเถอะค่ะ แม่ก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ทุกวันนี้ถึงเขาจะให้เงินเราใช้ แต่แม่ต้องมาอดทนถูกเขาย่ำยี ทำร้ายร่างกายและจิตใจ แม่ทำไปเพื่ออะไรคะ"

"แม่ขอโทษนะแพร แม่ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้หนูต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ถ้าตอนนั้นเราหนีไปอยู่ที่อื่น ไม่ยุ่งวุ่นวายกับใคร หนูก็คงไม่ต้องมารู้สึกอะไรแบบนี้"

คนเป็นแม่เอ่ยขอโทษลูกสาว โทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ทั้งที่ทุกอย่างมันเป็นเพราะอดีตสามีคนเดียวเท่านั้น ถ้าเขาห้ามเมียหลวงไม่ให้มายุ่งวุ่นวายกับเธอและลูก อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ได้ และเธอก็ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่ต้องมาชดใช้บุญคุณจนถึงตอนนี้

"ช่างมันเถอะค่ะแม่ ดูแลตัวเองหน่อยนะคะ เดี๋ยวแพรได้เงินเดือนเดือนแรก จะลองหาบ้านเช่าก่อน แม่เตรียมตัวออกไปอยู่กับแพรข้างนอกนะคะ แพรขอร้องนะ ออกไปด้วยกันเถอะ"

หญิงสาวกุมมือคุณแม่เอาไว้แน่น ถึงแม้ว่าจะเจ็บปวดร่างกายขนาดไหน แต่แผลในใจมันเจ็บมากกว่า ท่านจึงตัดสินใจที่จะออกไปจากตรงนี้ เพื่อที่ลูกสาวจะได้มีความสุข และไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวลอะไรอีก

"แม่ตกลง เราจะออกไปอยู่ข้างนอกด้วยกันนะ แต่ว่าแม่ขอเวลาหน่อย แพรรอได้ใช่ไหม"

"รอได้สิคะ ระหว่างนี้แพรจะหาบ้านเช่าก่อน ถ้าเกิดว่าหาได้แล้วเมื่อไหร่ แพรจะมารับแม่นะคะ"

พิมประภาพยักหน้าก่อนจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ตอนนี้เธอเป็นห่วงความรู้สึกของลูกมาก ตัวเองจะเจ็บปวดมากแค่ไหนเธอทนได้ แต่ถ้าลูกสาวต้องมาอยู่สภาพนี้เหมือนเธอ เธอรับไม่ได้จริงๆ

"เดี๋ยวแม่ทายาให้หนูนะ แล้วหนูกลับไปก่อน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องกลับมา ถ้าหนูพร้อมก็บอกแม่นะ เราจะออกไปอยู่ข้างนอกด้วยกัน"

หญิงสาวยิ้มออกมาทันที ที่ได้รับคำตอบอันน่าพึงพอใจ ดีใจมากที่คุณแม่ยอมออกไปกับเธอ เพราะฉะนั้นวันนี้เธอจะยอมกลับไปดีๆ แล้วเดี๋ยวจะหาบ้านเช่าเล็กๆ ไว้อยู่กับคุณแม่ แต่ว่าอาจจะต้องรอเงินเดือนออกก่อน เธอไม่อยากรบกวนเงินของคุณลุงแล้ว และถ้าอนาคตเธอมีเงินมากมาย จะเอามาคืนให้เขาหมดทุกบาททุกสตางค์ จะได้ไม่ต้องติดค้างกันอีก

"เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้เงินเดือนหนูออก หนูจะไปหาบ้านเช่าหลังเล็กๆไว้ แล้วก็จะโทรศัพท์มาบอกให้แม่เตรียมตัวนะคะ แม่อย่าให้คุณลุงรู้นะคะว่าเราจะออกไปอยู่ข้างนอก ไม่อย่างนั้นจะทะเลาะกันอีก"

"จ้ะลูก หนูกลับไปก่อนดีไหม"

"แม่ดูแลตัวเองด้วยนะคะ"

แพรวรินทร์สวมกอดคุณแม่ไว้แน่น เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองจะโกรธใครก่อนดี แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุด คือคนเป็นลูกอย่างเธอไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แล้วบุญคุณของผู้ชายที่เรียกว่าพ่อเลี้ยง มันค้ำคออยู่ ถ้าไม่มีเงินจากเขาคอยเลี้ยงดู ก็ไม่รู้ว่าเธอจะมาอยู่ถึงจุดนี้ไหม

"หนูกลับก่อนนะคะ"

"จ้ะ"

พิมประภาขยับตัวลุกขึ้น ก่อนจะพาลูกสาวไปส่งที่หน้าบ้าน แพรวรินทร์ไม่ยอมให้เธอดูแผลหรือรอยช้ำตามร่างกาย คงกลัวว่าคนเป็นแม่อย่างเธอจะรู้สึกผิด ที่พาเธอมาอยู่ในจุดนี้

"หนูดูแลตัวเองนะลูก ไว้แม่โทรหานะคะ"

"ค่ะแม่ หนูไปก่อนนะคะ"

หญิงสาวที่ได้กดโทรศัพท์โทรไปเรียกคนขับรถของคฤหาสน์ ให้มารับเธอที่หน้าบ้าน ซึ่งเฉินเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมหญิงสาวถึงมาได้เพียงแค่แป๊บเดียว

"คุณแพร มาแป๊บเดียวเองเหรอครับอยู่นานๆก็ได้นะ นายใหญ่ไม่ได้ว่าอะไร"

"คุณแม่ของแพรมีธุระต่อค่ะ เรากลับกันเถอะค่ะ"

"ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญเลยนะครับ"

แพรวรินทร์หันไปมองคุณแม่อีกครั้ง จากนั้นหญิงสาวก็เดินขึ้นรถไปทันที เธอหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมใส่ เขากลัวว่าลูกน้องของคุณฟินิกซ์จะเห็นว่าร่างกายของเธอมีรอยช้ำ

ตลอดทางที่มา เธอพยายามที่จะไม่คิดมากและไม่ร้องไห้ เกรงว่าคนอื่นจะพลอยเป็นห่วงกันหมด เฉินแอบสังเกตเห็นท่าทีของหญิงสาว แต่ไม่กล้าถามอะไรเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว

และเมื่อเดินทางมาถึงที่คฤหาสน์ แพรวรินทร์ก็เดินลงไปจากรถ จากนั้นก็รีบวิ่งขึ้นไปในห้องนอนของตัวเอง อาบน้ำและสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ใบหน้าสวยนิ่วหน้าอย่างรู้สึกเจ็บปวด ถึงแม้ว่ามันไม่ใช่รอยแผล แต่ผิวขาวผ่องเป็นรอยช้ำสังเกตได้ไม่ยากเพราะร่างกายบอบบางจนเห็นเด่นชัด

"โอ๊ย..."

เธอร้องครางออกมาเล็กน้อย พยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้ตัวเอง แสดงอาการออกมาให้เห็นชัดเจน เธอเปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอน ว่าจะไปดูคุณท่านสักหน่อยไม่รู้ว่ากินยาช่วงตอนเที่ยงหรือยัง

"อ้าวหนูแพร ทำไมกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะ ไปเยี่ยมแม่ไม่ใช่หรอทำไมไม่อยู่นานๆ"

ไฮดราเอ่ยถามพยาบาลส่วนตัว จริงๆวันนี้ก็เป็นวันหยุดของเธอ เพราะฉะนั้นไม่เห็นจะต้องมาดูแลเขาเลย

"คุณแม่แพรมีธุระต่อค่ะ ก็เลยอยู่นานไม่ได้ ไม่เป็นไรหรอกค่ะแพรมาอยู่เป็นเพื่อนคุณท่านดีกว่า ตอนนี้ทำอะไรอยู่เหรอคะอยากออกไปเดินเล่นไหม"

"ไม่เป็นไรหรอกหนู ลุงก็หาอะไรทำตามประสาคนอายุเยอะแหละ ถ้าหนูไม่รู้จะทำอะไร งั้นเราไปปลูกต้นไม้กันไหม ลุงให้ลูกน้องของเจ้าฟินิกซ์สั่งต้นไม้มงคลมาให้เยอะแยะเลย ดอกไม้สวยงามก็ตั้งเยอะ นี่ก็ว่าจะไปปลูก"

หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาก่อนจะพยักหน้าตกลงทันที อยู่ที่นี่เธอก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว หากิจกรรมอย่างอื่นทำร่วมกับคนในบ้านก็น่าสนุกดี และการปลูกต้นไม้อาจจะทำให้จิตใจของเธอสงบลง ไม่คิดฟุ้งซ่านเป็นห่วงคุณแม่ในเวลานี้ เธอภาวนาให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี อยากให้แม่รีบออกมาจากจุดนั้นโดยไว

"หนูปลูกต้นเล็กๆ พวกนี้ก็ได้ ส่วนต้นใหญ่เดี๋ยวให้คนสวนมาทำ"

"ได้เลยค่ะคุณท่าน ถ้างั้นเดี๋ยวแพรปลูกพวกดอกกุหลาบนะคะ ส่วนไม้มงคลคุณท่านปลูกเลยค่ะ ดอกกุหลาบเราเอาไว้ตรงมุมนี้ดีไหมคะ"

"ไว้ตรงนั้นแหละสวยเลย"

หญิงสาวนั่งลงที่พื้นก่อนจะทำการขุดหลุมเพื่อปลูกดอกไม้ ทว่าร่างกายของเธอบอบช้ำ ยังรู้สึกเจ็บแต่ไม่แสดงออก เพราะว่าไม่อยากให้คนที่บ้านรับรู้ เธอจึงอดทน และรอเวลาเพื่อที่จะพาท่านออกมาจากตรงนั้น จะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขสักที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป