บทที่ 10 เอาไงต่อ
ทันทีที่รถของดลภพแล่นออกไป อิงฟ้าก็หันไปกอดเจนนิสาแน่น
“เล่ามาเลย!...เป็นไงบ้างเค้าโอเคมั้ย” เจนนิสาถามด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“เค้าก็สุภาพดี! ถึงจะเย็นชาไปบ้างก็เถอะ” อิงฟ้าเล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่หยุดกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา เธอเล่าตั้งแต่ตอนที่เขาอาสามาส่งที่คอนโด และการที่เขาพาเธอไปดินเนอร์ในโรงแรมหรู
“โห!!... นี่มันก้าวหน้าเร็วกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เยอะเลยนี่น่า!” เจนนิสาแซวอย่างอดไม่ได้
“ก็ดีอยู่หรอก แต่ฉันเนี่ยสิ...เกือบแย่อะ!” อิงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ตัวเองโกหกเอาตัวรอดมาได้
“แย่เรื่องอะไร”
“เค้าจ้องจับผิดฉันน่ะสิ”
“จับผิด? เรื่องอะไร” เจนนิสาถามกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาทันที
“เค้าบอกว่า...เค้าจำฉันได้ ฉันก็เลยต้องยอมรับน่ะสิ แล้วก็บอกว่าตัวเองไม่ได้ไปงานนั้น แต่ไปสัมมนาใกล้ ๆ ” อิงฟ้าเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ!”
“แล้วเค้าถามว่าไงอีก” เจนนิสาถามลุ้นระทึก
“ก็ไม่ว่าไงหรอก แต่เค้าจะให้ฉันออกงานสังคมเนี่ยสิ แล้วฉันจะทำยังไง แม่ก็จะพาฉันออกงานอีก มันต้องชนกันแน่เลย โอ๊ย..คิดแล้วปวดหัว” อิงฟ้าเล่าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เอาน่า!!! อะไรที่มันยังมาไม่ถึงแกก็อย่าเพิ่งไปคิดมันสิ”
“ฉันเดาว่าเค้ากำลังสงสัยอะไรบางอย่างแน่ ๆ เลย! อิงฟ้าเล่าด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวล
“แต่แกก็รอดมาได้แล้วนี่!” เจนนิสาพลางปลอบเพื่อน
“จะว่าไป...แกก็แก้ปัญหาเก่งอยู่นะ เอาเหอะน่า อย่าเพิ่งไปปวดหัวกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเลย!”
“ฉันว่าผู้ชายอย่างคุณดลภพไม่ใช่คนที่จะเชื่ออะไรใครง่ายๆ ยิ่งฉันโกหกเค้าไปแบบนั้น เค้าอาจจะระแวงฉันมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้” อิงฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เฮ่อ!!!..ยังไม่ทันไรความลับก็จะมาแตกตั้งแต่ต้นซะแล้ว” อิงฟ้าพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวล หลังจากเดินเข้ามาในคอนโดของเจนนิสา
“แล้วฉันจะทำยังไงดี..เจน ช่วยฉันคิดหน่อยสิ” อิงฟ้าถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“แกก็ต้องทำให้เขาเชื่อสนิทใจว่าแกคือคนธรรมดา ทำให้เขาเห็นว่าแกไม่มีพิษไม่มีภัย” เจนนิสาให้คำแนะนำอย่างมีหลักการ
“หน้าที่ของแกตอนนี้คือ ทำให้เขาประทับใจในตัวแกในฐานะเลขาฯ ที่ดี และในฐานะผู้หญิงที่น่ารักที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตเขา โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าแกกำลังวางแผนพิชิตหัวใจเขาอยู่!” อิงฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เฮ้อ... งานนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ”
“ฉันก็เตือนแกตั้งแต่แรกแล้วไง! เอาเถอะ!!!...มันมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันเชื่อว่าแกทำได้!” เจนนิสาส่งกำลังใจให้เพื่อนรัก
“แกจะกลับบ้านเลยมั้ย เดี๋ยวแม่จะสงสัยเอา”
“อืม แกไปส่งฉันหน่อยนะ เพราะช่วงนี้ฉันต้องทำตัวเป็นผู้หญิงธรรมดาให้แนบเนียนโดยการนั่งแท็กซี่ แต่ถ้านั่งแท็กซี่เข้าบ้านนี่แม่คงสงสัยน่าดูอะ”
“ไม่เป็นไร..ต่อไปนี้ แกนั่งแท็กซี่มาลงที่คอนโดฉัน เลิกงานแล้วเดี๋ยวฉันไปส่งเอง”
“ขอบใจนะเจน แกคือเพื่อนที่ดีที่สุดเลย”
“อื้ม...น่า อย่าคิดมาก ฉันจะช่วยให้แกสมหวังเอง”
เช้านี้อิงฟ้ามาถึงออฟฟิศด้วยรอยยิ้มสดใส เธอพยายามมองไปที่ประตูห้องทำงานของดลภพ แต่เมื่อเดินเข้ามาถึงโต๊ะทำงานก็พบว่า คุณอารีกำลังรอเธออยู่ก่อนแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่อารี” อิงฟ้าทักทายอย่างสดใส
“อรุณสวัสดิ์จ้ะคุณอิงฟ้า” คุณอารีหันมายิ้มตอบ
“เมื่อคืนคุณดลย์ไปส่งที่บ้านเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงของคุณอารีเจือไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนแซว อิงฟ้าหน้าแดงเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มกว้าง
“บอสพาไปส่งที่คอนโดค่ะ” เธอเล่าอย่างเขินๆ
“แล้วได้แวะที่ไหนหรือเปล่าล่ะ”
“อ๋อ...บอสเค้าพาไปทานมื้อค่ำที่โรงแรมค่ะ” อิงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปลื้มปริ่มเล็กน้อย
“เชื่อมั้ยคุณอิงฟ้า คุณดลย์น่ะเค้าไม่เคยไปส่งสาวคนไหนมาก่อนเลยนะ นี่แถมยังพาไปทานข้าวด้วยอีก!” คำพูดของคุณอารีทำให้หัวใจของอิงฟ้าพองโตขึ้นอีกหลายเท่าตัว นี่แสดงว่าเธอพิเศษกว่าคนอื่นจริงๆ! และคงเป็นสัญญาณที่ดีจากที่เธอไปบนเอาไว้ที่ศาสเจ้าแม่ทับทิมเป็นแน่!
“ดูคุณดลย์เขาจะสนใจคุณอิงฟ้านะเนี่ย” คุณอารีแซว ดวงตาเป็นประกายอย่างมีเลศนัย
“จริงเหรอคะ” อิงฟ้าเผลอถามออกไปด้วยความตื่นเต้นปนดีใจสุดขีด ก่อนจะรีบทำให้เป็นปกติ
“จริงสิ! นับว่าคุณอิงฟ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ นะเนี่ย” คุณอารีพูดพร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู
อิงฟ้ายิ้มรับคำชม เธอรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างเข้ามาเติมเต็มความมุ่งมั่นของเธอให้มากขึ้นไปอีก
“เอาล่ะจ้ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มงานกันเลยดีกว่าเนอะ” คุณอารีเห็นว่าเพื่อนร่วมงานคนใหม่กำลังจะลอยแล้ว จึงรีบดึงเธอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
