บทที่ 13 บทที่ 11 สงสัย

แพรวรินทร์นั่งปลูกต้นไม้อยู่กับคุณท่านของบ้าน หญิงสาวเริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้าง และการที่ได้มานั่งอยู่กับธรรมชาติ ทำให้เธอรู้สึกสภาพจิตใจจากที่ย่ำแย่เริ่มดีขึ้น ฟินิกซ์ที่เพิ่งกลับจากข้างนอก ได้รับรายงานจากลูกน้องว่าแพรวรินทร์กลับมาแล้วเขาจึงเดินไปตามทางที่ลูกน้องบอก แล้วก็เจอหญิงสาวกำลังนั่งปลูกต้นไม้อยู่กับคุณท่านของบ้าน

"ทำไมกลับมาเร็วจังแพร มีอะไรหรือเปล่า"

หญิงสาวได้ยินเสียงเจ้านาย ก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะหันไปมองตามเสียง เธอยิ้มออกมาเล็กน้อย ไม่อยากที่จะมีปัญหากับใคร และไม่อยากให้เขารู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเลือกที่จะโกหกเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณแม่แพรมีธุระก็เลยไม่ได้อยู่ด้วยกันนาน"

"งั้นเหรอ"

เขาเดินเข้ามานั่งลงข้างๆเธอ ตอนแรกกะว่าจะช่วยเธอปลูกต้นไม้สักหน่อย เผอิญเหลือบสายตามองใบหน้าของหญิงสาว ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นรอยช้ำบางอย่างตรงข้อมือของเธอ เขาดึงมือหญิงสาวขึ้นมาดู จากนั้นก็เลิกแขนเสื้อขึ้น แพรวรินทร์สะดุ้งพยายามที่จะปิดไม่ให้เขาเห็น แต่ทว่าไม่สามารถหลุดรอดสายตาเหยี่ยวของเขาไปได้

"ทำไมบนตัวมีรอยช้ำ"

"อ่อ... แพรชนประตูน่ะค่ะ"

"ประตูบ้าอะไรช้ำขนาดนี้ เอาความจริงมาพูด"

ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหญิงสาวด้วยความกดดัน เธออ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ และดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรู้ว่าเธออึดอัด จึงเลือกที่จะเงียบและไม่เซ้าซี้ต่อ

"ช่างเถอะแล้วนี่ปลูกดอกกุหลาบเหรอ"

"ใช่ค่ะ คุณฟินิกซ์อยากปลูกไหมคะ เดี๋ยวแพรแบ่งให้"

"เอาเถอะ พี่ไม่ถนัดเท่าไหร่ งั้นเดี๋ยวพี่ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อน เดี๋ยวจะลงมาอยู่ด้วย"

"ได้ค่ะ แพรอยู่แถวนี้แหละ"

หญิงสาวยิ้มออกมาก่อนจะนั่งขุดดินปลูกดอกไม้ต่อ ฟินิกซ์ขยับตัวลุกขึ้นก็จะเดินออกไปหาลูกน้อง ที่อยู่ในบ้านตรงห้องรับแขก

"เฉิน..."

"ครับนายใหญ่"

เฉินลุกขึ้นจากโซฟา เดินเข้าไปหานายใหญ่ด้วยความสงสัย ว่าเขามีธุระอะไรรึเปล่า

"นายไปส่งแพรที่บ้านมา เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ตัวแพรมีรอยช้ำแต่เธอบอกว่าเดินชนประตูห้องน้ำ แต่ร่องรอยมันเหมือนถูกทุบตีมากกว่า"

"คุณแพรไม่ให้พวกเราเข้าไปในบ้านครับ ไปส่งถึงประตูบ้านก็ให้พวกเรากลับไปก่อนเลย ผมก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เพราะว่าเธอเข้าไปเพียงไม่นานก็กลับเลย"

ทั้งสองคนจ้องหน้ากันอย่าคิดหนัก ไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรหรือเปล่า แต่หญิงสาวไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย จึงทำให้เขาเองไม่สามารถช่วยอะไรได้

"งั้นนายไปสืบมา ว่าพ่อเลี้ยงของแพรเป็นใคร แม่ของเธอเป็นใคร มีประวัติอะไรในบ้านหรือเปล่า"

"ได้ครับนายใหญ่ เดี๋ยวผมจัดการให้"

"ขอบใจมาก"

สองสัปดาห์ต่อมา...

วันนี้เวียงพิงค์และนายใหญ่แห่ง west valor เดินทางมาที่คฤหาสน์แห่ง west sands เขาและภรรยาเอากับข้าวที่เชฟทำมาให้คนที่บ้านนี้ลองชิม ซึ่งดูเหมือนว่าพี่ชายของเธอจะชอบมาก และให้พี่ลูอีสติดต่อเชฟให้มาทำงานที่นี่ และประเด็นหลักที่มาคุยกันในวันนี้คือเรื่องแต่งงานของเวียงพิงค์ กับนายใหญ่แห่ง west valor พอตกลงกันได้ที่เรียบร้อย ก็ปัดไปคุยกันเรื่องอื่นต่อ

"พี่แพรคะ ที่บ้านของคุณลูอีสมีเสือโคร่งด้วยนะคะ ตัวใหญ่มากๆเลยค่ะแล้วก็ไม่ดุเลย ชื่อเจ้าเอสเธอร์ค่ะ"

เวียงพิงค์คุยโม้อยู่กับพยาบาลส่วนตัวของคุณพ่อ ที่คุยกันมาเหมือนว่าเธอจะพึ่งเรียนจบได้ประมาณ 1 ปี ด้วยความที่ใช้ทุนของโรงพยาบาลเรียนจนจบ จึงทำให้ต้องออกมาดูแลคุณพ่อของเธอตามคำสั่งของผู้อำนวยการ เหมือนว่าโรงพยาบาลนี้พี่ชายของเธอจะเป็นผู้สนับสนุนในการซื้ออุปกรณ์ทุกๆ ปี จึงทำให้กลายเป็นลูกค้า VVIP ของโรงพยาบาล

"จริงเหรอคะ... คุณลูอีสเขาเลี้ยงเสือเหรอคะ ปกติพี่ก็พอรู้ว่าพวกมาเฟียเขาเลี้ยงสัตว์ดุร้าย แต่ว่าเสือค่อนข้างอันตรายนะคะ ทำไมคุณเวียงพิงค์พูดเหมือนกับว่าสนิทกับเสืออย่างนั้นแหละ"

แพรวรินทร์ดูตกใจไม่น้อยที่เวียงพิงค์พูดถึงเสือโคร่ง ทั้งที่โดยปกติผู้หญิงจะไม่ค่อยชอบสัตว์ดุร้าย แต่พูดถึงเหมือนกับเป็นแมวน้อยเชื่องๆตัวหนึ่ง แสดงว่าคงน่ารักจริงๆ

"ตอนแรกเวียงพิงค์ก็กลัวแหละค่ะ พอเข้าไปบ่อยๆ ก็รู้ว่ามันถูกเลี้ยงมาเป็นสัตว์เชื่องๆ ตัวหนึ่ง แต่ว่าเวียงพิงค์ก็ไม่ได้เข้าไปเล่นบ่อยๆนะคะ จะมีพี่ๆเอาอาหารไปให้กินจนอิ่มก่อน ก็เลยไม่เจอโหมดดุร้ายค่ะ"

"อย่างนี้นี่เอง แล้วพี่แพรเคยเห็นสัตว์เลี้ยงของพี่ฟินิกซ์ไหมคะ"

หญิงสาวหันขวับไปมองคุณหนูของบ้านด้วยท่าทีตกใจปนสงสัย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยเห็นสัตว์เลี้ยงสักตัว ก็เลยรู้สึกแปลกใจอยู่หน่อยๆ

"เขามีสัตว์เลี้ยงด้วยเหรอคะ"

"มีสิคะ เหยี่ยวแฮร์ริสค่ะ เวียงพิงค์เคยเห็นครั้งหนึ่ง พี่เฉินเอาออกมาฝึกค่ะ แต่คิดว่าน่าจะอยู่ที่สวนหลังคฤหาสน์นะคะ แต่ไม่กล้าเข้าไปค่ะพี่เขาหวง"

"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะที่บอก จะได้ไม่เผลอเข้าไปค่ะ"

ฟินิกซ์จ้องมองไปยังสองสาว ที่ตอนนี้เหมือนกำลังคุยกันเรื่องสัตว์เลี้ยงของเขาอยู่ ที่สวนข้างหลังคฤหาสน์ จะมีนกหลายสายพันธุ์ที่เขาเลี้ยงไว้ และตัวโปรดที่เขาทะนุถนอมอย่างดีก็คือเหยี่ยว ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และเลี้ยงมาหลายปีแล้ว เป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่องที่สุดสำหรับเขา

"แอบนินทาอะไรพี่อีกล่ะเวียงพิงค์"

"เปล่าค่ะ เวียงพิงค์แค่บอกพี่แพรว่าพี่ฟินิกซ์เลี้ยงน้องเหยี่ยวด้วย พี่แพรชอบนกค่ะพี่ฟีนิกซ์ไม่พาไปล่ะ"

"ห๊ะ... คือพี่"

หญิงสาวทำหน้ามึนงงเป็นอย่างมาก เมื่อกี้พึ่งบอกไปว่าไม่อยากเข้าไป ไม่ใช่เพราะว่าเกรงใจอย่างเดียว แต่เหยี่ยวเป็นสัตว์น่ากลัวสำหรับเธอ ไม่รู้เหมือนกันสิอาจจะไม่ได้มีอะไรก็ได้ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์นักล่าก็ดูอันตรายสำหรับเธอ

"ถ้าแพรชอบเดี๋ยวจะพาไปดู"

"เอ่อ... แพรไม่..."

"รีบไปเลยค่ะพี่แพร"

เวียงพิงค์รีบเชียร์สุดใจให้เธอไปดูนกกับพี่ชายตัวเอง แพรวรินทร์มองทุกคนก่อนจะยิ้มแห้งออกมา ทำไมเธอรู้สึกแปลกๆ กับคนบ้านนี้ พวกเขาทำเหมือนอยากให้เธออยู่ใกล้ชิดกับนายใหญ่ ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้อยากอยู่ใกล้เขานัก เพราะว่าเป็นผู้ชายที่ดูลึกลับเข้าถึงยาก แต่เขาก็วอแวอยู่ใกล้ตัวเธอไม่หยุด แถมยังขยันหยอดได้ทุกวันอีก

"ก็ได้ค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป