บทที่ 11 ห้วงอดีต

๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๕๐ วันจันทร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะแม

“ลุง! มาถีบผมทำไมเนี่ย!?”

ผมผุดขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมกับตะโกนถามด้วยความโมโห ก็มีอย่างที่ไหนล่ะครับยังคุยกันไม่ทันจะรู้เรื่อง แล้วเท่าที่จำได้ผมก็ไม่ได้มีทีท่าหรือว่าพูดจาก้าวร้าวผู้ใหญ่ แล้วลุงจะมาถีบผมตกน้ำทำไมวะ?

ตอนที่ผมถูกถีบลงมาในน้ำนั้นเป็นเวลาโพล้เพล้ ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า แต่รอบบริเวณบ้านกลิ่นโกมุทยังพอมีแสงสว่างให้มองเห็นตัวบ้านที่เด่นตระหง่านอย่างชัดเจน แต่เพียงเสี้ยวนาทีที่ผมผลุบลงไปใต้ผิวน้ำแล้วโผล่ขึ้นมานั้น บริเวณรอบสระน้ำรวมทั้งบ้านทั้งหลังพลันก็มืดมิดไร้แสงสว่างจนผมอดแปลกใจไม่ได้ และที่สำคัญ ลุงแก่ ๆ ในชุดไทยโบราณคนนั้นก็หายไปแล้วด้วย

“มีคนตกน้ำ ช่วยด้วยจ้า มีคนตกน้ำ”

ผมได้ยินเสียงคนตะโกน เนื้อเสียงแบบนั้นไม่ใช่ยายณีหรือป้าปรางค์ของผมเป็นแน่ แต่ไม่ต้องตื่นเต้นกันหรอกครับ ผมว่ายน้ำเป็น แล้วน้ำในสระก็ตื้น…

“อ้าว ทำไมเท้าไม่ถึงพื้นวะ?”

ผมจำได้ว่าสระบัวแดงในบ้านกลิ่นโกมุทไม่ได้ลึกมากนี่นา มีแค่ช่วงตรงกลางสระโน่นเท่านั้นแหละที่จะมิดหัว แต่หากอยู่ไม่ห่างจากขอบดินตรงนั้น ผมว่าผมน่าจะยืนได้สบาย แต่มันไม่ใช่ครับ ที่ผมลอยคอเอาหัวโผล่ผิวน้ำมาได้ เพราะผมกำลังพยายามลอยตัวอยู่

ระหว่างที่กำลังงง ๆ อยู่ ก็มีผู้ชายร่างสูงใหญ่ผิวออกคล้ำสองคนกระโดดลงมา พวกเขารีบจ้วงแขนว่ายน้ำมาหาผม ก่อนจะช่วยกันลากผมมายังขอบสระ

ผมถูกจัดท่าให้นอนหงายบนพื้นหญ้า กางแขนกางขาออกจากกัน เหมือนถูกเตรียมกู้ชีพยังไงยังงั้น ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้เป็นอะไร ชายสองคนนั้นตามลงมาคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ พวกเขาไม่ได้สวมเสื้อนะครับ กล้ามนี่เป็นมัด ๆ มันแผล็บ ยิ่งตอนนี้มีน้ำเกาะพราวตามตัวก็น่ามองจนผมนี่จ้องไม่วางตาเลยครับ

แต่แล้วหนึ่งในสองคนนั้นก็ยื่นมือมาตบแก้มของผมเบา ๆ ด้วยท่าทางกังวล “เอ็งเป็นเยี่ยงไงบ้างไอ้หนุ่ม แล้วตกลงไปในบึงบัวได้เยี่ยงไร?”

‘ทำไมพี่เขาใช้ภาษาโบราณจังวะ?’ 

ผมยังไม่ได้ตอบอะไร เพราะกำลังงงอยู่ว่าพวกเขาเป็นใคร แล้วเข้ามาในบ้านกลิ่นโกมุทได้ยังไง 

‘หรือว่าจะเป็นขโมยวะ?’

ผมรีบผุดลุกขึ้นมานั่ง ถดสะโพกไปด้านหลังเล็กน้อย แล้วกวาดตามองไปรอบบริเวณ

ไม่ได้มีแค่ผู้ชายสองคนนี้เท่านั้น ยังมีผู้หญิงอีกสองคนที่กำลังยืนชะเง้อมองมาที่ผมอย่างสงสัย ตรงนั้นก็มีผู้ชายอีกคนกำลังแบกอะไรบางอย่างไว้บนบ่า ห่างออกไปอีกหน่อยก็มีผู้หญิงอีกสองคนกำลังเดินมุ่งหน้าเข้าไปในตัวบ้าน และที่สำคัญคือ พวกเขาทุกคนทั้งผู้หญิงผู้ชายแต่งตัวแปลก ๆ แฮะ

‘หรือว่าจะเป็นกองถ่ายละครที่พิพิมมันเคยบอกว่าจะมาถ่ายทำกันแถวนี้? แล้วเข้ามาถ่ายในบ้านกลิ่นโกมุทได้ยังไงวะ? หรือว่าคุณเพียงฝันอนุญาต?’

โอ๊ย! ในหัวผมมีคำถามผุดขึ้นมามากมายเลยครับ แต่ไม่รู้ว่าใครจะให้คำตอบผมได้บ้าง ลุงคนที่ถีบผมก็หายไปไหนก็ไม่รู้ แต่ป้าปรางค์กับยายคงอยู่ในบ้าน

เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็รีบลุกขึ้นมา แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งมุ่งหน้าไปทางคฤหาสน์ทันที แต่ทว่าในระหว่างที่ผมวิ่งเข้าไปใกล้ตัวตึกนั้น สายตาของผมก็เริ่มมองเห็นตัวบ้านที่มันต่างไปจากที่ควรจะเป็น มันมีเค้าโครงเดิมอยู่บ้างบางส่วนนั่นแหละ แต่ไม่เหมือนเลยเสียทีเดียว

เมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติ เท้าของผมก็ลดความเร็วลงจนมาหยุดอยู่ตรงพุ่มดอกเข็มก่อนถึงตัวบ้าน พร้อมกับผู้ชายสองคนนั้นที่วิ่งตามมาคว้าตัวผมเอาไว้คนละข้าง ในขณะที่เสียงผู้หญิงก็ตะโกนบอกว่าผมเป็นคนบ้าที่จะบุกเข้าไปในเรือนของเจ้านาย

ในวินาทีนั้นสมองของผมก็ประมวลผลอย่างรวดเร็ว ว่าบ้านหลังสีขาวตรงหน้าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านกลิ่นโกมุทในปัจจุบันอย่างแน่นอน เพราะมันคือบ้านหลังนั้นเมื่อในอดีต

‘นี่กูย้อนกลับมาในอดีตแล้วเหรอวะ?’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป