บทที่ 8 เสียงครางทะลุกำแพง
มือหยาบกร้านรวบข้อมือทั้งสองข้างของพริมกดตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะแทรกกายลงทัณฑ์คนใต้ร่างอย่างดุดันและหยาบคาย
"อ๊า! ท่านขา... เบาหน่อย พริมเจ็บ..."
พริมครางเสียงหลง น้ำตาแห่งความอัปยศไหลพราก แต่ความละโมบในเงินทองและพันธนาการหนี้สิน ทำให้เธอต้องยอมจำนนรับความป่าเถื่อนจากเจ้าหนี้จอมซาดิสม์คนนี้แต่โดยดี
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องทำงานหรูหรา ผสมกับเสียงสะอื้นและเสียงหอบหายใจหนักหน่วง วิทกระแทกกระทั้นจังหวะอย่างเอาแต่ใจ ทุกครั้งที่ลงน้ำหนักคือการตอกย้ำอำนาจที่เขามีเหนือผู้หญิงจอมปลอมคนนี้
เมื่อความคุกรุ่นในกายถูกปลดปล่อยจนหมดสิ้น วิทก็ผละห่างและถอนกายออกอย่างไม่ไยดี ราวกับเธอเป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่งที่หมดประโยชน์
พริมนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนโต๊ะทำงาน ร่างกายบอบช้ำและเสื้อผ้าหลุดลุ่ย หญิงสาวได้แต่กัดฟันข่มความอัปยศเอาไว้ น้ำตาไหลซึมเงียบๆ
วิทรูดซิปกางเกง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยแววตาเย็นชา เขากดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานเพื่อเรียกสมุนหน้าห้อง
"ไปตามสืบมา... รถโรลส์-รอยซ์คันนั้นใครเป็นเจ้าของ และคืนนี้มันไปจอดที่ไหนบ้าง"
มาเฟียเฒ่าปรายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตามาดร้ายและทรงอำนาจ
ในขณะที่พายุแห่งความแค้นและอิทธิพลมืดกำลังถูกจุดปะทุขึ้นจากคำบัญชาของมาเฟียเฒ่า อีกมุมหนึ่งของเมืองหลวงซึ่งไร้แสงสีและความหรูหรา...
ร่างเล็กของคนที่ถูกหมายหัวว่าเป็น 'ของเล่นชิ้นโปรด' ได้ตัดสินใจทิ้งความหรูหราโอ่อ่าของคฤหาสน์เลิศพาณิชย์ เพื่อมาหลบซ่อนตัวในสถานที่ซอมซ่อ... สถานที่ที่คนระดับท่านรัฐมนตรีวิทยาหรือพ่อของเธอไม่มีวันนึกถึง
แอ๊ด...
ประตูไม้บานเก่าที่ลูกบิดขึ้นสนิมถูกผลักเปิดออก มิลินรีบแทรกตัวเข้าไปในห้องพักแคบๆ ของ 'พาราไดซ์ แมนชั่น' แล้วกดล็อกกลอนทุกตัวที่มีอยู่อย่างแน่นหนา หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รูดตัวทรุดลงนั่งพิงบานประตูอย่างหมดเรี่ยวแรง
สภาพห้องขนาดเท่าแมวดิ้นตาย มีเพียงเตียงเหล็กเก่าๆ ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีซีด กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำยาถูพื้นราคาถูกลอยคลุ้งไปทั่ว มิลินลุกขึ้นเดินไปทิ้งตัวลงบนฟูกแข็งๆ ด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ทว่า...
ทันทีที่แผ่นหลังแตะเตียง เสียงประหลาดจากห้องข้างๆ ก็ดังทะลุกำแพงไม้อัดบางๆ เข้ามาปะทะโสตประสาทอย่างจัง!
เอี๊ยด... อ๊าด... เอี๊ยด... อ๊าด...
"อ๊า... พี่ขา... แรงอีกค่ะ... อื้มมม"
เสียงเตียงเหล็กโยกกระแทกผนังเป็นจังหวะรัวเร็ว ประสานกับเสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังชัดเจนราวกับมาเปิดหนังผู้ใหญ่ให้ฟังอยู่ข้างหู
มิลินเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าหวานร้อนฉ่าและแดงแปร๊ดลามไปถึงลำคอ หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจและขยะแขยง
"ต...ตายแล้ว ตายแล้วมิลิน นี่มันซ่องชัดๆ!"
หญิงสาวครางฮือในลำคอ สติสัมปชัญญะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ในเสี้ยววินาที... มิน่าล่ะ!
อีตาผู้ชายหน้าหล่อบนรถโรลส์-รอยซ์คันนั้น ถึงได้มองเธอด้วยสายตาหยาบโลนและพูดจาดูถูกเหยียดหยามขนาดนั้น ที่แท้เขาก็คิดว่าเธอเป็น 'ผู้หญิงขายตัว' ที่มารับแขกในแมนชั่นจัญไรแห่งนี้จริงๆ
แถมเธอยังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปขึ้นรถเขา มันยิ่งเข้าอีหรอบเด็กใจแตกหนีเสี่ยซาดิสม์อย่างที่เขาด่าไม่มีผิด!
"ไอ้ผู้ชายบ้า! ไอ้คนเฮงซวย! คอยดูนะ อย่าให้แม่เจออีกนะ จะด่าให้ลืมทางกลับบ้านเลย!"
มิลินสบถด่าไล่หลังอย่างเจ็บใจ แต่ในความเป็นจริง เธอรู้ดีว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอผู้ชายระดับมหาเศรษฐีแบบนั้นอีกแล้ว
เสียงเตียงห้องข้างๆ ยังคงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง มิลินกัดริมฝีปากแน่น เธอนอนที่นี่อีกคืนไม่ได้แน่ๆ พรุ่งนี้เช้าเธอต้องย้ายออกทันที
ทว่า... เมื่อหญิงสาวเปิดกระเป๋าสะพายใบเล็ก เทเงินสดทั้งหมดออกมานับบนเตียง ความเป็นจริงอันโหดร้ายก็ตบหน้าเธอซ้ำสอง
"หนึ่งพัน... พันห้า... พันเจ็ดร้อยบาท..."
มิลินพึมพำเสียงแผ่วเบา มองธนบัตรไม่กี่ใบตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า เงิน 1,700 บาท... สำหรับคุณหนูมิลิน มันคือค่ากาแฟและขนมเค้กในยามบ่ายเพียงมื้อเดียว แต่สำหรับมิลินในตอนนี้ มันคือเส้นเลือดใหญ่เส้นสุดท้ายที่จะต่อลมหายใจ
อย่าว่าแต่จะเอาไปหาเช่าหอพักรายเดือนที่ต้องจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้าเลย แค่เอาไปจ่ายค่าโรงแรมถูกๆ คืนละหลักร้อยก็แทบจะไม่พอประทังชีวิตและค่ากินอยู่แล้ว
ภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาของ 'ป้านวล' แม่นมที่เธอรักดั่งแม่แท้ๆ ผุดขึ้นมาในหัว ป่านนี้ป้านวลคงโดนคุณพ่อและยัยแม่เลี้ยงงูพิษโขกสับสารพัด...
ปังๆๆ! ตับๆๆๆ!
"อ๊า... แรงหน่อยค่ะพี่... เสียวไหมคะ... อื้มมม"
เสียงครางกระเส่าระดับ HD ทะลุกำแพงไม้อัดบางๆ เข้ามาดังชัดเจนราวกับมาเล่นหนังสดอยู่ข้างหู ประสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังสนั่นหวั่นไหวประหนึ่ง 'เสียงสับหมู' บนเขียง ทำเอามิลินต้องคว้าหมอนขึ้นมาอุดหู นอนตาค้างพลิกไปพลิกมาด้วยความวุ่นวายใจ
ให้ตายเถอะ! เธอทนนอนที่นี่อีกคืนไม่ได้แน่ๆ!
"มิ้มจะมัวมานอนท้อไม่ได้... มิ้มต้องรวย มิ้มต้องมีเงินไปรับป้านวลออกมาจากนรกขุมนั้นให้ได้"
หญิงสาวปาดน้ำตาลวกๆ ลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงในสภาพขอบตาดำคล้ำ หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันหางานอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงสับหมูห้องข้างๆ ที่ยังคงบรรเลงไม่หยุดพัก
สิ่งแรกที่เธอพิมพ์ค้นหาคือ 'งานที่มีที่พักฟรี' หน้าจอแสดงผลลัพธ์ออกมามากมาย แต่งานส่วนใหญ่กลับเป็นตำแหน่ง 'แม่บ้าน' หรือ 'พนักงานเสิร์ฟ' ที่ให้เงินเดือนเพียงเก้าพันถึงหนึ่งหมื่นสองพันบาท...
เงินแค่นี้ ต่อให้ทำเป็นสิบปี เธอจะมีปัญญาไปเช่าคอนโดดีๆ เพื่อรับป้านวลมาอยู่ด้วยได้อย่างไร?
มิลินไถหน้าจอเลื่อนหาไปเรื่อยๆ ด้วยความสิ้นหวัง จนกระทั่ง... นิ้วเรียวของเธอชะงักกึก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับประกาศรับสมัครงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง
[ รับสมัครด่วน ตำแหน่ง: เลขานุการส่วนตัวประธานกรรมการบริหาร (CEO) ]
[ สวัสดิการ: ที่พักระดับ VIP ฟรี / รถประจำตำแหน่ง ] [ ฐานเงินเดือน: 150,000 บาท
(ยังไม่รวมโบนัสและค่าตอบแทนพิเศษ) ]
"ส...แสนห้า!"
