บทที่ 9 คุณหนูตกอับ

มิลินเบิกตากว้าง ลุกพรวดขึ้นนั่งหลังตรงแหน่ว ขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อความแน่ใจ งานเลขาฯ บ้าอะไรได้เงินเดือนตั้งแสนห้า นี่มันรายได้ระดับผู้บริหารชัดๆ!

แต่เมื่อหญิงสาวเลื่อนลงมาอ่านรายละเอียดของเนื้องาน คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันทันที

[ รายละเอียดขอบเขตการทำงาน: ไม่ระบุ

(ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรก จะได้รับการชี้แจงรายละเอียดงาน 'ทุกรูปแบบ' จากท่านประธานโดยตรงในวันสัมภาษณ์) ]

มิลินหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด... บริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศคู่แข่งของคุณพ่อ ไม่น่าจะมีประกาศรับสมัครงานเถื่อนหรือหลอกลวงแน่ๆ แต่ไอ้คำว่า 'ทุกรูปแบบ' ที่ต้องไปคุยกับท่านประธานเป็นการส่วนตัวนี่สิ มันฟังดูทะแม่งๆ พิกล

แต่เมื่อเหลือบมองเงิน 1,700 บาทบนเตียง สลับกับเสียงเตียงเหล็กห้องข้างๆ ที่กระแทกผนังดัง

ปังๆๆ! สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็เอาชนะความหวาดระแวงไปจนหมดสิ้น

"เอาวะ เป็นไงเป็นกัน เงินเดือนตั้งแสนห้า แลกกับการมีที่พักฟรีหนีออกจากห้องนี่... ต่อให้ต้องไปรบกับบอสจอมโหดแค่ไหน ฉันก็จะไป!"

มิลินคว้าสมุดโน้ตเล่มเล็กขึ้นมาจดที่อยู่และวันเวลาสัมภาษณ์งานอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเหลือบมองตัวเลขบนหน้าจอโทรศัพท์ที่บอกเวลาเกือบจะตีสาม...

ในหัวอดคิดเผื่อไม่ได้ว่า ถ้าไปสัมภาษณ์งานพรุ่งนี้แล้วไม่รอด เธอคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องบากหน้าหนีไปอยู่กับ 'นับดาว' ที่เชียงรายจริงๆ แม้ใจจริงจะไม่อยากไปเป็นภาระเพื่อนรัก แต่นั่นก็คงเป็นหนทางรอดสุดท้ายที่เธอคิดออกในตอนนี้

ทว่า... แววตากลมโตที่เคยอ่อนแอกลับแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว

ไม่สิ เธอจะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มไม่ได้เด็ดขาด เธอต้องได้งานนี้!

เตรียมตัวไว้เลยค่ะท่านประธาน พรุ่งนี้มิลินคนนี้ จะไปฟาดเงินเดือนแสนห้าของคุณมานอนกอดให้ได้

หกโมงเช้า...

Rrrr... Rrrr...

มิลินสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยสภาพอิดโรยหลังจากต้องทนนอนฟังเสียงเตียงสั่นทะลุกำแพงมาทั้งคืน หญิงสาวรีบควานหาสมาร์ตโฟนที่แผดเสียงร้องลั่น หน้าจอโชว์ชื่อ 'นับดาว' เพื่อนรักที่เชียงราย เธอจึงรีบกดรับสายทันที

"ฮัลโหล ยัยดาว... ฉันกำลังจะโทรหาแกพอดีเลย ฉันเตรียมตัวจะไป..."

(มิ้ม แกฟังฉันให้ดีนะ อย่าเพิ่งมาหาฉันที่เชียงรายเด็ดขาด)

เสียงนับดาวร้อนรนและแผ่วเบาราวกับกำลังกระซิบซ่อนตัวอยู่

(เมื่อกี้มีพวกผู้ชายชุดดำหน้าตาน่ากลัวสามสี่คน มาด้อมๆ มองๆ แล้วเอารูปแกมาถามหาที่โฮมสเตย์ ฉันโกหกไปว่าไม่รู้เรื่อง แต่มันยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้เลยแก)

มิลินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ มือที่จับโทรศัพท์สั่นระริก... วิท หูตาไวและส่งคนไปดักรอเธอถึงเชียงรายตั้งแต่ฟ้าเพิ่งสางเลยเหรอเนี่ย

(แกซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ไปก่อนนะมิ้ม ถ้ามีอะไรด่วนโทรหาฉันนะ... พวกมันเดินมาแล้ว แค่นี้ก่อนนะเพื่อน ดูแลตัวเองนะ)

ติ๊ด

สายถูกตัดไปพร้อมกับความหวังสุดท้ายที่พังทลายลงตรงหน้า มิลินกำโทรศัพท์แน่น ทางรอดเดียวที่เหลืออยู่คือต้องหางานทำในกรุงเทพฯ และ 'งานเลขาฯ' ที่มีที่พักฟรีพร้อมสวัสดิการระดับวีไอพีเท่านั้น คือหนทางรอดเดียวที่เธอมี

เจ็ดโมงเช้า... มิลินตื่นขึ้นมาด้วยสภาพอิดโรยหลังจากต้องทนนอนฟังเสียงเตียงสั่นทะลุกำแพงมาทั้งคืน

หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง มองชุดเดรสลูกไม้สีขาวแบรนด์เนมที่ทั้งเปียกชื้นและเปื้อนคราบน้ำคลำตั้งแต่เมื่อคืนด้วยความสมเพชตัวเอง สติสัมปชัญญะเริ่มกลับมา เธอไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนแม้แต่ชุดเดียว เพราะกระเป๋าเดินทางใบนั้นถูกคุณพ่อประกาศกร้าวและดักยึดเอาไว้ตั้งแต่หน้าโถงบันได

"โอ๊ยยย ยัยมิ้มเอ๊ย จะซวยอะไรขนาดนี้เนี่ย"

หญิงสาวกุมขมับ รีบวิ่งลงไปที่ตลาดนัดเช้าหน้าปากซอยสลัมด้วยสภาพเสื้อผ้าชุดเดิมที่แห้งกรัง มิลินต้องกัดฟันจ่ายเงินซื้อเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อผ้าสากๆ กระโปรงทรงสอบสีดำความยาวคลุมเข่า รองเท้าคัตชูส้นเตี้ยราคาถูก แว่นตากรอบพลาสติกหนาเตอะเพื่อพรางใบหน้า และ    เครื่องสำอางตลาดนัดอีกสองสามชิ้น รวมเบ็ดเสร็จกระเป๋าฉีกไปถึง 1,000 บาทถ้วน

มิลินมองธนบัตรใบละร้อยห้าใบและแบงก์ยี่สิบอีกไม่กี่ใบในมือด้วยสายตาละห้อย... เงินก้อนสุดท้ายในชีวิตเหลืออยู่แค่ 700 บาท เท่านั้น

หลังจากกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ที่แมนชั่น มิลินก็รวบผมหางม้าตึงเปรี๊ยะ ทาลิปสติกสีพีชอ่อนๆ แล้วรีบเช็กเอาต์ออกมาก่อนจะโดนเจ๊หน้าเคาน์เตอร์คิดเงินเพิ่ม

หญิงสาวตัดสินใจประหยัดเงินขั้นสุดด้วยการโหนรถเมล์ร้อนเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ความโชคร้ายของคุณหนูไฮโซยังไม่จบแค่นั้น... การขึ้นรถเมล์ครั้งแรกทำให้เธอสับสนกับเส้นทางและเสียงตะโกนของกระเป๋ารถเมล์ จนเผลอกดกริ่งลงผิดป้าย

มิลินต้องเดินลากขาบนฟุตบาทที่ขรุขระภายใต้แสงแดดยามสายที่ร้อนระอุเป็นกิโลเมตร กว่าจะลากสังขารมาถึงตึกสำนักงานใหญ่อัครเดชโชติกรุ๊ปได้ สภาพของเธอก็ 'เยิน' ขั้นสุด

ผมหางม้าที่เคยมัดตึงหลุดลุ่ยชี้ฟู ใบหน้าหวานมันย่องและแดงก่ำเพราะความร้อน เหงื่อเม็ดโตกุ้งไหลหยดตามไรผม ที่สำคัญที่สุดคือ...

เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาถูกที่เนื้อผ้าบางเฉียบอยู่แล้ว พอชุ่มไปด้วยเหงื่อ มันก็แนบลู่ไปกับผิวเนื้อ เผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีดำตัวจิ๋วและร่องอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ด้านในอย่างชัดเจนโดยที่เจ้าตัวไม่ทันระวัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป