บทที่ 5 เจ๊บอดี้การ์ด
รถเอสยูวีคันหรูแล่นผ่านประตูเหล็กดัดอัลลอยด์ของคฤหาสน์หลังงามเข้ามาอย่างง่ายดาย อธิปก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวกลับกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างรวดเร็วและประเมินสถานการณ์โดยสัญชาตญาณ
รปภ. หน้าประตูเปิดรับรถแปลกหน้าโดยไม่แลกบัตร ไม่แม้แต่จะชะโงกหน้ามาดูด้วยซ้ำ แม่บ้านเดินเพ่นพ่านไม่มีการจำกัดโซน
รหัสผ่านประตูดิจิทัลก็มีรอยนิ้วมือชัดเจนเดาง่ายยิ่งกว่ารหัสตู้เซฟเด็กเล่น และกล้องวงจรปิดตัวมุมขวาก็มีกิ่งไม้บังจนเกิดมุมอับสายตาสามารถปีนข้ามเข้ามาได้สบายๆ...
ชายหนุ่มลอบสบถในใจ นี่มันคฤหาสน์ระดับซุปตาร์เบอร์หนึ่ง หรือสวนสาธารณะเปิดให้คนมาวิ่งจ๊อกกิ้งกันแน่! หละหลวมขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ไอ้โรคจิตนั่นจะส่งของขวัญมาถึงหน้าประตูบ้านได้!
อธิปปรับสีหน้าให้เรียบตึง ซ่อนสัญชาตญาณนักฆ่าที่อยากจะจับ รปภ. ไปฝึกทหารใหม่ไว้ใต้สูทสั่งตัดราคาแพงสีพาสเทล ก่อนจะก้าวเข้าไปในตัวบ้าน
ภายในโถงรับแขกที่โอ่อ่า คฤหาสน์หลังใหญ่กลางเมืองเงียบสงบผิดปกติ
มิลินในชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีครีมสั้นเหนือเข่ากำลังเดินลงบันไดมาด้วยสีหน้าไม่รับแขกสุดๆ ผมยาวถูกรวบลวกๆ เผยใบหน้าสดที่เพิ่งผ่านการโบกสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์กระปุกละห้าหมื่นมาหมาดๆ มันดูเงาวาวและสวยจัดจนน่าหมั่นไส้
“อเมริกาโน่คั่วอ่อน เอสเปรสโซ่หนึ่งช็อต ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่ไซรัปมาแล้วค่ะลูกสาว”
เจ๊มี่รีบยกแก้วกาแฟเข้ามาประเคนให้ด้วยรอยยิ้มเอาใจ
หญิงสาวยกแก้วขึ้นจิบเพียงคำเดียวก็ขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันทันที
“เจ๊มี่คะ นี่มันคั่วกลางชัดๆ มิลบอกแล้วไงคะว่ามิลกินคั่วอ่อน กินคั่วกลางแล้วมันใจสั่น เดี๋ยวกรดไหลย้อนมิลกำเริบ หน้ามิลจะหมองก่อนไปกองถ่ายนะคะ ไปชงมาใหม่เลยค่ะ”
“ว้ายยย ได้ค่าๆ ขออภัยในความผิดพลาดทางเทคนิคฮะลูกสาว”
เจ๊มี่รับแก้วคืนมาอย่างรู้งาน ไม่มีใครกล้าขัดใจดีว่ายามเช้าเด็ดขาด
“แล้วคนของคุณตาล่ะคะพี่แป้ง”
มิลินหันไปถามผู้จัดการสาวที่กำลังนั่งเช็กตารางงานอยู่บนโซฟา
“นี่มันเลยเวลานัดมาสิบนาทีแล้วนะคะ หรือกลัวจนไม่กล้าโผล่หน้าแล้ว”
ยังไม่ทันมีใครตอบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางโถงด้านหน้า
มิลินเงยหน้าขึ้นพร้อมความรำคาญเต็มที... แล้วก็ต้องชะงักไปหนึ่งจังหวะ
ผู้ชายที่เดินเข้ามาในห้องไม่เหมือนบอดี้การ์ดสักนิด สูทสีเทาอ่อนคัตติ้งเนี้ยบพอดีตัว เสื้อเชิ้ตสีชมพูพาสเทล ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักนั้นเรียบตึง เย็นชา และดุดันจนน่าเกรงขาม ร่างกายสูงใหญ่ที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามนั้นแผ่รังสีคุกคามจนอากาศในห้องแทบหยุดนิ่ง
ทว่า... ท่าทางการยกมือขึ้นมากอดอก จีบนิ้วชี้ขึ้นมาแตะปลายคาง แล้วปรายตามองเธอด้วยสายตาจิกกัดตั้งแต่หัวจรดเท้านั้น... กลับดูขัดกับภาพลักษณ์ดิบเถื่อนอย่างประหลาด!
เจ๊มี่ตาโตเท่าไข่ห่าน มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก แอบกระซิบเสียงหลง
“ว้ายยย พี่แป้ง! หล่อทะลุแป้งมากแม่ กล้ามแน่นทะลุสูทเลย งานดีเกรดพรีเมียมสุดๆ นี่บอดี้การ์ดหรือนายแบบวิกตอเรียซีเคร็ตคะเนี่ย”
พูดจบเจ๊มี่ก็ทนความกร้าวใจไม่ไหว แกล้งเดินกรีดกรายเข้าไปใกล้ผู้มาใหม่
“อุ๊ยตาย... คุณพี่บอดี้การ์ดคนใหม่ใช่ไหมคะเนี่ย หุ่นแน่นจังเลย ขอเจ๊สัมผัสเช็กกล้ามเนื้อหน้าอกหน่อยนะฮะ”
ขวับ! สัญชาตญาณป้องกันตัวระดับทหารหน่วยซีล ทำให้อธิปเกือบจะคว้าแขนอวบๆ นั้นล็อกเป้าแล้วจับทุ่มลงพื้นหลังหัก! แต่อันตรายจากคำสั่งของพ่อทำให้เขาดึงสติกลับมาได้ทันในเสี้ยววินาทีสุดท้าย!
ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบอย่างมีจริต ยกมือขึ้นสะบัดเบาๆ ราวกับรังเกียจ
“ว้าย! อย่ามาสกินชิพฮะ ฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว มันเสียดสีผิวพรรณฮ่ะ”
อธิปดัดเสียงให้สะบัดขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับถลึงตาใส่
“รักษาระยะห่างด้วยฮะคุณพี่ เจ๊หวงตัวฮ่ะ!”
เจ๊มี่อ้าปากค้าง มือค้างอยู่กลางอากาศ หันขวับไปมองผู้ชายกล้ามโตหน้าหล่อ
เอ๊ะ... จริตการสะบัดมือเบอร์นี้ น้ำเสียงแบบนี้ ต่อให้กล้ามใหญ่เท่าภูเขา กะเทยด้วยกันมองปราดเดียวก็รู้
มิลินหรี่ตาลง มองผู้บุกรุกตั้งแต่หัวจรดเท้า
“นายคือบอดี้การ์ดที่ตาหามา?”
อธิปลอบถอนหายใจในอก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะบิดาเอาบุญคุณมาอ้าง เขาคงหันหลังกลับเดินไปขึ้นรถตั้งแต่เห็นสายตาหยิ่งยโสและฤทธิ์เดชเรื่องกาแฟคั่วอ่อนของเธอแล้ว มาเฟียหนุ่มสูดลมหายใจลึก ท่องคำว่า
อดทน ท่องไว้มึงเป็นเกย์
ก่อนจะงัดแผนการที่ซ้อมมาตลอดทางออกใช้
ชายหนุ่มกวาดสายตาคมกริบมองชุดนอนสายเดี่ยวเว้าลึกของมิลิน... แต่มันไม่ใช่สายตาโลมเลียหิวโหยเหมือนผู้ชายทั่วไป แต่มันคือสายตาของการประเมินราคาสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน!
“อืม...”
อธิปเบ้ปากเล็กน้อย จีบนิ้วชี้และนิ้วโป้งยกขึ้นแตะคาง
“ชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ตัดกับหน้าสดที่เพิ่งโบก สกินแคร์มาจนมันแผลบ... ไม่ผ่านอย่างแรงเลยนะฮะคุณน้อง มันดูจืดชืด ขาดเทสต์ และดูเหมือนป้าเพิ่งตื่นนอนไปนิดนึงฮะ”
มิลินเบิกตากว้าง
“นะ... นี่นายด่าฉันเหรอ กล้าด่าซุปตาร์เบอร์หนึ่งว่าป้าเหรอ”
